ป.ป.ส. ลงพื้นที่ตรวจสอบด่วน คดีสลดลูกฆ่าพ่อสมุทรสาคร ชี้ปมจิตเวชกำเริบ-เมาสุรา วอนครอบครัวร่วมเฝ้าระวังผู้ป่วยใกล้ชิด

ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศเจตนารมณ์เดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด รวมถึงข้อสั่งการของ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด ควบคู่ไปกับการจัดระเบียบสังคมเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน
จากกรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวเหตุอุกฉกรรจ์ในพื้นที่ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา กรณีลูกชายก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายบิดาจนเสียชีวิต ซึ่งสื่อบางสำนักได้นำเสนอข่าวในลักษณะที่ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ก่อเหตุอาจมีอาการคลุ้มคลั่งจากการใช้สารเสพติดนั้น

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เร่งขับเคลื่อนตามนโยบาย โดยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน กรณีเกิดเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เพื่อสร้างความกระจ่างและคลายความวิตกกังวลให้แก่สังคม และสั่งการด่วนให้ สำนักงาน ปปส.ภ.7 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที จากการลงพื้นที่ตรวจสอบและบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า นายกฤษดา อายุ 44 ปี (ผู้ต้องหา) ไม่มีประวัติการถูกจับกุมในคดียาเสพติด และไม่เคยมีประวัติการร้องเรียนผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386
นอกจากนี้ สำนักงาน ปปส.ภ.7 ได้ประสานความร่วมมือกับเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร ในการดำเนินการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ต้องหา ซึ่งผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่า “ไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด”

จากการลงพื้นที่สอบถามมารดาของผู้ต้องหา ทราบว่า สาเหตุที่แท้จริงเกิดจาก นายกฤษดา เป็นผู้ป่วยจิตเวชมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 แต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้ขาดการทานยาเพื่อรักษาอาการอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีความเครียดสะสมจากปัญหาส่วนตัวและตกงาน จึงหันมาดื่มสุราอย่างหนัก จนกระทั่งวันเกิดเหตุได้ดื่มสุราจนมีอาการมึนเมา และเกิดมีปากเสียงถูกบิดาดุด่า นำไปสู่การก่อเหตุสลดดังกล่าว
ทั้งนี้ ชุดปฏิบัติการ ปปส.ภ.7 ได้เป็นตัวแทนหน่วยงาน กล่าวแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัวต่อความสูญเสียในครั้งนี้ ซึ่งทางครอบครัวไม่ติดใจในเหตุการณ์และพร้อมให้ดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด
สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและสถาบันครอบครัว หากมีบุคคลใกล้ชิดที่เป็นผู้ป่วยจิตเวช ขอให้เฝ้าระวังดูแลอย่างใกล้ชิด หมั่นสังเกตอาการ กำชับให้ทานยาอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญต้องระมัดระวังไม่ให้ผู้ป่วยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดทุกชนิด เนื่องจากจะไปกระตุ้นอาการให้รุนแรง ขาดสติ และอาจนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงที่ไม่คาดคิดได้ หากครอบครัวใดต้องการคำปรึกษาด้านสุขภาพจิต สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ หากพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมคลุ้มคลั่ง ก้าวร้าว หรือมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสเพื่อขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับ

















