การเมือง

แค่ 5 นาที… รถดับเพลิงก็มาถึง แต่เหตุใดจึงยังเกิดโศกนาฏกรรม?


13 กรกฎาคม 2026, 17:25 น.

 

แค่ 5 นาทีรถดับเพลิงก็มาถึง

แต่เหตุใดจึงยังเกิดโศกนาฏกรรม?

 

 

โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เป็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ

 

ก่อนอื่น ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวของผู้สูญเสียทุกท่าน

 

แต่เมื่อความโศกเศร้าค่อยๆ คลี่คลาย สิ่งที่สังคมไทยควรถามต่อ ไม่ใช่เพียงว่า ใครผิด หากแต่คือ เหตุใดโศกนาฏกรรมครั้งนี้จึงเกิดขึ้นและเราจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก

 

 

หลายคนตั้งคำถามว่า รถดับเพลิงเดินทางถึงที่เกิดเหตุภายในเวลาประมาณ 5 นาที ซึ่งถือว่าเร็วมาก แล้วเหตุใดจึงยังเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่?

 

คำตอบของคำถามนี้ ไม่ได้อยู่ที่ความเร็วของรถดับเพลิง แต่อยู่ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีแรกหลังเกิดเพลิงไหม้ ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตจากการถูกไฟคลอก แต่เสียชีวิตจากการสำลักควัน

 

ในทางวิศวกรรมอัคคีภัย เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เป็นที่ยอมรับกันมานาน เพราะเมื่อไฟลุกลามขึ้นเพดาน ควันร้อนและก๊าซพิษจะกระจายไปทั่วอาคารอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนมองไม่เห็นทางหนี ขาดออกซิเจน และอาจหมดสติภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

 

 

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ควันคือฆาตกรที่มองไม่เห็น นั่นคือเหตุผลที่แม้เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึงอย่างรวดเร็ว ก็อาจสายเกินไปสำหรับบางชีวิต

 

ดังนั้น บทเรียนสำคัญของเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่การทำให้รถดับเพลิงวิ่งเร็วขึ้น แต่คือการทำให้อาคารทุกแห่งที่มีผู้คนจำนวนมาก ต้องสามารถหนีเพลิงไหม้ออกมาได้ด้วยตนเองในช่วงนาทีแรกของเหตุการณ์

 

อีกประเด็นที่น่าคิดคือ สถานที่แห่งนี้เคยผ่านการตรวจ มีทางหนีไฟ มีไฟฉุกเฉิน และมีป้ายบอกทางครบถ้วน แต่ในวันเกิดเหตุ กลับพบว่ามีสิ่งของกีดขวางทางหนีไฟ นั่นแสดงว่า อาคารที่ผ่านการตรวจ ไม่ได้หมายความว่า ปลอดภัย

 

 

มาตรฐานความปลอดภัยที่แท้จริง ไม่ใช่สภาพของอาคารในวันที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจ แต่คือสภาพของอาคารในทุกวันที่ประชาชนเข้าไปใช้บริการ

 

ในฐานะอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผมเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างจริงจัง และต้องปิดช่องโหว่ของระบบความปลอดภัย เช่น ควรมีการสุ่มตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างสม่ำเสมอ ควรดำเนินการอย่างจริงจังกับการกีดขวางทางหนีไฟ

 

และที่สำคัญ… ควรทบทวนกฎหมายให้ใช้ระดับความเสี่ยงของกิจการ เป็นเกณฑ์ มากกว่าชื่อประเภทกิจการ เพราะร้านอาหารที่มีดนตรีสด ผับ บาร์ หรือโรงเบียร์หลายแห่ง มีลักษณะการใช้งานและความเสี่ยงไม่แตกต่างกันมากนัก

 

หลายประเทศเคยเผชิญโศกนาฏกรรมลักษณะเดียวกัน และใช้ความสูญเสียครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นในการปฏิรูประบบความปลอดภัยครั้งใหญ่ ประเทศไทยไม่ควรรอให้เกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงค่อยลงมือแก้ไข

 

 

สุดท้าย ผมอยากฝากถึงผู้ประกอบการทุกคนว่า ใบอนุญาตเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบ ไม่ใช่จุดสิ้นสุด และอยากฝากถึงหน่วยงานของรัฐทุกแห่งว่า เป้าหมายของการตรวจ ไม่ใช่เพื่อให้สถานประกอบการ ผ่าน แต่เพื่อให้ประชาชนทุกคนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

 

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ไม่ได้สอนเราว่า รถดับเพลิงต้องวิ่งเร็วขึ้น แต่สอนเราว่า ระบบความปลอดภัยของอาคารต้องดีกว่านี้ เพราะเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ทุกวินาทีมีค่า

 

และในหลายกรณี… นาทีแรก คือเส้นแบ่งระหว่างชีวิตกับความตาย

 

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดการเมือง

เรื่องล่าสุด