การเมือง

พับแลนด์บริดจ์… แต่ไม่พับแนวคิด “เชื่อม 2 ฝั่งทะเล”


2 สิงหาคม 2026, 15:36 น.

 

พับแลนด์บริดจ์… แต่ไม่พับแนวคิด
“เชื่อม 2 ฝั่งทะเล”

 

รัฐบาลส่งสัญญาณชัดเจนว่า “แลนด์บริดจ์” แทบหมดโอกาสเกิดแล้ว

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการศึกษาพบว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าเป็นการพับโครงการใช่หรือไม่ คำตอบคือ “ก็จะว่าอย่างนั้นก็ได้” แต่จะพิจารณาสร้างทางรถไฟไปยังท่าเรือระนอง หรือ Missing Link ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศจีน

 

ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลไม่ได้พับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่จะดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเห็นว่าในระยะนี้ควรเริ่มจากการสร้าง Missing Link หรือโครงข่ายรถไฟที่ยังขาดหาย ควบคู่กับการปรับปรุงท่าเรือทั้งสองฝั่ง เพื่อให้เกิดผลได้รวดเร็วกว่า หากในอนาคตถึงเวลาที่เหมาะสม มีความจำเป็น หรือมีปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เอื้ออำนวย ก็สามารถนำแนวคิดแลนด์บริดจ์กลับมาพิจารณาได้อีก

 

แม้ทั้งสองท่านจะใช้ถ้อยคำต่างกัน แต่สาระสำคัญกลับไปในทิศทางเดียวกันคือ รัฐบาลจะหันไปลงทุนโครงการ Missing Link และพัฒนาท่าเรือทั้งสองฝั่ง

 

1. ทำความเข้าใจคำว่า “แลนด์บริดจ์”

แลนด์บริดจ์คือ การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ โดยยกตู้คอนเทนเนอร์หรือสินค้าขึ้นจากเรือฝั่งหนึ่ง ลำเลียงข้ามแผ่นดินด้วยรถไฟหรือถนน แล้วนำขึ้นเรืออีกฝั่งหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินเรืออ้อมช่องแคบหรือเส้นทางที่ยาวกว่า

 

ตัวอย่างของไทยคือ
– เรือจากมหาสมุทรอินเดียเข้าท่าเรือฝั่งอันดามัน เช่น ระนอง
– ยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นรถไฟหรือรถบรรทุก
– ขนส่งข้ามแผ่นดินไปยังชุมพร
– ยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นเรืออีกลำ เพื่อเดินทางต่อไปยังจีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือประเทศอื่น

 

จึงเรียกว่า “สะพานทางบก” เพราะใช้แผ่นดินเป็นตัวเชื่อมทะเลสองฝั่ง โดยไม่ต้องขุดคลอง

 

หากขนสินค้าจากระนองไปชุมพร หรือไปเชียงใหม่เพื่อจำหน่ายในประเทศ นั่นเป็นเพียงการขนส่งภายในประเทศ ไม่ใช่แลนด์บริดจ์

 

แลนด์บริดจ์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสินค้าระหว่างประเทศขนถ่ายจากเรือฝั่งหนึ่ง ไปลงเรืออีกฝั่งหนึ่ง เท่านั้น

 

2. โอกาสที่แลนด์บริดจ์จะกลับมามีมากน้อยแค่ไหน?

ส่วนตัวผมมองว่า ค่อนข้างยาก

 

เหตุผลแรกคือ รัฐบาลยอมรับจากผลการศึกษาว่า โครงการไม่คุ้มทุน เมื่อภาครัฐยังประเมินเช่นนี้ ก็ยิ่งยากที่จะจูงใจให้เอกชนเข้ามาลงทุนในโครงการมูลค่ามหาศาล

 

เหตุผลที่สองคือ การแข่งขันของธุรกิจท่าเรือในภูมิภาคเปลี่ยนไปมากแล้ว สายการเดินเรือส่วนใหญ่มีเครือข่ายและพันธมิตรกับท่าเรือหลักอยู่แล้ว การจะดึงให้เปลี่ยนเส้นทางเดินเรือมายังแลนด์บริดจ์ของไทย จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

 

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลเลือกลงทุนเองแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากสร้างรถไฟ Missing Link ปรับปรุงท่าเรือทั้งสองฝั่ง และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาวอาจทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพเชื่อมสองฝั่งทะเลได้มากขึ้น แต่คงไม่ถึงระดับ “แลนด์บริดจ์” ซึ่งรัฐบาลยอมรับว่าไม่คุ้มทุน

 

3. สิ่งที่ควรจับตามอง

ประเด็นสำคัญต่อจากนี้ อาจไม่ใช่คำว่า “แลนด์บริดจ์” แต่คือ ประเทศไทยจะสร้างระบบโลจิสติกส์ที่แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไร

 

หากมีรถไฟทางคู่ มีมอเตอร์เวย์ มีท่าเรือน้ำลึกที่มีประสิทธิภาพ และสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ การขนส่งระหว่างอ่าวไทยกับอันดามันก็จะรวดเร็วขึ้น แม้จะไม่ได้เรียกว่าแลนด์บริดจ์ก็ตาม

 

อีกประเด็นหนึ่งที่รัฐบาลควรเร่งศึกษาคือ ท่าเรือฝั่งอันดามันควรตั้งอยู่ที่ใดจึงจะเหมาะสมที่สุด

 

ระหว่างระนองกับปากบารา (จ.สตูล) ต่างก็มีข้อได้เปรียบและข้อจำกัดแตกต่างกัน ทั้งด้านภูมิศาสตร์ ความใกล้เส้นทางเดินเรือ ความลึกของร่องน้ำ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และบทบาทที่รัฐต้องการให้ท่าเรือแห่งนั้นทำหน้าที่

 

4. บทสรุป

(1) โอกาสที่แลนด์บริดจ์จะกลับมาเกิดขึ้นมีน้อยมาก เพราะรัฐบาลยอมรับแล้วว่าผลการศึกษาชี้ว่าโครงการไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และยังมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 

(2) การเดินหน้าสร้าง Missing Link เช่น รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ และการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน เป็นคนละเรื่องกับแลนด์บริดจ์ โครงการเหล่านี้สามารถสร้างประโยชน์ได้จริง แม้ไม่มีการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์จากเรือสู่เรือ เพราะยังรองรับการขนส่งสินค้าในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์โดยรวม

 

(3) ผมไม่เห็นด้วย หากรัฐบาลจะกลับมาลงทุนแลนด์บริดจ์เอง เหตุผลไม่ใช่เพราะผมคัดค้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่เพราะรัฐบาลเพิ่งประกาศเองว่าโครงการไม่คุ้มทุน หากโครงการไม่สามารถจูงใจเอกชนให้ลงทุนด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ก็ยิ่งต้องตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐจึงจะนำเงินภาษีของประชาชนไปลงทุนในโครงการเดียวกัน

 

หน้าที่ของภาครัฐไม่ใช่การพิสูจน์ว่าโครงการขนาดใหญ่ต้องเกิดขึ้นให้ได้ แต่คือการใช้ทรัพยากรของประเทศในโครงการที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมสูงที่สุด

 

(4) สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการคือ ศึกษาทำเลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับท่าเรือฝั่งอันดามัน โดยเปรียบเทียบทั้งระนอง ปากบารา (จ.สตูล) และทางเลือกอื่นอย่างเป็นกลาง เพื่อให้การลงทุนทุกบาทสร้างประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

 

ผมขอกล่าวส่งท้ายว่า… ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีเมกะโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค แต่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีเมกะโปรเจกต์ที่คุ้มค่าที่สุด

 

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
นักวิชาการด้านวิศวกรรมขนส่ง

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดการเมือง

เรื่องล่าสุด