สังคม

สังคม “ลมใต้ปีก” ประจำวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569


10 พฤษภาคม 2026, 16:45 น.

 

สังคม “ลมใต้ปีก” ประจำวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569

 

“ชายแดนไทย-กัมพูชา” ยังไม่มีทีท่าไว้วางใจ…เขมร เริ่มมามุกเดิม ๆ อีกแล้ว… ก่อนหน้านี้มีการยั่วยุต่อเนื่อง ทั้งปลดธงชาติไทย, ถมคูคลอง เปลี่ยนทิศทางนํ้า, เร่งขุดคูเลตเสริมกำลัง, แอบทำลายย้ายหลักหมุด ฯลฯ.. ส่องกล้องมองไป “ปีหน้ากัมพูชาจะมีเลือกตั้ง “ สองพ่อลูก “ฮุนเซน – ฮุนมาเนต” และชาวเขมรอยู่ในภาวะ “กระอักเลือด” ทั้งเศรษฐกิจ-การเมือง แบ๊งค์ล้มระเนระนาด… แถมถูกตราหน้า “เป็นศูนย์กลางสแกมเมอร์” ถูกกดดันอย่างหนัก…จึงงัดกลยุทธ์ “ประสานมือค้อมศรีษะ” ง้อไทยขอคืนดีผ่าน “หวังอี้” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ตัวกลางหยั่งท่าที ปัญหาความขัดแย้ง…เมื่อไม่ได้รับความสนใจจากพี่ไทย “ฮุนมาเนต” มาเกมใหม่ เคลื่อนไหวปลุกมวลชน หลัง ครม.ไทย ยกเลิก “MOU-44” ยืนยัน ” กัมพูชา” ไม่มีวันยอมรับการใช้กำลัง เพื่อเปลี่ยนแปลง พื้นที่เด็ดขาด…โดยจี้ให้ผ่าน JBC ตามข้อตกลงเดิม เพื่อปักปันเขตแดน… 000

 

 

“นายกฯอนุทิน” เผชิญหน้าทางการฑูต กับ “ฮุนมาเนต” ประชุมอาเซียนที่ ฟิลิปปินส์ … สัมผัสมือกันด้วยความราบเรียบ.. แต่ซ่อนความเฉียบ ! “ด้วยคมมีด” ในรอยยิ้มทั้งคู่…เสียงเชียร์ฝ่ายไทยระทึก ถึงเวลาที่กระทรวงบัวแก้ว เลิกเล่นบท “สุภาพบุรุษประนีประนอม” ได้แล้ว…หันมาเป็นนักเจรจา “ผู้กุมอำนาจ” ยืนบนฐาน เส้นเขตแดนที่มั่นคง เพื่อทรัพยากรธรรมชาติ กลับมาอยู่ในมือคนไทย ตามกฏหมายสากล “อย่างภาคภูมิ !”…..000

 

สปอตไลท์ทางการเมืองเริ่มฉายสู่ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” อีกคำรบ เหตุ “ทักษิณ ชินวัตร” พ้นสภาพนักโทษ ออกจากเรือนจำคลองเปรม ก่อนกำหนด ได้พักโทษประพฤติตามเกณฑ์ 2 ใน 3 วันที่ 11 พ.ค. 69… หลังจากถูกเขี่ย “พ้นกระดานอำนาจไป 1 ปี”…. 000 สถานการณ์ การเมืองได้แปรเปลี่ยนไป “พรรคสีนํ้าเงิน” เติบโตเข้มแข็งอย่างยิ่ง มีกระบวนการองคาพยพ ครบเครื่อง ใช้ “นิติสงคราม” เป็นเกราะนำหน้า.. ขณะที่ทรัพยากรทางการเมืองของ “พรรคเพื่อไทย” ถดถอย มีเพียง 74 เสียง … รอวันเวลาสะสมแต้มทางการเมือง…. 000

 

 

ทุกสายตาที่เกาะรั้วเฝ้าดู จ้องมองว่า “ทักษิณ ชินวัตร” จะเคลื่อนไหวอย่างไรทางการเมือง จะแชร์อำนาจรัฐบาล “ภูมิใจไทย” หรือเลือกเส้นทาง “สู้ต่อ !” กำหนดอนาคตทางการเมืองของ “พรรคเพื่อไทย” ด้วยจิตวิญญาน ต้นทุนเดิม…. จากตัวตน “ทักษิณ” หลายฝ่ายไม่เชื่อว่า “จะปล่อยวางทางการเมือง !”…เพราะศักยภาพ ยังเป็นคนสำคัญ ที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงการเมืองไทย ในอนาคต…. 000

 

ถึงอย่างไร ยามนี้ “พรรคภูมิใจไทย” ไปไกลกว่าที่นึก ลึกกว่าที่คิด เสียแล้ว !!“ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” คงไม่มีใครเหนือกว่า ศูนย์กลางอำนาจ ที่ชื่อ “ครูใหญ่บุรีรัมย์”…. จากพรรคระดับจังหวัด ถูกมอง “เป็นพรรคภูธร” แค่กลุ่มก๊วนการเมือง… ขยับเป็นพรรคขนาดกลาง ที่ตั้งใจเป็นตัวแปร…กระโดดข้ามเป็น “พรรคขนาดใหญ่” ที่มีศักยภาพ “แกนนำเต็มตัว !”….000 จากการเมืองเชิงต่อรอง เป็นการเมือง “กำหนดเกมส์ !”…เครือข่ายบ้านใหญ่ ได้ไหลมารวม ใต้ชายคาเดียวกัน… ชัยชนะที่ออกมา “ทุกองคาพยพ “ เป็นชัยชนะเชิงโครงสร้างที่น่ากลัว อย่างยิ่ง….000

 

 

ใครจะคิดบ้างว่า “พรรคสีนํ้าเงิน” สามารถผูกโยงอำนาจ ทุกเครือข่าย ในระบบ-นอกระบบ เข้าด้วยกัน ได้อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน “ทั้งอำนาจบริหาร, นิติบัญญัติ และอำนาจซ่อนเร้น !” ในสังคมไทย ของพรรคการเมืองเดียวกัน อย่างเหนียวแน่น… เป็นการ “ผนึกอำนาจรัฐ และอำนาจตรวจสอบ ในมือกลุ่มเดียวกัน !” …กลายเป็นประชาธิปไตย “แบบควบคุม” อย่างสมบรูณ์…. 000 เมื่อสร้างการเมืองใหม่ ในมือได้เข้มแข็ง ย่อมมีความเชื่อมั่น ในการตัดสินใจเต็มร้อย… เดินหน้ากล้าทำ ชนิดที่รัฐบาลชุดอื่น “ไม่กล้า” เหาะเหิน เกินลงกา อย่างท้าทาย ! แถมคุมความมั่นคง และกองทัพ ไว้เบ็ดเสร็จ มีนายทหาร แกนนำยุคทอง “ตท.26 ยกแผง” ครูใหญ่สีนํ้าเงิน และรัฐบาล “อนุทิน 2” ย่อมไร้เทียมทาน ชนิด “10 ทักษิณ” ก็ต้านไม่อยู่ หูอื้อ ตาลายอย่างแน่นอน…. เสียงบ่นจากก้นบ่อ มองไปข้างหน้า มืดมิด “แสนวังเวง !”….000

 

 

ขอบคุณภาพข่าว : จากเจ้าของภาพ

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดสังคม

เรื่องล่าสุด