นายกฯ “อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะ ประชุมกองบัญชาการ ปภ.ชาติ สั่งการทุกหน่วยงานบูรณาการลุยรับมือน้ำท่วม ย้ำรักษาชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมมอบหมายปลัด มท. ศูนย์กลางประสานงาน ระดมรถสุขา-คุมเข้มคุณภาพอาหารแจกผู้ประสบภัย

วันนี้ (30 ก.ย. 69) เวลา 08.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปก.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference System
นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงคาดการลักษณะอากาศ และการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม เพื่อเตรียมความพร้อมและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบูรณาการการแก้ปัญหาและการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดต่อจากอุทกภัย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญและความตระหนักต่อปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดใกล้เคียง และความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำหลากในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ

“จุดมุ่งหมายของการประชุมครั้งนี้ ไม่เพียงแค่การแก้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่ออุดรอยรั่วและปฏิบัติภารกิจให้สมบูรณ์ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการดูแลสวัสดิภาพของประชาชน และขอขอบคุณภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนอาสาสมัคร มูลนิธิ และจิตอาสา ที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา จากการลงพื้นที่ได้รับทราบถึงความเดือดร้อนรวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน ขอให้ทุกหน่วยงานรับฟังด้วยความใจกว้าง อดทน และนำความต้องการของประชาชนมาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์ในทุกวันช่วงเช้า เวลา 08.00 น. เช่นเดียวกับรูปแบบการจัดการในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะช่วยให้ทุกภาคส่วนได้รับข้อมูลที่ตรงกัน สามารถรวมศูนย์การสั่งการ ประสานงานระบบระบายน้ำได้อย่างเป็นระบบ และป้องกันการใช้ทรัพยากรอย่างสูญเปล่า พร้อมกันนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบในการบริหารสถานการณ์ให้แก่รองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแล้ว
“ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ได้บริหารจัดการเหตุการแบบ CEO บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมีข้อสั่งการ เร่งดำเนินการแผนเผชิญเหตุตั้งแต่เนิ่นๆ โดยไม่รอให้เกิดเหตุก่อน ซึ่งการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ศูนย์กลางสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมชลประทานจะต้องเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อบริหารจัดการเวลาและความเร็วของมวลน้ำ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการวางแผนล่วงหน้าได้อย่างทันท่วงที” นายอนุทิน กล่าวเน้นย้ำ

ในช่วงท้ายการประชุม นายกรัฐมนตรีได้มอบข้อสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมประสานข้อมูลกับทุกหน่วยงาน เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมได้รับทราบในแต่ละวัน พร้อมทั้งเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย ติดตาม และประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับมือได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้ง มอบหมายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพติดตามสั่งการ และระดมรถสุขาเคลื่อนที่ ห้องสุขาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เพียงพอ รวมถึงเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย กำลังเจ้าหน้าที่ และยานพาหนะจากทุกหน่วยงาน โดยประสานงานกับทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อระดมเครื่องสูบน้ำและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ประสบภัยให้มากที่สุด
สำหรับจังหวัดที่ยังไม่ประสบภัยหรืออยู่ห่างไกลจากพื้นที่เกิดภัย ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งรถสุขาเคลื่อนที่และห้องสุขาไปยังจังหวัดที่ประสบภัยให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทั้งที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนและที่ศูนย์พักพิง การจัดวางกำลังพลและเครื่องจักรกลในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ดำเนินการล่วงหน้า เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และหากไม่เพียงพอให้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและหน่วยงานในพื้นที่เพื่อขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม

เรื่องการให้ความช่วยเหลือและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตประชาชนเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการ พร้อมกันนี้ให้ดูแลสวัสดิภาพของประชาชนและการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ มีความพร้อมทั้งที่พัก อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นอย่างเพียงพอ และให้ประสานการประปาส่วนภูมิภาคและการประปานครหลวงเร่งดำเนินการผลิตน้ำดื่มให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ขอเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดดูแลคุณภาพอาหารที่นำไปแจกจ่ายแก่ประชาชน ต้องแจกจ่ายอาหารที่มีคุณภาพ ยึดหลักว่าอาหารที่นำไปแจกจ่ายต้องเป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถรับประทานได้เช่นกัน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามตรวจสอบคุณภาพอาหารอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ประสบภัย นอกจากนี้ เรื่องการรายงานสถานการณ์ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าการบริหารจัดการ รวมถึงความต้องการความช่วยเหลือและอุปสรรคไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อประสานงานให้การสนับสนุนต่อไป” นายอนุทิน กล่าว

ด้านการสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะ ขอให้ทุกหน่วยงานสื่อสารข้อมูลตามข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องและเป็นเอกภาพ โดยให้รายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำ อากาศ และผลกระทบมายังสำนักงานโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบในวงกว้าง หากหน่วยงานมีเครือข่ายของตนเอง ขอให้ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ผ่านการกระจายเสียงต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และป้องกันความสับสนจากข่าวปลอม หากโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขอข้อมูลเพิ่มเติม ตลอดจนเร่งจัดส่งให้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถกระจายงานให้หน่วยงานประชาสัมพันธ์จังหวัดรับผิดชอบ และประสานงานกันโดยตรงเพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพ
ในกรณีพื้นที่ที่ไฟฟ้าดับและมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ประสบอุทกภัย ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง จัดทีมเคลื่อนที่เร็วเข้าไปดำเนินการ การใช้ไฟฟ้าในขณะที่น้ำท่วมต้องระมัดระวังเรื่องไฟฟ้าลัดวงจร การมีไฟฟ้าใช้ช่วยให้ประชาชนสามารถประกอบอาหารและตู้เย็นทำงานได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาครัฐไม่ได้ทอดทิ้งประชาชน พร้อมนี้ให้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หากมีความจำเป็นต้องยกหม้อแปลงไฟฟ้าให้พ้นระดับน้ำเพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าดับ โดยดำเนินการชั่วคราวหรือถาวรตามความเหมาะสมของสถานการณ์

ขอให้ทุกจังหวัดรวมกรุงเทพมหานคร เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม รัฐบาลได้เตรียมงบกลางไว้สำหรับเยียวยาผู้ประสบภัยตามมติคณะรัฐมนตรีแล้ว อุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบในวงกว้างและมีความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ การสำรวจความเสียหายและการตรวจสอบรายชื่อต้องมีความละเอียดรอบคอบ และจำแนกตามความเสียหายจริง เพื่อจัดสรรเงินช่วยเหลือตามกฎหมาย ขอให้ยึดหลักการสื่อสารที่รวดเร็ว ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง และเร่งดำเนินการฟื้นฟูเยียวยาให้เร็วที่สุด
เหตุการณ์ความเสียหายที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า การแจ้งเตือนภัยมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อป้องกันความสูญเสียและความโกลาหล ขอเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกท่านปรึกษาหารือ รับนโยบาย หรือขอรับการสนับสนุนจากคณะรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลในแต่ละพื้นที่ ทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นผู้แทนคณะรัฐมนตรี สามารถติดต่อประสานงานได้โดยตรงเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการสั่งการและการสนับสนุนต่าง ๆ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการทุกท่าน ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ และทหาร ที่มาร่วมประชุม โดยระบุว่าการร่วมมือของทุกหน่วยงานในครั้งนี้จะช่วยสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชน และเป็นการยืนยันว่าภาครัฐไม่ได้ทอดทิ้งหรือเพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหา และมีความเชื่อมั่นว่าด้วยการบูรณาการความร่วมมืออย่างเต็มที่ของทุกฝ่าย จะทำให้สามารถผ่านพ้นอุปสรรคและปัญหาจากอุทกภัยครั้งนี้ไปได้ด้วยดีเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

















