สคร.11 เตือนภาคใต้รับมือน้ำท่วม พร้อมแนะวิธีป้องกัน 4 กลุ่มโรคและภัยสุขภาพ
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช เตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมสิ่งของจำเป็นและวางแผนการอพยพไว้ล่วงหน้า รวมทั้งระวังโรคและภัยสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและการสูญเสียชีวิต
แพทย์หญิงกัตติกา หาลือ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในช่วงนี้ภาคใต้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำ ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด บันทึกข้อมูลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน หรือแผนอพยพ เมื่อเกิดเหตุจะได้พร้อมรับมือได้ และขอให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยเคร่งครัดมาตรการส่วนบุคคลเพื่อป้องโรคและภัยสุขภาพที่มากับน้ำ โดยโรคที่มากับน้ำท่วม แบ่งเป็น 4 กลุ่มโรคใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวัง ดังนี้
1. กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม
2. กลุ่มโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ เช่น โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง
3. กลุ่มโรคติดเชื้อ เช่น โรคไข้ฉี่หนู โรคน้ำกัดเท้า โรคตาแดง
4. กลุ่มโรคติดต่อนำโดยแมลง ได้แก่ โรคไข้เลือดออก ส่วนภัยสุขภาพที่ต้องระวัง คือ แมลงหรือสัตว์มีพิษกัดต่อย ไฟฟ้าดูดไฟฟ้าช็อต และการจมน้ำ
แพทย์หญิงกัตติกา กล่าวเพิ่ม ในการป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่มากับน้ำท่วม ขอให้ปฏิบัติตน ดังนี้
1. ไม่ทิ้งขยะทุกชนิด หรือขับถ่ายของเสียลงแหล่งน้ำที่ท่วมขัง ให้ทิ้งขยะหรือสิ่งปฏิกูลลงในถุงพลาสติกและมัดปากถุงให้แน่นแล้วเก็บไว้ในที่แห้ง
2. อย่าปล่อยให้เด็กลงเล่นน้ำโดยลำพัง เพราะเด็กอาจจมน้ำ และอาจได้รับเชื้อโรคที่มาจากน้ำ ทำให้ป่วยด้วยโรคตาแดง หรือถูกสัตว์มีพิษที่หนีน้ำมากัดต่อยได้
3. ล้างมือ ล้างเท้าด้วยน้ำและสบู่บ่อย ๆ และอาบน้ำชำระร่างกายทันทีหลังเสร็จจากการทำงานหรือลุยน้ำ
4. รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ร้อน สะอาด เพื่อป้องกันโรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง หลีกเลี่ยงการกินอาหารค้างคืนโดยไม่มีภาชนะปิด เพราะอาจติดเชื้อโรคจากหนูและสัตว์นำโรคอื่น ๆ
5. หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าลุยน้ำ หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูทหรือนำถุงพลาสติกที่สะอาด มาสวมเพื่อป้องกันไม่ให้เท้าสัมผัสน้ำโดยตรง กรณีมีบาดแผล ควรปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ
6. ป้องกันยุงกัด เช่น ทาโลชั่นกันยุง หรือนอนในมุ้ง
7. รักษาสุขอนามัยเบื้องต้น ล้างมือบ่อย ๆ หากอยู่ในที่แออัด หรือมีอาการป่วย เช่น ไอ จาม มีน้ำมูก ควรสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
ทั้งนี้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 “กรมควบคุมโรคห่วงใย อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี”
















