สังคม “ลมใต้ปีก” ประจำวันพุธที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2569
ภาคใต้เป็นพื้นที่เป้าหมายยุทธศาสตร์ ทางการเมืองของ “พรรคภูมิใจไทย” ที่กำลังขยายกินพื้นที่มากขึ้น….โครงการเมกะโปรเจ็กต์ “แลนด์บริดจ์” จึงต้องเร่งผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่าง “อ่าวไทยและอันดามัน” เข้าด้วยกัน…การประชุม “คณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งแรก” ที่ อ.หาดใหญ่ จ. สงขลา วันที่ 8 – 9 มิถุนายนนี้ “เดินหน้าเต็มตัว !”….000 โครงการ อภิมหาโปรเจ็กต์นี้ “มีผลประโยชน์ มหาศาล” ผลักดันกันมาหลายรัฐบาล แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เป็นรูปธรรม สะดุดที่ข้อกฏหมาย – ความมั่นคง และการต่อต้านหลายรูปแบบ… วันนี้ ออกมาปัดฝุ่นอีกครั้ง ด้วยงบประมาณ “1 ล้าน ล้านบาท” ระยะทางยาว 90 กม. “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี เจ้ากระทรวงคมนาคม หัวหอกโครงการ ยืนยัน มุ่งมั่นสื่อสารสังคม หากสำเร็จ “จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชน” และประเทศชาติ “แลนด์บริดจ์” จะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ อีกแห่งในภาคใต้….000

“แปลกแต่จริง !!” โครงการยักษ์ พัฒนาเศรษฐกิจ-การลงทุนด้วยงบประมาณมหาศาล “น่าขนลุก !”…ตอนหาเสียง “พรรคภูมิใจไทย” เก็บไว้มิดชิด.. ไม่ได้ปักธง “แถลงเป็นนโยบายต่อสภา”…อาศัยความตึงเครียดจาก “สงครามตะวันออกกลาง” หันเหจุดสนใจ ไประยะหนึ่ง….000 “งบประมาณ 1 ล้านล้านบาท”… ทำให้ผู้คน “ตาวาว ! หูผึ่ง” เกรงเรื่องอื้อฉาวกับ บริษัทสัมปทานต่างชาติ ระยะยาว.. แถมร้อนรน การรุกคืบ… จึงเริ่มมีการตรวจสอบ ว่ามีนัยการเมืองแอบแฝงอยู่และจะ “ไปรอดหรือไม่ ?”…. โดยเฉพาะการเวณคืน ที่ทำกินชาวบ้าน ถึง 4 อำเภอ…. 000
ขณะที่มีการชำแหละนโยบาย แลนด์บริดจ์ ที่หลายฝ่ายยํ้าว่า “ไม่คุ้มค่าการลงทุน” …สำนักนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจร (สนข.) ระบุว่า มีอัตราผลตอบแทน ทางเศรษฐกิจ ( EIRR ) สูงถึง 17.38% แต่ผลการศึกษาจาก “สภาพัฒนาการเศรษฐกิจ สังคมแห่งชาติ” (สศช.) กลับชี้ว่า “อาจขาดทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาท” ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลที่ผ่านมา พยายาม ทำโรดโชว์ มาหลายปีแล้วก็ตาม…000 นโยบาย แลนด์บริดจ์ จึงถูกมองว่า “เป็นการโยนเค้กชิ้นใหญ่” ให้กลุ่มทุนนำเข้า และโลจิสติกส์ มากกว่า การยกระดับศูนย์กลาง “เชื่อมมหาสมุทร อินดีย-แปซิฟิก”….000

ชูธงพร้อมลุย ! “นันทนา นันทวโรภาส” สว.หญิงแกร่ง กระโดดแถวหน้า ร่วมเข้าชื่อ สส. ฝ่ายค้าน ให้ประธานศาลฏีกา ตั้งคณะกรรมการ ไต่สวน “ป.ป.ช.” เพื่อให้กลไก การตรวจสอบถ่วงดุล เกิดขึ้นจริง… งานนี้ “นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ” สมาชิกวุฒิสภา ระบุ หลังจากยื่น ประธานรัฐสภา “โสภณ ซารัมย์” มีเวลาตรวจสอบ 30 วันตามขั้นตอน “หากดึงเช็ง !” ถ่วงเวลา ด้วยเทคนิคต่าง ๆ ให้ตกไป.. “ประธานสภาฯ” ก็ถึงเวลาแห่งการตรวจสอบ ตามช่องทางรัฐธรรมนูญ เช่นกัน… 000
การยื่นไต่สวน และดำเนินคดี “ป.ป.ช.” เสนอเรื่อง ไปยัง “ประธานศาลฏีกา” นั้น… รู้กันว่า ผลลัพท์ปลายทาง “เป็นอย่างไร ?”… ยากเย็นแสนเข็ญ ริบหรี่ขนาดไหน ?… ความจริงที่สะท้อนปัญหา “ระบอบอุปถัมภ์ การเมืองไทย” กลไกการตรวจสอบ มีข้อจำกัด จากความสัมพันธ์ทางอำนาจ และผลประโยชน์ หลากหลาย … “แค่คิดก็เหนื่อยแทน !”…. 000

การปะทะระหว่าง “นิติสงคราม” กับ “ดุลพินิจศาล” เรื่องคดี จริยธรรม 44 สส. “วัส ติงสมิตร” อดีตผู้พิพากษาศาลฏีกา ระบุ ศาลฏีกา วางบรรทัดฐานใหม่ “รับคำร้อง แต่ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่”… ตั้งเงื่อนไข ห้ามกระทำซํ้า… สรุปว่า กระบวนการยุติธรรม “ต้องรักษาสมดุล” และไม่ควรถูกใช้ เป็นเครื่องมือ ทางการเมือง นอกกรอบกฏหมาย…. 000
ฮือฮากันตามซอกหลืบ การเมืองว่า…ลึก ๆ แล้ว..การที่ “อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล” ไม่ถูกสั่งให้ “10 สส.ตัวตึง” หยุดปฏิบัติหน้าที่… ว่ากันว่า เป็นกลยุทธ์ ของผู้คุมกระดานอำนาจ.. ต้องการให้ “พรรคส้ม” เป็นกำแพงขวาง “แก๊งนํ้าเงิน” ที่กำลังเหิมเกริมเต็มที่…ยุทธการเชิงชั้นใน “สามก๊ก” จึงต้องงัดออกมาใช้ คานอำนาจ ในสถานการณ์เยี่ยงนี้ …000


















