ข่าวประชาสัมพันธ์

ผู้ช่วย รมว. พาณิชย์ กิริฎา ชู 3 เสาหลัก เดินหน้าปราบการค้าผิดกฎหมาย มุ่งสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม คุ้มครองผู้บริโภค


24 ตุลาคม 2026, 12:13 น.

 

ผู้ช่วย รมว. พาณิชย์ กิริฎา ชู 3 เสาหลัก เดินหน้าปราบการค้าผิดกฎหมาย มุ่งสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม คุ้มครองผู้บริโภค และยกระดับความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

 

 

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าร่วมงานสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “การบูรณาการนโยบายเชิงรุกเพื่อปราบปรามการค้าผิดกฎหมาย” ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ โดยภาคเอกชนของสหภาพยุโรป ผู้แทนจากคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตและหอการค้ายุโรป และผู้แทนจากหน่วยงานของไทย จำนวน 70 – 80 ท่าน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการค้าผิดกฎหมายและร่วมเสนอแนวทางบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และระดับรัฐต่อรัฐ รวมถึงอาเซียน เพื่อยกระดับการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมาย ความโปร่งใส และธรรมาภิบาลของภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

 

นางสาวกิริฎาฯ กล่าวว่า การค้าผิดกฎหมาย (Illicit Trade) เป็นสิ่งบ่อนทำลายการค้าระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันที่เป็นธรรมและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันการค้าผิดกฎหมาย มีความซับซ้อนมากขึ้นจากการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน และเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานโลก และจากดัชนีการค้าผิดกฎหมาย (Illicit Trade Index) ในปี 2025 โดย Transnational Alliance to Combat Illicit Trade พบว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 56 จากทั้งหมด 158 ประเทศทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่องในการป้องกันและปราบปรามการค้าผิดกฎหมาย

 

 

นางสาวกิริฎาฯ แสดงวิสัยทัศน์ว่า การรับมือกับการค้าผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและระหว่างประเทศ โดยไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากแนวทางการแก้ไขปัญหาภายหลังเกิดเหตุ ไปสู่กรอบนโยบายเชิงรุกที่บูรณาการการทำงานและมุ่งเน้นการป้องกัน ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่

 

(1) การบูรณาการความร่วมมือ (Integration) ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ โดยมีคณะกรรมการบริหารจัดการปัญหาสินค้าจากต่างประเทศและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย (คสธก.) ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) เป็นประธาน ทำหน้าที่เป็นกลไกระดับชาติที่เชื่อมโยงหน่วยงานกำกับดูแลทางการค้าเข้ากับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานด้านการเงิน

 

(2) การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ (Implementation) อาทิ ยกระดับความพยายามในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ผ่านการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและการเฝ้าระวังบนโลกออนไลน์ การยกระดับความโปร่งใสของข้อมูลองค์กรและการตรวจสอบธุรกิจทางออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและการรายงานการค้าที่ผิดกฎหมาย รวมถึงมีกลไกกำกับดูแลการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การตรวจสอบและรับรองถิ่นสินค้า การบริหารและจัดระเบียบการนำเข้าและสินค้าต้องห้าม การกำกับดูแลมาตรฐานสินค้าส่งออก การใช้มาตรการเยียวยาทางการค้า และการควบคุมสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items: DUI)

 

(3) ความร่วมมือระหว่างประเทศ (International Cooperation) ทั้งการปฏิรูปกฎหมายและยกระดับการบังคับใช้ตามมาตรฐาน OECD การให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการค้าผิดกฎหมายมากขึ้น ผ่าน FTA สมัยใหม่ที่ครอบคลุมแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่รับผิดชอบ เช่น FTA ไทย – สหภาพยุโรป และกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคอาเซียน โดยในช่วงที่ไทยดำรงตำแหน่งประธาน ASEAN Network of IP Enforcement Experts ไทยได้ผลักดันโครงการจัดทำบันทึกความเข้าใจระดับภูมิภาคว่าด้วยการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ และมีแผนต่อยอดการดำเนินงานด้วยการผลักดันการจัดทำประมวลจริยธรรมต้นแบบ (Model Code of Conduct) เพื่อให้อาเซียนมีแนวทางและมาตรการในการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม

 

นางสาวกิริฎาฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า การค้าผิดกฎหมายเป็นปัญหาระดับโลกที่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการนโยบาย การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันและปราบปรามการค้าผิดกฎหมายอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับการแข่งขันที่เป็นธรรมในการค้าโลก

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดข่าวประชาสัมพันธ์

เรื่องล่าสุด