การเมือง

“โสภณ ซารัมย์” เตรียมตั้งคณะกรรมสอบข้อเท็จจริงกรณีการกล่าวหาเรียกรับเงินแลกเข้าเรียนหลักสูตร ปปร.30


24 สิงหาคม 2026, 16:56 น.

 

ประธานรัฐสภาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนกรณีการกล่าวหาเรียกรับเงินแลกเข้าเรียนหลักสูตร ปปร.30 เตรียมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ย้ำหากพบผิดดำเนินการตามขั้นตอน และต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

 

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 นาฬิกา ณ บริเวณหน้าศูนย์อาหารรัฐสภา ชั้น B2 อาคารรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงกรณีมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการเข้าศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือ ปปร. รุ่นที่ 30 จำนวน 5 แสนบาท ว่า ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวและได้ให้เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าชี้แจงต่อที่ประชุม ซึ่งในครั้งนั้น เลขาธิการฯ ได้ชี้แจงด้วยวาจาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิด พร้อมนำเอกสารบางส่วนมาแสดง แต่เห็นว่าเป็นการชี้แจงจากฝ่ายเดียว

 

ประธานรัฐสภา กล่าวว่า เมื่อเรื่องกลับมาเป็นกระแสข่าวอีกครั้ง ไม่สามารถให้ชี้แจงเพียงอย่างเดียวได้ จึงต้องเข้าสู่ขั้นตอนการตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง เพื่อพิสูจน์ความจริงและรักษาความน่าเชื่อถือของสถาบัน โดยจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสภาสถาบันพระปกเกล้า เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการที่มีความน่าเชื่อถือ

 

ทั้งนี้ ประธานรัฐสภา ย้ำว่า หากข้อกล่าวหาเป็นเรื่องจริงเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่ควรตั้งธงล่วงหน้าว่าผู้ใดผิดหรือถูก เพราะผลต้องขึ้นอยู่กับการตรวจสอบของคณะกรรมการ โดยระหว่างนี้ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนสืบหาข้อเท็จจริง หากคณะกรรมการพบว่ามีมูล จึงจะเข้าสู่กระบวนการตามระเบียบต่อไป

 

สำหรับกรณีการรับคนเข้าเรียนหลักสูตรของสถาบันที่ยังมีประเด็นการใช้เส้นสาย จะดำเนินการอย่างไรนั้น  ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ต้องพิจารณาเช่นกัน ทั้งนี้ ในช่วงที่ตนเข้ารับตำแหน่งได้มอบนโยบายให้กับสภาสถาบันพระปกเกล้าแล้วว่า การเรียนต้องมุ่งนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในส่วนของเอกชนและหน่วยงานรัฐ ประธานรัฐสภา ย้ำว่า หากผู้เรียนที่เป็นข้าราชการไม่เข้าเรียนตามหลักสูตร จะไม่อนุญาตให้ใช้วิธีซ่อม เพื่อให้ผ่านหลักสูตร เนื่องจากเป็นการใช้งบประมาณของรัฐ และผู้เรียนควรปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

 

นอกจากนี้ ประธานรัฐสภา ยังได้กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรม และประธานรัฐสภาต้องตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่า ตามมาตรา 4 ( 8 ) กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจของประธานรัฐสภาในการเสนอชื่อบุคคลจากองค์กรที่มีความชำนาญด้านการขจัดความขัดแย้ง จำนวน 1 รายชื่อ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ในคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสม เพื่อเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการโดยเร็ว เพื่อให้คณะกรรมการชุดนี้สามารถเดินหน้าทำงาน และผู้ที่เข้าองค์ประกอบตามกฎหมายและมีสิทธิได้รับการนิรโทษกรรม จะได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาโดยเร็วเช่นกัน

 

สำหรับคุณสมบัติของบุคคลที่จะเสนอชื่อนั้น ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบรายละเอียดและขอบเขตอำนาจตามกฎหมายก่อน เนื่องจากการเสนอชื่อต้องเป็นไปตามกรอบที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถพิจารณารายชื่อบุคคลที่เหมาะสมได้ภายใน 1 – 2 วัน และเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว สามารถเสนอรายชื่อไปยังนายกรัฐมนตรีได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

 

เครดิตข่าว : Facebook สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดการเมือง

เรื่องล่าสุด