การเมือง

รันเวย์สุวรรณภูมิทรุดซ้ำ? สัญญาณอันตราย รัฐบาลอย่าปล่อยผ่าน!


4 พฤศจิกายน 2026, 10:27 น.

 

รันเวย์สุวรรณภูมิทรุดซ้ำ?

สัญญาณอันตราย รัฐบาลอย่าปล่อยผ่าน!

 

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุเครื่องบิน Boeing 737-800 ของสายการบิน China Airlines เที่ยวบิน CI840 ซึ่งกำลังเตรียมขึ้นบินไปเกาสง ไต้หวัน ล้อหลักจมติดอยู่กับพื้นผิวบริเวณหัวรันเวย์ 02R จนไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อได้

 

จุดเกิดเหตุอยู่ที่รันเวย์เส้นที่ 1 (อยู่ฝั่งตะวันตก) หมายเลข 02R/20L ของสนามบินสุวรรณภูมิ

 

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ชี้แจงว่า สาเหตุเกิดจากฝนตกหนัก ทำให้มีน้ำสะสมในพื้นที่มาก ประกอบกับระดับน้ำใต้ดินสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อพื้นผิวรันเวย์และแท็กซี่เวย์บางจุด เมื่อได้รับแรงกดทับจากน้ำหนักเครื่องบินจึงเกิดการชำรุด

 

เหตุการณ์นี้ทำให้ต้องปิดรันเวย์ดังกล่าวชั่วคราว ก่อนซ่อมแซมและเปิดใช้งานอีกครั้งเวลา 06.30 น. ของวันที่ 29 ตุลาคม 2569

 

ต่อมาเมื่อคืนวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 มีรายงานว่า เครื่องบิน Airbus A380 ของสายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK373 ซึ่งกำลังเตรียมขึ้นบินไปดูไบ ประสบปัญหาแท็กซี่เวย์ E21 (ซึ่งอยู่ใกล้กับรันเวย์เส้นที่ 1) บางส่วนชำรุด ทำให้ต้องหยุดรอการแก้ไขนานกว่าหนึ่งชั่วโมง นับเป็นเหตุการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะเกิดขึ้นหลังการซ่อมแซมครั้งแรกเพียง 5 วัน เท่านั้น

 

1. ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ผิวทางเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ผมอยากให้ความสนใจคือ คำชี้แจงเรื่องฝนตกหนักและน้ำใต้ดินสูงขึ้น อาจอธิบายปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ แต่ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดว่าเหตุใดโครงสร้างรันเวย์จึงชำรุดจนล้อเครื่องบินจมติดอยู่กับพื้นผิว

 

โครงสร้างรันเวย์ไม่ได้มีเพียงผิวคอนกรีตหรือแอสฟัลต์ แต่ประกอบด้วยชั้นวัสดุหลายชั้น ตั้งแต่ชั้นผิวทาง ชั้นพื้นทาง ชั้นรองพื้นทาง ไปจนถึงชั้นดินที่เป็นฐานรองรับ

 

หากน้ำแทรกซึมเข้าสู่โครงสร้าง หรือดินชั้นรองรับอิ่มตัวด้วยน้ำ ความสามารถในการรับน้ำหนักอาจลดลง นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบความเสื่อมสภาพของวัสดุ การเกิดโพรงใต้ผิวทาง และประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำด้วย

 

ผมเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการตรวจสอบและซ่อมแซมจุดที่เกิดเหตุ แต่ควรตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างรันเวย์ แท็กซี่เวย์ และลานจอดเครื่องบินทั่วทั้งสนามบิน รวมถึงระบบระบายน้ำ เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และตรวจสอบว่ามีพื้นที่อื่นที่เสี่ยงต่อการทรุดตัวหรือชำรุดอีกหรือไม่

 

2. สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการ

ผมมีข้อเสนอแนะ 5 ประการ เพื่อให้การแก้ปัญหาครั้งนี้เป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงซ่อมแซมพื้นผิวให้กลับมาใช้งานได้

 

(1) ตรวจสอบโครงสร้างรันเวย์ที่เกิดเหตุอย่างละเอียด

โดยเฉพาะรันเวย์เส้นที่ 1 หมายเลข 02R/20L บริเวณหัวรันเวย์ 02R และจุดเชื่อมต่อกับแท็กซี่เวย์ E21 ต้องตรวจสอบโครงสร้างทุกชั้น ตั้งแต่ผิวทางลงไปจนถึงชั้นดินที่รองรับ ไม่ใช่ตรวจเฉพาะบริเวณที่ชำรุด

 

(2) ตรวจสอบรันเวย์ทั้ง 3 เส้น รวมถึงแท็กซี่เวย์และลานจอดเครื่องบิน สนามบินสุวรรณภูมิมีรันเวย์ 3 เส้น ได้แก่

ก. รันเวย์เส้นที่ 1 (อยู่ฝั่งตะวันตก) หมายเลข 02R/20L เปิดใช้เมื่อปี 2549

ข. รันเวย์เส้นที่ 2 (อยู่ฝั่งตะวันออก) หมายเลข 01/19 เปิดใช้เมื่อปี 2549

ค. รันเวย์เส้นที่ 3 (อยู่ฝั่งตะวันตก) หมายเลข 02L/20R เปิดใช้เมื่อปี 2567

 

ควรตรวจสอบทั้งหมดเพื่อค้นหาจุดเสี่ยงที่อาจเกิดปัญหาในลักษณะเดียวกัน ไม่ควรรอให้เกิดความเสียหายก่อนจึงค่อยซ่อมแซม

 

(3) ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบโครงสร้างใต้พื้นผิว

ควรนำเทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจสอบโครงสร้างรันเวย์และแท็กซี่เวย์ของสนามบินมาใช้ เช่น Ground Penetrating Radar (GPR) เพื่อค้นหาความผิดปกติหรือโพรงใต้ผิวทาง และ Heavy Weight Deflectometer (HWD) เพื่อประเมินความแข็งแรงและความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้าง

 

นอกจากนี้ ควรเจาะสำรวจชั้นดิน ตรวจสอบระดับน้ำใต้ดิน และประเมินระบบระบายน้ำควบคู่กันไปด้วย

 

(4) แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ

หากพบว่าระบบระบายน้ำมีปัญหา ต้องปรับปรุงระบบระบายน้ำ หากชั้นดินอ่อนตัวหรือมีโพรงใต้ผิวทาง ต้องปรับปรุงโครงสร้างให้มีความแข็งแรงตามมาตรฐาน

 

การซ่อมเฉพาะผิวทางให้เรียบและเปิดใช้งานได้ ไม่ได้หมายความว่าโครงสร้างด้านล่างมีความแข็งแรงเพียงพอแล้ว

 

(5) จัดทำระบบตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

ควรติดตามระดับน้ำใต้ดิน การทรุดตัว และความแข็งแรงของโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดเกณฑ์เตือนภัย และจัดทำแผนบำรุงรักษาล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิดความเสียหาย

 

ผมเห็นว่าการตรวจสอบครั้งนี้ควรมีผู้เชี่ยวชาญด้านปฐพีกลศาสตร์ที่เป็นอิสระเข้าร่วมด้วย และควรเปิดเผยผลการตรวจสอบให้ประชาชนรับทราบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานความปลอดภัยของสนามบิน

 

3. ความปลอดภัยต้องมาก่อนการให้บริการ

ผมเข้าใจดีว่าสนามบินสุวรรณภูมิมีเที่ยวบินหนาแน่น การปิดรันเวย์เพื่อซ่อมแซมย่อมกระทบต่อสายการบินและผู้โดยสาร การแบ่งพื้นที่และช่วงเวลาซ่อมบำรุงจึงเป็นสิ่งจำเป็น

 

แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัย หากตรวจพบว่าพื้นที่ใดมีความเสี่ยง ต้องรีบจำกัดการใช้งานหรือปิดพื้นที่นั้นเพื่อซ่อมแซมทันที ไม่ควรปล่อยให้เครื่องบินใช้งานต่อไปเพียงเพื่อไม่ให้เที่ยวบินต้องหยุดชะงัก เพราะความปลอดภัยของผู้โดยสารต้องมาก่อนความสะดวกในการให้บริการ

 

ผมไม่ได้ต้องการตำหนิหน่วยงานใด เพราะปัญหาทางวิศวกรรมอาจมีสาเหตุซับซ้อนและต้องอาศัยการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นแล้ว โดยเฉพาะหากมีการเกิดซ้ำในบริเวณใกล้เคียงกัน

 

รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมควรถือเป็นเรื่องสำคัญ และเร่งตรวจสอบแก้ไขอย่างจริงจังทันที

 

อย่ารอให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเสียก่อน แล้วจึงค่อยค้นหาว่าปัญหาอยู่ตรงไหน

 

การป้องกันก่อนเกิดเหตุย่อมดีกว่าการแก้ไขหลังเกิดความเสียหาย ความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบ

 

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

นักวิชาการด้านวิศวกรรมขนส่ง

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดการเมือง

เรื่องล่าสุด