ข่าวประชาสัมพันธ์

กรรมการแพทยสภา เผยสาเหตุต้องควบคุม “หมอ” ห้ามโฆษณาทางการแพทย์


28 กุมภาพันธ์ 2026, 12:15 น.

 

กรรมการแพทยสภา เผยสาเหตุต้องควบคุม “หมอ” ห้ามโฆษณาทางการแพทย์ วิชาชีพอื่นก็เช่นกัน

 

กรรมการแพทยสภา เผยสาเหตุที่ต้องควบคุม “หมอ” ห้ามเกี่ยวข้องโฆษณาทางการแพทย์  และผลิตภัณฑ์สุขภาพ เผยตัวเลขร้องเรียนตั้งแต่ปี 2558 อย่างปี 67 มีเรื่องร้องเรียนสูง 476 เรื่อง ไม่ใช่แค่แพทย์  ยังมีวิชาชีพอื่น เช่น ทันตแพทยสภามีข้อบังคับเช่นกัน  ย้ำ! 4 หลักการหลัก

1.เพื่อคุ้มครองประชาชน ป้องกันความเข้าใจผิด

2.คงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีวิชาชีพ

3.ข้อมูลวิชาการต้องถูกต้อง

4. โปร่งใส เหมาะสม ต้องสุภาพ ไม่โอ้อวด ไม่เปรียบเทียบ ข่มผู้อื่น เป็นต้น

 

ยังเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองกรณี “แพทยสภา” เตรียมเปิดรายชื่อแพทย์ ที่เข้าข่ายทำผิดข้อบังคับจริยธรรมแพทย์ ในการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การให้บริการศัลยกรรมความงาม การขายของที่เข้าข่ายโฆษณาโฆษณาชวนเชื่อ และอื่นๆ อีกจำนวนมาก ที่ถูกทั้งพักใช้ เพิกถอนใบอนุญาต โดยจะมีการเปิดเผยภายในสัปดาห์หน้า ขณะที่ พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ หรือหมอของขวัญ บุกแพทยสภา ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกแพทยสภา คืนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ยุติความเป็นแพทย์ ลั่นหมดความอดทนกับระบบ ย้ำว่า ไม่เคยถูกพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนฯ นั้น

(ข่าว “หมอของขวัญ” บุกแพทยสภา คืนใบอนุญาตฯ ยุติบทบาท “แพทย์” https://www.hfocus.org/content/2026/02/37206 )

 

ไม่ใช่แค่ควบคุมวิชาชีพ “แพทย์” ในการโฆษณา วิชาชีพอื่นด้วย

 

ล่าสุดวันที่ 28 ก.พ.2569  รศ.(พิเศษ)นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ กรรมการแพทยสภา  โพสต์เฟชบุ๊กเกี่ยวกับปัญหาการโฆษณาของวิชาชีพ ว่า

ปัญหาเรื่องการโฆษณา เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับเชิญให้ไปบรรยายมากที่สุดในรอบสามสี่ปีที่ผ่านมา

 

“ทำไมต้องมีการควบคุมโฆษณาทางการแพทย์”

 

“ทำไมแพทย์จึงถูกห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องกับการโฆษณาทางการแพทย์”

 

“ทั่วโลกมีกฎเกณฑ์หรือระเบียบแบบเดียวกับเมืองไทยหรือไม่”

 

“มีการลงโทษอย่างไร”

 

“มุมมองต่อความผิดฐานโฆษณาโดยผิดกฎหมาย/ข้อบังคับว่าด้วยการโฆษณาในต่างประเทศเป็นอย่างไร”

 

“ทำไมจึงคุมเข้มแพทย์ แต่ไม่คุมเข้มคนที่ไม่ใช่แพทย์ …เป็นหนึ่งในคำถามที่แสดงถึง…..”

 

“ทำไมแพทย์จึงเป็นสายพันธ์ต้องห้ามในการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ”

 

“มีแต่แพทย์เท่านั้นหรือ ที่เป็นสายพันธ์ต้องห้าม”

 

บรรยายให้กับ นักศึกษาแพทย์ แพทย์จบใหม่ แพทย์ประจำบ้าน บริษัทยา สมาคมทางการแพทย์ ราชวิทยาลับทางการแพทย์ โรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลเอกชน สมาคมโรงพยาบาลเอกชน กรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค และด้านสาธารณสุข ในรัฐสภา+วุฒิสภา รวมทั้งให้กับ KOLที่เกี่ยวข้องกับวงการAesthetic มาตลอดสองสามปี จนต้องขอ งด การบรรยาย และแนะนำให้เชิญคนอื่นมาให้ความรู้บ้าง

 

จุดประสงค์หลักเพื่อลดคดีที่เข้าสู่แพทยสภา เพื่อปกป้องตัวแพทย์และประชาชนไปพร้อม ๆ กัน (ล่าสุดมีคดีที่แพทย์ เอเจนซี่ และเจ้าของคลินิกถูกศาลตัดสินจำคุก และปรับเป็นเงินหลายสิบล้านบาท ในความผิดฐาน ฉ้อโกง นำเข้าสู่ระบบคอมด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ..ในมูลเหตุจากการโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม)

 

กลุ่มคนฟังที่ยังขาดและต้องการให้มาแลกเปลี่ยนความรู้กันมากที่สุดคือ กลุ่ม Key leader ของ อย. สคบ. และ สบส. ….เพราะแพทยสภาไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ตามลำพัง

 

ย้ำ! มีผู้ร้องเรียน “แพทย์”  ถึงมีการพิจารณาเอาผิด

 

ปล.1 เกือบทุกคดี …แพทยสภาไม่ใช่เป็นผู้ไปเสาะหา แต่มีผู้ร้องเป็นตัวเป็นตน ทั้งจาก Bounty Hunter (นักล่ารางวัล ที่มาจากหน่วยงานอื่น) ทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน(อย สคบ สบส. กระทรวงสธ. ผู้ตรวจการแผ่นดิน สภาคุ้มครองผู้บริโภค แพทย์ที่ทนดูไม่ได้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หรือแม้แต่คลินิกคู่แข่ง !!)

 

คดีจริยธรรมหนึ่งคดี แพทยสภามีต้นทุนเฉลี่ยสูงถึง 60,000 บาท ในการทำคำตัดสิน ..ใช้เวลาอย่างน้อย 6-15 เดือน ..ใช้บุคลากรต่อคดีไม่ต่ำกว่า 70-100 คน… …ยังไม่นับต้นทุนแฝงคดี คดีปกครองที่แพทยสภาโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง (จากผู้ร้อง และแพทย์ผู้ถูกร้อง)

 

สรุป แพทยสภาไม่อยากให้มีคดี ไม่อยากตัดสินคดี แต่เป็นเพราะมีคนชงเข้ามา หากไม่ดำเนินการ กรรมการแพทยสภาจะโดน ม. 157 เสียเอง

 

ปล 2 แพทยสภาไทย ยังไม่สุดโต่งเท่าต่างประเทศ ..เพราะเกือบทั้งหมดไม่อนุญาตให้แพทย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบริษัทผู้ผลิตที่มีหน้าที่ในการโฆษณายิงตรงไปยังประชาชน แต่ต้องขออนุญาตและส่งให้ทางการตรวจสอบเนื้อหาก่อน

 

แพทยสภาไทย ยังอนุญาตให้แพทย์ทำการให้ความรู้วิชาการแก่ประชนได้ แต่….ต้องไม่มีลักษณะเป็นการโฆษณาแอบแฝง

 

ศาลปกครองในไทยก็ตัดสินคดีในแนวทางเดียวกับแพทยสภาและสภาวิชาชีพด้านสาธารณสุขอื่น ๆ เช่นกัน คือ คุ้มครองประชาชน

 

 

“หมอเมธี” เผยหลักการต้องควบคุมการโฆษณาในวิชาชีพ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.(พิเศษ)นพ.เมธี ยังยกตัวอย่างเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างมี 2567 ร้องเรียนสูงถึง 476 เรื่อง ไม่เพียงแต่ต้องกำกับควบคุมวิชาชีพแพทย์ เท่านั้น ยังมีวิชาชีพอื่นๆ เช่น ทันตแพทยสภา ทางทันตแพทยสภา มีข้อบังคับห้ามการโฆษณาผลิตภัณฑ์ทุกประการ ไม่สามารถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอร่วมกับสินค้าได้ เป็นต้น

 

ทั้งนี้ รศ.(พิเศษ) นพ.เมธี ยังเผยถึงหลักการสำคัญที่ต้องดำเนินการเช่นนี้ เพื่อ

1. คุ้มครองประชาชน ป้องกันความเข้าใจผิด

2. คงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีวิชาชีพ การโฆษณาต้องไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง

3. ข้อมูลวิชาการต้องถูกต้อง ตรวจสอบได้ งานวินัยที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่คำรับรองจากคนที่มมีความรู้ทางการแพทย์ และ

4. โปร่งใส เหมาะสม ต้องสุภาพ ไม่โอ้อวด ไม่เปรียบเทียบ ข่มผู้อื่น เป็นต้น

 

โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณา ประกอบด้วย

1. พรบ.วิชาชีพเวชกรรม

2. ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ว่าด้วย “หมวดทั่วไป” “ผลิตภัณฑ์สุขภาพ” และ “ผู้ดำเนินการสถาน”พยาบาล

3. พ.ร.บ.สถานพยาบาล และ4.กฎหมายอื่นๆ เช่น อย. พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดคอมพิวเตอร์

 

 

Cr. https://www.hfocus.org/content/2026/02/37217

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดข่าวประชาสัมพันธ์

เรื่องล่าสุด