การเมือง

“วัชระ” เผยชื่อเต็ม “หน้าห้องประธาน ปปช.” ครบทีม ชง “สุชาติ” ตั้ง กก. สอบข้อเท็จจริงยุคแทรกแซงล้วงลูกเปลี่ยน กก. สอบทุจริตสภาฯ


26 พฤษภาคม 2026, 22:07 น.

 

“วัชระ” เผยชื่อเต็ม “หน้าห้องประธาน ปปช.” ครบทีม ชง “สุชาติ” ตั้ง กก. สอบข้อเท็จจริงยุคแทรกแซงล้วงลูกเปลี่ยน กก. สอบทุจริตสภาฯ

 

 

26 พฤษภาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ ไปยื่นหนังสือถึงนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช.

 

หนังสือมีความว่า เรื่องขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงว่าภายในสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกิดวิกฤตศรัทธา มีการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและการวินิจฉัย ไม่ได้บริหารด้วยหลักธรรมาภิบาล หลักนิติรัฐนิติธรรมสมดังการบริหารราชการแผ่นดินตามจุดมุ่งหมายการก่อตั้ง ป.ป.ช. เมื่อผู้ตัดสินความยุติธรรมมีความละโมบ เห็นแก่ตัว เห็นแก่อามิสสินจ้าง เล่นพรรคเล่นพวก ไม่ตั้งอยู่ในทำนองคลองธรรม หลงลืมจริยธรรมของบรรพตุลาการ จนทำให้ภาพพจน์ขององค์กรตกต่ำอย่างหนักซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนนับแต่ก่อตั้ง ป.ป.ช. มา 26 ปี และปรากฏว่ามีพฤติกรรมที่สื่อมวลชนนำมาเผยแพร่ ข้าพเจ้าผู้ซึ่งเป็นประชาชน ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีบุคคลต้องสงสัยที่อาจจะเกี่ยวข้องแทรกแซงการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ การล้วงลูกดูสำนวน ประกอบด้วยบุคคลในอักษรย่อที่ใกล้เคียงข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้

 

คนที่ 1 หรือ ต.1 คือ นายสุรเชษฐ์ บุษบกแก้ว หรือ ต้น เลขานุการ ประธานกรรมการ ป.ป.ช.

 

คนที่ 2 หรือ ต.2 คือ นายธนา ธรรมวิหาร หรือ ต่าย ทนายความ ที่ปรึกษาและอนุกรรมการ ป.ป.ช. ชุดต่าง ๆ

 

คนที่ 3 หรือ อ.1 คือ นายอธิโชค วินทกร หรือ อ้วน ที่ปรึกษา ประธานกรรมการ ป.ป.ช.

 

(บุคคลที่ 1 ถึงบุคคลที่ 3 เป็นบุคคลภายนอกได้รับการเสนอและแต่งตั้งจากนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช.)

 

คนที่ 4 หรือ อ.2 คือ นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธ์ุ หรือ เอ รองเลขาธิการฯ ด้านตรวจสอบทรัพย์สิน

 

เพื่อความยุติธรรมต่อบุคคลทั้งสี่และเพื่อความยุติธรรมต่อองค์กร ข้าพเจ้าจึงขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน เพื่อค้นหาความจริงว่าจริงหรือไม่ อย่างไร และถ้าจริงจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวอาจมีความผิดตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยประมวลจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2563 หรือระเบียบกฎหมายอื่นใดหรือไม่ ถ้าไม่จริงก็ควรแถลงให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไป

 

ยกตัวอย่างกรณีที่ล้วงลูกชัดเจนคือ การเปลี่ยนคณะสอบข้อเท็จจริงการทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภากรณีห้องประชุม 113 ห้อง ยกชุด คณะเดิมมีมติรับข้อกล่าวหานางพรพิศ เพชรเจริญ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน มาในยุคนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กลับยกเลิกคณะสอบข้อเท็จจริงเดิมและแต่งตั้งคณะใหม่มาพิจารณา ส่อเงื่อนงำความไม่โปร่งใส แทรกแซงการทำงานอย่างเห็นได้ชัด เมื่อความปรากฏดังนี้ จึงขอให้นายสุชาติตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงหน้าห้องของตนเองและบุคคลต้องสงสัยที่อาจจะเกี่ยวข้อง

 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย ผลเป็นประการใดแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบด้วย จักขอบคุณยิ่ง

 

ทั้งนี้ นายวัชระ เพชรทอง กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือถึงกรรมการ ปปช. ทุกคน

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดการเมือง

เรื่องล่าสุด