<ประสบการณ์พิสดาร>
ปลายปี พ.ศ. 2534 ผมย้ายจากตำแหน่ง สว.สภ.กิ่ง อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ไปเป็นนายเวรของ พล.ต.ท.สล้าง บุนนาค ผบช.ศ.
วันที่ 5 มี.ค. 2535 เป็นวันคล้ายวันเกิดท่าน บรรดานายตำรวจที่รู้จักเคารพนับถือท่าน มาอวยพรกันมากมาย
มีนายตำรวจท่านหนึ่ง ยศ พ.ต.อ.<ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม> พูดคุยกับผมว่า <ไอยศูรย์ อยากเป็นนายพลมั้ย?>
ผมตอบแบบไม่คิดเลย <อยากเป็นครับพี่>
พี่ พ.ต.อ. พูดต่อไปว่า <ไปหาหลวงตาจันทร์ วัดป่าชัยรังสี สมุทรสาคร แล้วให้ท่านเหยียบหัวนะ เป็นนายพลแน่นอน>
ผมตอบแบบไม่ต้องคิดอีกครั้งหนึ่งว่า <เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ ผมไม่ให้ใครเหยียบหัวเด็ดขาดครับ>
พี่ พ.ต.อ. ชะงักไปนิดหนึ่ง และพูดว่า <พล.อ.<ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม> คณะ รสช. ยังไปหาหลวงตาจันทร์ถึงวัด ก้มลงกราบหลวงตาจันทร์กลางถนนเลย> พูดต่ออีกว่า <นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับ ตร.<ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม> ก็ไปให้เหยียบหัวมาแล้ว>
ผมตอบพี่ พ.ต.อ. สั้น ๆ <แล้วแต่แรงบุญแรงกรรมครับ วาสนาทำมาเท่าไหร่ ก็เท่านั้นครับ>
วันต่อมา ผมเริ่มหาความรู้เกี่ยวกับหลวงตาจันทร์ ท่านเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ มีชื่อเสียงมาก ทั้งพระ ทั้งฆราวาส ทั้งข้าราชการ พากันไปหาท่านมากมาย เพื่อขอพรและขอให้ช่วยในสิ่งที่อยากเป็น อยากมีอยากได้
ผมหรือครับ ไม่ไปและขอยืนยัน ไม่ให้เหยียบหัวอย่างแน่นอน
อีกไม่กี่วันต่อมา
พล.ต.ท.สล้าง ไป รพ.วิชัยยุทธ เพื่อผ่าตัดเอาเหล็กที่ดามแขนและขาออก
ผมเป็นนายเวร ก็เฝ้าดูแลท่านในห้องพัก แบบท่านลืมตาต้องเห็นผม
มีคนมาเยี่ยมให้กำลังใจท่านก่อนผ่าตัดหลายคน
เมื่อคนกลับไปหมดแล้ว ท่านพูดกับผมว่า <ได้ข่าวว่าหลวงตาจันทร์มารักษาตัวที่ รพ.นี้ ลื้อลองไปตรวจสอบดูซิ>
ผมตอบรับคำสั่ง <ครับผม>
แล้วผมออกจากห้องไปที่ห้องทำงานของแพทย์และพยาบาลประจำตึก สอบถามข้อมูล และกลับไปรายงาน พล.ต.ท.สล้าง <ท่านครับ หลวงตาจันทร์ มารักษาอาการหูอักเสบ พักอยู่ที่ห้องหมายเลข…ชั้นที่… ตึก…ครับ>
พล.ต.ท.สล้าง พยักหน้าแสดงท่าทีพอใจ สั่งว่า <ลื้อรีบประสานท่านปลัด <ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม> ว่า หลวงตาจันทร์ มารักษาตัวอยู่ที่ รพ.วิชัยยุทธ พรุ่งนี้เช้า เชิญท่านมาถวายอาหารเช้าด้วยกัน แล้วลื้อไปประสานกับหลวงตาจันทร์ด้วยว่า พรุ่งนี้เช้า อั๊วะกับท่านปลัด จะถวายอาหารเช้า>
นายตำรวจบางคนที่เคยทำงานอยู่กับ พล.ต.ท.สล้าง มาก่อน บอกผมว่า <ถ้าพูดลื้อ พูดอั๊วะ เมื่อไหร่ แสดงว่าพอใจมาก>
รับคำสั่ง ทำทันที ทำให้ดีที่สุด หยุดเมื่อสงสัย เข้าใจแล้วทำต่อ นั่นคือผม
ผมไปประสานกับลูกศิษย์หลวงตาจันทร์ที่หน้าห้องท่าน
เช้าวันรุ่งขึ้น ปลัด มท. มาพบ พล.ต.ท.สล้าง ที่ห้อง มีลูกน้องนำอาหารคาวหวานมาด้วย รวมกับของ พล.ต.ท.สล้าง ที่มีคนนำมาก่อนแล้ว ทั้งหมดพากันไปที่ห้องพักหลวงตาจันทร์ ผมได้เห็นหลวงตาจันทร์เป็นครั้งแรก
เมื่อจัดสำรับอาหารทำการถวายหลวงตาจันทร์เสร็จ หลวงตาจันทร์นั่งฉันอยู่บนเตียงคนไข้ ปลัด มท.กับ พล.ต.ท.สล้าง นั่งเก้าอี้คนละตัวอยู่หน้าเตียง ผมนั่งใกล้ประตูห้อง อ่านหนังสือพิมพ์และคอยชำเลืองดูเป็นระยะ คนอื่น ๆ ให้รออยู่หน้าห้อง
หลังจากฉันอาหารเสร็จหลวงตาจันทร์ ปลัด มท. พล.ต.ท. สล้าง ก็สนทนากัน ไม่ทราบว่าเรื่องอะไรบ้าง ผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ พล.ต.ท.สล้าง ได้เรียกผมว่า <ไอยศูรย์ มากราบหลวงตา จะได้กลับกัน>
ทั้ง ปลัด มท.และ พล.ต.ท. สล้าง ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปยืนอยู่กลางห้อง ผมเดินไปนั่งเก้าอี้ที่หน้าเตียงหลวงตาจันทร์ มองหน้าท่านนิดหน่อย แล้วก้มลงกราบบนเตียงที่ท่านนั่งอยู่ โดยไม่ได้พูดจาอะไร
หลวงตาจันทร์ ใช้ฝ่ามือตบลงบนหลังผมอย่างแรง 1 ครั้ง มีเสียงดังป้าบ ผมสะดุ้งโหยง แต่ยังก้มตัวอยู่อย่างนั้น
หลวงตาจันทร์พูดกับผมว่า <ตั้งใจ จริงใจ บริสุทธิ์ใจ เป็นนายพลนะนี่>
หลวงตาจันทร์หันหน้ามองไปทาง พล.ต.ท.สล้าง พูดเสียงดังว่า <คุณสล้าง คนนี้เป็นนายพลนะ>
พล.ต.ท.สล้าง ยิ้มพลางพยักหน้ามาทางผม
ผมกราบหลวงตาจันทร์อีกครั้งหนึ่ง แล้วพา พล.ต.ท. สล้าง กับ ปลัด มท.และคณะ ไปที่ห้องพักของ พล.ต.ท. สล้าง
ลองคิด ๆ ดู ผมก็ว่าแปลกดีเหมือนกัน
ผมไม่ไปหาหลวงตาจันทร์ที่วัด แต่ท่านกลับมีเหตุมาที่ รพ.วิชัยยุทธ และผมได้มีโอกาสพบท่าน
ผมเคยพูดว่า ไม่ให้ท่านหรือใครเหยียบหัวเด็ดขาด แต่ก็มาถูกท่านตบหลังดังฉาดใหญ่ พร้อมคำพูดเชิงสอน และให้พรว่า ได้เป็นนายพล แล้วมันก็สมพรปากดังท่านพูดด้วย
ต่อมาภายหลังทราบว่า หลวงตาจันทร์ท่านหมดบุญทางธรรม หันหน้าสู่ทางโลกแล้ว
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















