การเมือง

เร่งปกป้อง “ป่าตอง” ก่อนนอง “ทะเลโคลน”


3 พฤศจิกายน 2026, 10:19 น.

 

เร่งปกป้อง “ป่าตอง” ก่อนนอง “ทะเลโคลน”

 

เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นภาพเตือนภัยที่เราไม่ควรมองข้าม

 

เพียงคืนเดียว กระแสน้ำจากเชิงเขาพัดพาดิน โคลน ก้อนหิน และเศษวัสดุลงสู่ชุมชน โดยเฉพาะบริเวณซอยนาใน 5 และ 8 บ้านเรือน ร้านค้า รถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย ประชาชนและผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความเดือดร้อนอย่างหนัก

 

เหตุการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากที่เกิดขึ้นหลายระลอกในเดือนตุลาคม และล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สะท้อนว่า ป่าตองกำลังเผชิญความเสี่ยงที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง เราไม่ควรรอให้ฝนหยุดแล้วจึงค่อยทำความสะอาดและฟื้นฟู แต่ต้องเร่งวางระบบป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำอีก

 

1. ทำไมป่าตองจึงเสี่ยงต่อภัยลักษณะนี้?

ป่าตองมีภูเขาล้อมรอบและมีพื้นที่ชุมชนอยู่ด้านล่าง เมื่อฝนตกหนัก น้ำจากพื้นที่ลาดชันจะไหลลงสู่ชุมชนอย่างรวดเร็ว ยิ่งเมื่อกระแสน้ำพัดพาดิน หิน และตะกอนลงมาด้วย ก็จะกลายเป็นภัยที่รุนแรงกว่าน้ำท่วมทั่วไป

 

กรมทรัพยากรธรณีระบุว่า เหตุการณ์บริเวณซอยนาใน 5 มีลักษณะเป็น Debris Flow หรือการไหลของดินและหิน พบก้อนหินแกรนิตขนาด 10-60 เซนติเมตร รวมทั้งตะกอนกรวดทรายไหลลงมาตามทางน้ำ ฝายกั้นน้ำได้รับความเสียหายและพังทลาย ก่อนที่กระแสน้ำจะกัดเซาะถนนและพัดพาตะกอนเข้าสู่บ้านเรือนประชาชน

 

ข้อมูลจากสถานีชุมชนกะตะรายงานปริมาณฝนสะสม 340.5 มิลลิเมตร แต่ไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่สะสม จึงไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปสรุปว่าเป็นฝนใน 24 ชั่วโมงหรือกี่วัน

 

นอกจากปริมาณและความหนักของฝนแล้ว ยังต้องพิจารณาว่าน้ำจากภูเขาไหลลงมาอย่างไร ทางน้ำและระบบระบายน้ำรองรับได้เพียงใด รวมถึงน้ำทะเลหนุนสูงที่อาจทำให้ระบายน้ำลงทะเลได้ช้าลงด้วย

 

2. ถึงเวลาจัดการปัญหาที่ต้นเหตุ

สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ มีอย่างน้อย 4 ประการ

 

(1) สำรวจและจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยให้ชัดเจน

ต้องสำรวจพื้นที่ลาดชัน ต้นน้ำ แนวทางน้ำไหล จุดเสี่ยงดินถล่ม และพื้นที่ที่มีโอกาสเกิด Debris Flow ให้ครอบคลุมทั้งป่าตอง เพื่อให้ทราบว่าบริเวณใดมีความเสี่ยงสูง และต้องเร่งแก้ไขก่อน

 

(2) ควบคุมการก่อสร้างและการปรับพื้นที่บนภูเขา

ต้องตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดิน การตัดไหล่เขา การขุดดินและถมดินในพื้นที่ลาดชัน รวมถึงความมั่นคงของลาดดินและลาดหิน โดยไม่ควรด่วนสรุปว่าการก่อสร้างเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ จนกว่าจะมีผลตรวจสอบที่ชัดเจน

 

ขณะเดียวกัน ควรเร่งผลักดันร่างแก้ไขกฎกระทรวงที่กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดทำไว้ เพื่อเพิ่มมาตรการควบคุมอาคารและการขุดดินถมดินในพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง

 

(3) ปรับปรุงระบบป้องกันน้ำป่าและดินโคลนตั้งแต่ต้นน้ำ

ต้องตรวจสอบและปรับปรุงฝายและทางน้ำบนภูเขา พิจารณาสร้างบ่อดักตะกอนหรือโครงสร้างดักหินในจุดที่เหมาะสม รวมทั้งจัดระบบชะลอน้ำและลดความรุนแรงของกระแสน้ำก่อนเข้าสู่ชุมชน

 

ส่วนพื้นที่ด้านล่าง ต้องตรวจสอบประสิทธิภาพของท่อและทางระบายน้ำ คลอง และทางระบายน้ำออกสู่ทะเล เพื่อให้ระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำทำงานเชื่อมโยงกัน

 

(4) พัฒนาระบบเตือนภัยและแผนอพยพให้มีประสิทธิภาพ

ควรติดตั้งเครื่องวัดปริมาณฝนและระดับน้ำในพื้นที่ต้นน้ำ พร้อมกำหนดเกณฑ์เตือนภัยที่ชัดเจน หากพบฝนตกหนักต่อเนื่องหรือมีสัญญาณผิดปกติจากพื้นที่ลาดชัน ต้องสามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ทันเวลา รวมทั้งกำหนดเส้นทางอพยพและพื้นที่ปลอดภัยไว้ล่วงหน้า

 

3. อย่าปล่อยให้ชาวป่าตองต้องเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้อีกในปีหน้า

เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นบทเรียนสำคัญของจังหวัดภูเก็ตและรัฐบาลว่า การพัฒนาเมืองท่องเที่ยวต้องเดินควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและความปลอดภัยของประชาชน

 

ป่าตองเป็นเมืองที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ และเป็นบ้านของประชาชนจำนวนมากที่ประกอบอาชีพสุจริตอยู่ในพื้นที่

 

การปกป้องป่าตองจึงไม่ใช่เพียงการปกป้องแหล่งท่องเที่ยว แต่ที่สำคัญคือการปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน อาชีพ และอนาคตของคนป่าตองด้วย

 

ผมไม่อยากเห็นภาพชาวบ้านต้องช่วยกันโกยดินโคลนออกจากบ้าน ร้านค้าต้องหยุดกิจการ รถยนต์ถูกกระแสน้ำพัดเสียหาย และเจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเข้าไปฟื้นฟูพื้นที่แบบนี้อีก

 

หากวันนี้เรายังแก้ปัญหาเพียงเฉพาะหน้า ไม่เร่งตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง ไม่ควบคุมการก่อสร้างบนพื้นที่ลาดชัน และไม่จัดทำระบบป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เมื่อถึงฤดูฝนปีหน้า ชาวป่าตองก็อาจต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นเดิมอีก

 

ผมจึงอยากฝากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วน เร่งสำรวจ เร่งออกมาตรการ และจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการป้องกันอย่างจริงจัง อย่ารอให้เกิดความสูญเสียครั้งใหม่แล้วจึงค่อยเริ่มต้นแก้ไข

 

เราอาจห้ามฝนไม่ให้ตกไม่ได้ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้ฝนตกหนักกลายเป็นภัยพิบัติที่ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

 

อย่าปล่อยให้ป่าตองต้องกลายเป็นเมืองในทะเลโคลนทุกครั้งที่ฝนตกหนักเลยครับ

 

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดการเมือง

เรื่องล่าสุด