<เลือดตำรวจ>

<เลือด> นอกจากจะหล่อเลี้ยงร่างกายตนเองแล้ว ยังใช้ช่วยชีวิตคนอื่นได้อีกด้วย
คืนวันหนึ่งของปี พ.ศ. 2522 ที่ สน.ยานนาวา บก.น.ใต้ บช.น.
ผมมียศ ร.ต.ต. ตำแหน่ง รองสวส.ฯ ปฏิบัติหน้าที่เป็นนายร้อยตำรวจเวรสอบสวนคดีอาญา
เวลาประมาณสองทุ่มเศษ มีเหตุพยายามฆ่าที่ตรอกโรงน้ำแข็ง คนเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด ส่งไป รพ.เลิศสิน

ต่อมาอีกสักพักใหญ่ก็มีเหตุรถชนกันที่หน้าตลาดบางรัก มีคนได้รับบาดเจ็บสาหัสหนึ่งคน ถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.เลิศสินเช่นกัน
หมอ รพ.เลิศสิน คนหนึ่งได้โทรศัพท์มาที่ สน.ยานนาวา ขอพูดกับนายร้อยตำรวจเวร ผมจึงรับสาย
หมอพูดว่า
<ต้องผ่าตัดคนเจ็บทั้งสองคน ที่ถูกยิงและที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ รพ. ขาดเลือดสำรอง จึงขอรับการบริจาคด่วนที่สุดจากตำรวจ>
ผมคุยกับหมอเสร็จ วางสายโทรศัพท์ รีบวิทยุขอความร่วมมือไปยังตำรวจทุกนายใน สน.ยานนาวา รวมทั้ง สน. ต่าง ๆ แต่ไม่มีการตอบสนอง

คืนนั้น ช่วงเวลานั้น ฝนตกพรำ ๆ ผมตัดสินใจ ขี่รถจักรยานยนต์ส่วนตัว ฝ่าสายฝน ไปที่ รพ.เลิศสิน เสื้อผ้าเครื่องแบบเปียกปอน จนรู้สึกหนาว
ขอพบหมอที่โทรศัพท์ไปขอความร่วมมือบริจาคเลือด
ผมบอกหมอว่า
<ผมเลือดกรุ๊ปโอ มาขอบริจาคเลือดช่วยคนเจ็บ ผมวิทยุไปแล้ว เงียบครับ>
หมอยิ้มเล็กน้อย สั่งพยาบาลให้พาผมไปที่ห้องบริจาคโลหิต
ขณะที่กำลังบริจาคเลือด เลือดไหลตามสายยางลงสู่ถุงพลาสติกที่รองรับ
พยาบาลบอกว่า
<เลือดดี ไหลแรง ขอ 400 ซีซีนะคะ>
ผมยิ้ม ตอบว่า
<ได้ครับ>
เมื่อบริจาคเลือดเสร็จ พยาบาลให้ผมนั่งพักและดื่มโอวัลติน พร้อมกินขนมนิดหน่อย
สักครู่หนึ่งผมก็ขอตัวกลับ สน. ยานนาวา เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ

ก่อนออกเวรเที่ยงคืนคืนนั้น หมอที่โทรศัพท์มาขอรับการบริจาคเลือด และเป็นผู้ผ่าตัดผู้บาดเจ็บจากการถูกยิงและรถชนกัน ได้โทรศัพท์มาที่ สน.ยานนาวา ขอพูดกับผม โดยบอกว่า
<ขอบคุณนะครับที่มาบริจาคเลือดช่วยผู้บาดเจ็บ เลือดที่ให้มา ได้แบ่งให้ผู้บาดเจ็บคนละครึ่ง สามารถยืดอายุผู้บาดเจ็บได้ประมาณคนละหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้ตายหมดแล้วครับ>
พอฟังเสร็จ ผมอึ้งไปสักครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดกับหมอว่า
<ขอบคุณหมอเช่นกันครับ>

ผมบริจาคเลือด ตั้งแต่เป็น นรต. ปี 1 เรื่อยมา จนปัจจุบัน โดยบริจาคให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานกาชาดอีกหลายสิบครั้ง แล้วแต่โอกาสเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์
ผมได้รับเข็มผู้บริจาคโลหิตฯ พระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ
ผมภูมิใจกับอุดมคติตำรวจ ข้อที่ 2 <กรุณาปรานีต่อประชาชน>
ข้อที่ 6 <มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน>
ดังนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2544 ขณะที่เป็น ผกก.รร.ภ.9 ยะลา
นอกจากบริจาคเลือดแล้ว ผมยังได้บริจาคดวงตาของผม บริจาคร่างกายของผม ให้กับสภากาชาดไทย เพื่อเป็น<ครูใหญ่>ด้วยความภาคภูมิใจ
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















