ข่าวประชาสัมพันธ์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่ จ.ระยอง ร่วมกับ มท.4 ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายและเข้าข่ายนอมินี


18 ตุลาคม 2026, 10:58 น.

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่ จ.ระยอง ร่วมกับ มท.4 ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายและเข้าข่ายนอมินี

 

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ บูรณาการความร่วมมือกับ รมช.มหาดไทย (นายพลพีร์ สุวรรณฉวี) กรมการปกครอง และกรมการจัดหางาน ลงพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ตรวจสอบธุรกิจที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายและเข้าข่ายนอมินี พบเข้าข่ายทำผิดกฎหมายและอาจเป็นนอมินีหลายธุรกิจ พร้อมเร่งเตือนให้ส่งเอกสารประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกเพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

 

 

นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2569 ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายและทีมปราบนอมินีร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจในพื้นที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง นำโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายพลพีร์ สุวรรณฉวี) กรมการปกครอง และกรมการจัดหางาน ตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม อพาร์ทเมนต์ สถานบริการ ธุรกิจท่องเที่ยว และโรงงานที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหรือใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี)

 

 

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกและคัดกรองข้อมูลนิติบุคคลพบว่า อ.ปลวกแดง จ.ระยอง มีนิติบุคคลที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงในลักษณะนอมินี โดยตรวจพบข้อมูลฯ

 

1) นิติบุคคลที่จดทะเบียนที่ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งเดียวกัน 4 ราย จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนของนิติบุคคล ปรากฏข้อเท็จจริง ดังนี้ (1.1) นิติบุคคลมีสถานะเป็นต่างด้าว 2 ราย เบื้องต้นทั้งสองรายได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวแล้ว อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบงบการเงินปีที่ผ่านมาของบริษัท พบว่าแจ้งประเภทธุรกิจขายส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนอกเหนือจากขอบข่ายการประกอบธุรกิจตามที่ได้รับหนังสือรับรองฯ (1.2) นิติบุคคลไทยมีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 50 จำนวน 2 ราย ประกอบธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ซื้อ-ขาย อุปกรณ์โรงงาน วัสดุก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักร ซึ่งเข้าข่ายธุรกิจบัญชีสาม (14) การค้าปลีก และ (15) การค้าส่ง ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงในลักษณะนอมินีหากมีคนไทยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งกรมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบเชิงลึกเพื่อพิสูจน์ว่าธุรกิจดังกล่าวประกอบธุรกิจโดยใช้นอมินีหรือไม่

 

 

2) นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินี ประกอบธุรกิจบริการที่พัก บริการอาหารและเครื่องดื่ม มีผู้ถือหุ้นคนไทย 1 ราย ถือหุ้นจำนวน 10,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 53 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และผู้ถือหุ้นคนต่างด้าว 2 ราย ถือหุ้นรวมกันจำนวน 9,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 47 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งผู้ดูแลโรงแรมเป็นทั้งกรรมการและผู้ถือหุ้น ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าการประกอบธุรกิจโรงแรมเป็นการเช่าสถานที่และดัดแปลงเป็นโรงแรมรวมทั้งยอมรับว่าเงินลงทุนเป็นของชาวต่างชาติเพื่อไม่ให้สถานะของนิติบุคคลเป็นต่างด้าวในการประกอบกิจการโรงแรม นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบพบว่าโรงแรมดังกล่าวประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตซึ่งกรมการปกครองจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบการตรวจสอบ กรมฯ ได้มีหนังสือให้ธุรกิจชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการลงทุน เพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ โดยหากพบว่าเข้าข่ายจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป ทั้งนี้ คนไทยที่มีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ยอมรับเงินหรือผลประโยชน์ โดยยินยอมเป็นนอมินีอำพรางให้ชาวต่างชาติจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดตามมาตรา 36 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในส่วนของคนต่างด้าวที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษตามมาตรา 37 ในอัตราโทษเดียวกัน” อธิบดีกิตติวัฒน์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดข่าวประชาสัมพันธ์

เรื่องล่าสุด