ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

“ผบ.ตร.” สั่งด่วนทุกพื้นที่ “เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง” ภายใน 3 เดือน “ขุดราก ถอนโคน” อาชญากรรมข้ามชาติ ต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย


12 พฤษภาคม 2026, 11:38 น.

 

“ผบ.ตร.” สั่งด่วนทุกพื้นที่ “เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง” ภายใน 3 เดือน “ขุดราก ถอนโคน” อาชญากรรมข้ามชาติ ต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย

 

วันนี้ (12 พฤษภาคม 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการด่วนให้ตรวจสอบและปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ป้องปรามปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านหรือแอบแฝงเข้าเมืองเพื่อกระทำผิดกฎหมาย ตลอดจนการทำงานของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในลักษณะนอมินี ที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและความสงบเรียบร้อยของประเทศ  

 

ผบ.ตร. สั่งการมาตรการ 3 ระยะ ได้แก่

 

1. มาตรการเร่งด่วน 3 เดือน “เอกซเรย์ ระดม กวาดล้าง” 

ให้ทุกหน่วยตรวจสอบคนต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ จัดทำฐานข้อมูล กำหนดกลุ่มคนต่างด้าวเป้าหมายที่มีพฤติการณ์เกี่ยวกับการค้ายาเสพติด, ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ภาษี ศุลกากร หรือนิติบุคคล, การกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, บุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้าย, เครือข่ายการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การค้าประเวณี การค้ามนุษย์ กลไกการส่งต่อระดับชาติ และร่วมกันตรวจสอบ ปิดล้อม เอกซเรย์พื้นที่และบุคคล โดยเฉพาะสถานที่ที่มีคนต่างด้าวรวมตัวหรือพักอาศัยเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันและยับยั้งเหตุไม่ให้ลุกลาม บานปลาย ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ และบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยให้พิจารณาจับกุมดำเนินคดีทุกราย 

 

พร้อมกับสั่งการให้ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) พิจารณาจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ (Joint Task Force) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงการคลัง, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ธนาคารแห่งประเทศไทย, กรมศุลกากร, กรมสรรพสามิตร, กรมที่ดิน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติในระดับนโยบายและระดับจังหวัด พร้อมทั้งกำหนดให้ทุกหน่วยระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวกระทำความผิดกฎหมาย โดยกำหนดเป้าหมายในพื้นที่ที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเป็นลำดับแรก และในพื้นที่อื่น ๆ พิจารณาตามความหนักเบาของสถานการณ์ ทั้งนี้ ให้กำหนดแผนวงรอบการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและลักษณะกลุ่มเครือข่ายที่กระทำผิด

 

2. มาตรการระยะกลาง “ขุดราก ถอนโคน” ขับเคลื่อนการปฏิบัติ 6-9 เดือน

ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยรับผิดชอบร่วมกับหน่วยต่าง ๆ ตรวจสอบฐานข้อมูลคนต่างด้าว ตรวจสอบข้อเท็จจริงเอกสารหลักฐานต่าง ๆ การขออยู่ต่อในราชอาณาจักร การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัด เพื่อบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร รวมทั้งให้ศึกษาข้อมูล ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเสนอแนวทางการแก้ไข ปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งปิดช่องว่างของกฎหมายที่คนต่างด้าวใช้ในการกระทำความผิด

 

นอกจากนี้ สั่งการให้สืบสวนขยายผลเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องทุกราย แบบ “ขุดราก ถอนโคน” กรณีที่ตรวจพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง พัวพัน ให้ดำเนินการตามกฎหมายและดำเนินมาตรการทางปกครองโดยเคร่งครัด

 

3. มาตรการระยะยาว ระยะ 1-2 ปี

ให้จัดทำระบบฐานข้อมูลคนต่างด้าว การตรวจสอบและสถานะคนต่างด้าว โดยเชื่อมโยงกับระบบ One Police ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ทุกหน่วยเข้าถึงและตรวจสอบฐานข้อมูลคนต่างด้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ โดยให้เชื่อมโยงฐานข้อมูลไปยังระดับพื้นที่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและนำมาวิเคราะห์แผนการปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายตามความรับผิดชอบ 

 

รวมทั้งประสานงานและรับข้อมูลจากประเทศต้นทาง และใช้ข้อมูลในการป้องกันและนำมาตรการปฏิเสธคนเข้าเมือง การตรวจสอบบุคคลในบัญชีเฝ้าระวังหรือบัญชีต้องห้าม หมายจับบุคคล การแจ้งข้อมูลคนต่างด้าวเข้าเมือง (TDAC) และมาตรการตรวจคัดกรองบุคคลล่วงหน้า ทั้งนี้ ให้สอดคล้องเหมาะสมกับนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐบาล

 

ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดทำฐานข้อมูลและการข่าวคนต่างด้าวที่มีลักษณะกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ขบวนการลักลอบขนคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย และสืบสวนขยายผลคนต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบร่วมกันตำรวจพื้นที่ เพื่อขยายผลผู้ร่วมกระทำความผิดตัวการตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการ/เครือข่าย และให้กองการต่างประเทศเป็นหน่วยประสานงานและข้อมูลข่าวสารกับประเทศสมาชิกองค์การตำรวจสากล หน่วยตำรวจประเทศต้นทาง และใช้กลไกช่องทางกงสุล (ฝ่ายตำรวจ/ทูตฝ่ายตำรวจ) ในการประสานข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

 

นอกจากนี้ ผบ.ตร. กำชับข้าราชการตำรวจทุกนายไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว พัวพัน ประพฤติมิชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับคนต่างด้าวที่กระทำความผิด และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นต้องตรวจสอบ ควบคุม กำกับ ดูแลข้าราชการตำรวจในสังกัดอย่าให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นได้ หากตรวจพบให้ดำเนินการทางอาญา วินัย และปกครอง โดยทันที 

 

หากประชาชนพบเบาะแสคนต่างด้าวที่น่าสงสัยว่าจะกระทำความผิดกฎหมาย ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ทางสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 หรือ 1599 หรือสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

เรื่องล่าสุด