“แพท–วรสิริ สุพานิชวรภาชน์” จากผู้บริหารสู่สนามการเมือง สังกัดพรรคใหม่มาแรง พรรคปวงชนไทย

“แพท – วรสิริ สุพานิชวรภาชน์” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพฯ เขต 2 (ปทุมวัน, ราชเทวี, สาทร) เบอร์ 1 ในนาม พรรคปวงชนไทย (Thai People’s Party) พลิกบทบาทจากผู้บริหารสู่สนามการเมือง พร้อมแสดงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่น ยืนหยัดเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริงในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวเขต 2 (ปทุมวัน, ราชเทวี, สาทร)
พรรคปวงชนไทย ซึ่งเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใต้การนำของ อาร์ท เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรค พร้อมว่าที่ผู้สมัครทั้งระบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขตทั่วประเทศ ประกาศตัวเป็นพรรคที่พร้อม “อาสาเป็นผู้แก้ปัญหาให้คนไทยทุกคน” โดยยึดแนวคิดหลัก “สร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชนอย่างยั่งยืน
แพท – วรสิริ สุพานิชวรภาชน์ มีประวัติเป็นผู้บริหารด้านการบริหารโครงการและกลยุทธ์ ทั้งในภาครัฐ เอกชน และองค์กรระดับนานาชาติ รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายบริหารโครงการในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัล อีกทั้งยังทำงานด้านการพัฒนากีฬาและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยบทบาทการบริหารโครงการขนาดใหญ่ การประสานงานข้ามประเทศ และการทำงานร่วมกับชุมชน ทำให้ “แพท – วรสิริ” เข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนในทุกมิติ
แพทกล่าวว่า การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนต้องเริ่มจากสิ่งที่จับต้องได้จริง เศรษฐกิจที่ดีเริ่มจากปากท้องของประชาชน คุณภาพชีวิตที่ดีต้องเริ่มจากบริการภาครัฐที่เข้าถึงได้จริง และการเมืองที่ดีต้องเริ่มจากผู้แทนที่ซื่อสัตย์ พร้อมรับฟังและทำงานร่วมกับประชาชนทุกคน นโยบายของพรรคเข้าถึงประชาชนในทุกมิติ เช่น นโยบายบัตรทองเพื่อน้องหมาและแมว ภายใต้แนวคิดว่าสวัสดิการที่ดีควรครอบคลุมทุกชีวิตในครอบครัว ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สวัสดิภาพสัตว์ และสร้างสังคมที่คำนึงถึงมนุษยธรรมอย่างเป็นระบบ หรือจะเป็นนโยบาย “อาชีวะดิจิทัล” สร้างทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ ยกระดับกำลังคนไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เพิ่มจำนวนแรงงานที่มีทักษะดิจิทัลขั้นสูง พร้อมทำงานในสายดิจิทัลและอุตสาหกรรมอนาคต เป็นต้น
แพทยังกล่าวอีกว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ แพทอาจจะใหม่ในวงการการเมือง แต่เรื่องการทำงานแพทไม่ใหม่แล้วค่ะ แพทพร้อมจะทำหน้าที่เป็นปากเสียงให้ประชาชน พร้อมตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด จะผลักดันเสียงสะท้อนของประชาชนให้เข้าสู่การพิจารณาในสภาฯ อย่างเต็มที่

















