สังคม “ลมใต้ปีก” ประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พุทธศักราช 2569
“นํ้ามันหายไปไหน?” คำถามที่ผู้คนสงสัยกระหึ่มเมือง… ภาพรถติดยาวเหยียด หน้าปั๊มนํ้ามัน ทั่วภูมิภาค ท่ามกลางวิกฤติ นํ้ามันหมด ! “ราคาสินค้า ทะยานดักไปล่วงหน้า”… คำถามตัวโต ๆ “ไอ้โม่งคนใด ?” ที่ประชาชนคนไทย “ชี้หน้ากาหัว” กักตุนเก็งกำไรนํ้ามัน.. ว่ากันว่า “มีชื่อเสียงอื้อฉาว” รู้จักกันถ้วนทั่ว.. มีสายสัมพันธ์กับ “ทุนใหญ่ “ แนบแน่นโยงใยกับ “คนโต” ในรัฐบาล… 000

ผลกระทบวิกฤติพลังงาน – ปริมาณนํ้ามันสำรอง… ย่อมกระเทือน “ปากท้องชาวบ้าน” และต่อเนื่องถึง เสถียรภาพรัฐบาล อย่างเลี่ยงไม่พ้น..โดยเฉพาะ กระทรวงพาณิชย์ ที่ดูแลควบคุมราคาสินค้า จาก มาดามแต๋ม “ศุภจี สุธรรมพันธ์”… 000 เมื่อ “นํ้ามันเชื้อเพลิงพุ่งสูง” ย่อมส่งผล ต่อต้นทุน การขนส่งสินค้า ทั้งพืชผลเกษตร วัตถุดิบต่าง ๆ หนีไม่พ้น “การปรับราคาสูงขึ้น” กระเทือนต่อ “ค่าครองชีพ” ประชาชนเต็ม ๆ ก้าวสู่ยุค “ข้าวยากหมากแพง !”….000
คำประกาศของ โกเกี๊ยะ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี เจ้าสัวใหญ่ ปั้ม PT .. ที่ “สลายภาพ คนต่อแถวซื้อนํ้ามัน”..ภายในหนึ่งสัปดาห์ จะเป็นตัวชี้วัด ความสามารถ ของรัฐบาลในสายตาประชาชน… หากไม่สามารถ “สร้างความเชื่อมั่น” ให้ประชาชนได้ “ก็เอวัง ! จบเห่กันเท่านั้น !” ภาพผู้คน ต่อแถวซื้อนํ้ามัน “เดิมพันรัฐบาลอนุทิน” เสี่ยงหายนะ ทุกข์ลาภ ก็ครั้งนี้ !… 000 กระแสรัฐบาล “วูบ จมดิ่ง!” โพลทุกโพลระบุ “ความไม่เชื่อมั่น” ของประชาชนสูงถึง 77% ผวาวิกฤติ เศรษฐกิจ ที่ขาดแคลน “สุจริต” มากกว่า ขาดแคลน “นํ้ามัน”… เหมือน “โสภณ สุภาพงษ์” แห่งสหกรณ์ เลมอนฟาร์ม มือแก้ปัญหาในอดีต ยืนยัน “นํ้ามันไม่ขาดแคลน” อย่างน่าคิด.. แต่ขาดแคลน ความสุจริต…. 000 “ยุคป๋าเปรม” แก้วิกฤติ นํ้ามันได้ เพราะมีผู้นำสุจริต ไม่มี รมต.ใกล้ชิดคดโกง.. “ไม่มีรมต.กักตุน !”….000

วันนี้ “เชื่อกันว่า” ราคานํ้ามัน ต้องเลยทะลุเพดานเกินลิตรละ 33 บาท แน่นอน…จะเลยไปถึงไหน ? คอยดูกันต่อไป ถึงลิตรละ 40 บาทหรือไม่… เพราะค่าขนส่ง ทะยานแพงขึ้น “ค่าไฟฟ้า” สูงลิบ ต้นทุนการผลิต วิ่งไปไกลสุดกู่ “ราคาสินค้า” ห้ามไม่หยุด ฉุดไม่อยู่…“รัฐบาลอนุทิน” เผชิญงานหิน “หนีไม่พ้น !”….000
“กรณ์ จาติกวณิช” สส.พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในสภาฯ “นํ้ามันไม่ได้หายไปไหน ?” แต่ถูก กักไว้ โดยกลุ่มทุน ที่รู้ล่วงหน้า ว่ารัฐบาล เลิกตรึงราคานํ้ามันดีเซล ซึ่ง “นายกฯ อนุทิน “ ยอมรับว่า ต้องปล่อย ตามกลไกตลาด… ขณะที่ “พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมีย์เวส” หน.พรรค เสรีรวมไทย ยํ้าหัวตะปูว่า ขณะนี้ “ยังใช้สต็อกนํ้ามันเดิม” แต่ทำไม “นํ้ามันขึ้นราคา” เป็นการบริหารบกพร่อง “นายพิพัฒน์” รมว.คมนาคม เป็นนักธุรกิจ นํ้ามัน “ต้องคิดถึงกำไร” การแก้นํามันแพง “ไม่มีทางสำเร็จ” ต้องเอาคน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน มาบริหาร ดำเนินการ “หัวหน้าตู่ ฟันธง !”… 000

“ครม.อนุทิน 2” ฟอร์มกันเบ็ดเสร็จ… แต่เก้าอี้รัฐมนตรีไม่พอเกลี่ย ให้บรรดา “บ้านใหญ่” สมบัติผลัดกันชม ที่มาร่วมพรรค รวมทั้ง “ผู้มีบารมี – ทุนใหญ่” นอกพรรค… ดังนั้นชื่อของ “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” รมว.พลังงาน และ “ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” จึงหลุดหายไป… เก็บข้าวของ จากห้องทำงาน ทำเนียบรัฐบาลไปเรียบร้อย… ชื่อของ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฏีกา “เข้ามาเสียบแทน !”… 000 บทบาทบุคคล “ปกรณ์” ชื่อชั้นไม่ธรรมดา ไม่ใช่คนใหม่ ในแวดวงอำนาจ และกฏหมาย “หากแต่อยู่เบื้องหลัง” การขับเคลื่อน นโยบายรัฐบาล มาหลายยุค หลายสมัย จึงเข้าใจระบบการพัฒนาระบบราชการ “ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ” มาต่อเนื่อง …เป็นนักกฏหมาย มืออาชีพ ที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างยิ่ง…. 000

สำหรับ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เลือดใต้เข้มข้น งานนี้ถือว่า หลุดพ้น วงจรอำนาจ มาด้วยความ ” โล่งใจ ! “ เนื่องเพราะ รัฐบาลชุดนี้ เข้มหนัก เรื่อง “จริยธรรม” และปัญหาการเมือง ค้างคาอยู่มาก ทั้งเรื่อง “ฮั้ว สว. – เขากระโดง” ที่จำเป็น ต้องมีมือกฏหมาย ชั้นครู มาแก้ปัญหา… งานหิน จึงหนักหน่วง หลายเท่าตัว การเปลี่ยน เนติบริกร “คนตงฉิน” ลดความเสี่ยง กระโดดลงจากเรือได้… “ย่อมหายสงสัย !”.… 000

















