คอลัมนิสต์

นักเรียนตีนเปล่าที่ห้วยราช


30 พฤษภาคม 2026, 12:06 น.

 

<นักเรียนตีนเปล่าที่ห้วยราช>

 

 

เมื่อดูแลโรงพัก ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านของตำรวจเรียบร้อย เมื่อดูแลลูกน้องตำรวจ ซึ่งเปรียบเสมือนลูกบ้าน พอเข้าที่เข้าทางแล้ว ผมก็ออกสำรวจพื้นที่ และพบปะกับชาวบ้าน

 

ได้สังเกตุเห็น เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา เดินตามถนนไปโรงเรียน ใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ และไม่สวมรองเท้า คือเดินตีนเปล่า

 

แต่บางคนก็ใส่รองเท้าแตะ  เห็นแล้วก็อดเวทนาไม่ได้

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมแต่งเครื่องแบบเรียบร้อย ไปยืนหน้าร้านเฮียหั่ง ที่ขายของเบ็ดเตล็ดทั่วไป อยู่หน้าสถานีรถไฟห้วยราช

 

ผมพูดคุยกับเฮียหั่งว่า

 

<ผมสงสารเด็กนักเรียนที่ไม่มีรองเท้านักเรียนใส่ เห็นร้านเฮียมีขาย ทั้งของเด็กชาย เด็กหญิง ผมขอเซ็นนะ ผมจะซื้อให้เด็กนักเรียนทุกคนที่ไม่มีรองเท้านักเรียนใส่ สิ้นเดือนเงินออกจะจ่ายเงินให้>

 

เฮียหั่งใจดีและดีใจ รีบบอกผมทันที

 

<ได้ครับสารวัตร กี่คู่ก็ได้>

 

เช้าวันนั้น เด็กนักเรียนทั้งหญิงทั้งชายที่เดินตีนเปล่าหรือใส่รองเท้าแตะ ใครเดินผ่านร้านเฮียหั่ง ได้ใส่รองเท้าใหม่ไปโรงเรียน รวมแล้วก็ หลายสิบคน

 

พอตอนสาย ๆ เฮียหั่งไปหาผมที่โรงพักห้องแถว พูดกับผมว่า

 

<ไม่ต้องซื้อรองเท้าอีกแล้วนะสารวัตร เด็กพวกนี้ไม่เคยใส่รองเท้า ชอบเดินตีนเปล่า พรุ่งนี้คนที่สารวัตรซื้อรองเท้าให้ รับรองว่า เขาก็ไม่ใส่มา ผมสงสารสารวัตร เสียเงินเปล่า ๆ>

 

ผมฟังแล้วก็หัวเราะ พูดว่า

 

<อ้าว เป็นงั้นไป>

 

 

พอเฮียหั่งกลับไป ผมเดินทางไปพบกับครูใหญ่ที่โรงเรียนทันที

 

หลังจากทักทายกันแล้ว ผมได้บอกเรื่องซื้อรองเท้าให้กับนักเรียน

 

ครูใหญ่พูดว่า

 

<ผมก็นึกแปลกใจเหมือนกัน ที่จู่ ๆ เด็กพวกนี้ก็ใส่รองเท้าใหม่มาโรงเรียน พอสอบถามก็บอกว่า ตำรวจซื้อให้ ที่แท้สารวัตรนี่เอง ขอบคุณแทนเด็ก ๆ ด้วยนะครับ ส่วนมากเป็นลูกคนยากจน>

 

ผมฟังแล้วก็สุขใจ แต่จากคำพูดเฮียหั่ง ผมเลยบอกว่า

 

<ครูใหญ่ช่วยบอกหรือบังคับให้เด็กใส่รองเท้ามาโรงเรียนด้วยนะครับ ผมจะทยอยซื้อให้ เน้นคนตีนเปล่าก่อน แล้วคนใส่รองเท้าแตะตามมา ถ้าเขาไม่ชอบใส่รองเท้า ก็ให้ใส่เวลามีงานโรงเรียนก็ได้ วิถีชีวิต ต้องค่อยคิด ค่อยทำ ค่อยเปลี่ยนครับ>

 

ครูใหญ่ยิ้ม รับปากรับคำด้วยความพอใจ

 

หลังจากสนทนาวิสาสะกันอีกสักพัก ผมก็ลาครูใหญ่กลับไปทำงานต่อ

 

 

วันรุ่งขึ้นผมตื่นแต่เช้า แต่งเครื่องแบบไปยืนคุยกับเฮียหั่งที่หน้าร้าน เพื่อสังเกตุว่า เด็กนักเรียนจะใส่รองเท้ามาหรือไม่

 

ผมเฝ้ามอง คนแล้วคนเล่า ทั้งนักเรียนหญิง นักเรียนชาย แล้วยิ้มแหย ๆ

 

ต่างจากเฮียหั่ง ที่หัวเราะชอบใจ พูดว่า

 

<ผมบอกสารวัตรแล้ว เชื่อผมหรือยัง>

 

แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะสิ่งที่ผมทำไป กลายเป็น Talk of the town ของชาวห้วยราช  ที่พากันชื่นชมตำรวจ

 

เนื่องจากเด็ก ๆ ไปบอกพ่อแม่ญาติพี่น้อง พ่อแม่ญาติพี่น้องก็บอกต่อ พูดต่อว่า

 

<ตำรวจซื้อรองเท้านักเรียนคู่ใหม่ให้นักเรียนใส่>

 

การกระทำที่ไม่ได้หวังผล บางครั้งมันกลับส่งผลที่ยิ่งใหญ่ตามมา เพราะมารู้ภายหลังว่า เด็ก ๆ หลายคนที่ผมซื้อรองเท้านักเรียนให้นั้น เป็นลูกเป็นหลานตำรวจลูกน้องของผมเอง ตำรวจหลายนาย พากันเข้ามาขอบคุณผม

 

ความรัก ความเคารพ ความศรัทธา ความเข้าใจ และความตั้งใจทำงาน จึงตามมาโดยปริยาย

 

 

 

ผมห่างเหินห้วยราชไปประมาณ 10 ปีเศษ ตามวิถีชีวิตราชการ ช่วงนั้นผมเป็น ผกก.รร.ภ.9 จ.ยะลา มีคำสั่งย้ายด่วนจาก ตร.ให้ผมไปเป็น ผกก.สภ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์

 

ผมใช้เวลาว่างไปเยี่ยมโรงพักห้วยราช ที่สร้างใหม่ หัวหน้าโรงพัก ปรับเป็นระดับ ผกก.

 

เห็นป้ายรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าโรงพัก มึชื่อผม สว. เป็นคนแรก เป็นชื่อแรกบนป้ายนั้น

 

ลูกน้องชุดเก่าที่เคยทำงานด้วยกันหลายคน เข้ามาทักทาย แค่นี้ก็รู้สึกภาคภูมิใจแล้วครับ

 

 

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด