ข่าวประชาสัมพันธ์

กรมทรัพย์สินทางปัญญา รุกช่องทางดิจิทัล หารือ Shopee–TikTok สิงคโปร์ ขยายโอกาสสินค้า GI ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ


26 สิงหาคม 2026, 9:47 น.

 

กรมทรัพย์สินทางปัญญา รุกช่องทางดิจิทัล
หารือ Shopee–TikTok สิงคโปร์ ขยายโอกาสสินค้า GI ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ
พร้อมยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สร้างความเชื่อมั่นการค้าออนไลน์

 

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขยายช่องทางการตลาดสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) ไทย ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำระดับโลก รุกหารือผู้บริหาร Shopee และ TikTok ของสิงคโปร์ วางแนวทางความร่วมมือด้านการส่งเสริมสินค้า GI ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ โดยใช้ศักยภาพของแพลตฟอร์ม E-commerce และเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

 

 

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ มุ่งส่งเสริมและขยายโอกาสทางการค้าสินค้า GI ไทยไปสู่ช่องทางการตลาดที่หลากหลาย โดยเฉพาะแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ได้รับความนิยมและมีแนวโน้มเติบโตสูง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ สอดรับกับนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดใหม่ และการนำจุดเด่นด้านอัตลักษณ์ของสินค้าไทยมาสร้างเป็นจุดขายและข้อได้เปรียบในเวทีการค้าระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันแพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Commerce มีบทบาทและมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การรับรู้และจดจำแบรนด์ ไปจนถึงการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า กรมฯ จึงมุ่งผลักดันการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงเครื่องมือและกิจกรรมทางการตลาดที่เหมาะสมกับสินค้า GI เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถนำอัตลักษณ์ คุณภาพ และเรื่องราวของแหล่งกำเนิดสินค้า มาสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสทางการค้าไปยังตลาดต่างประเทศ

 

 

นางอรมน เปิดเผยว่า ในการหารือกับผู้บริหารและทีมงาน Shopee Singapore นำโดย Mr. CX Chua, Regional Cross Border Director ร่วมด้วยผู้แทนจาก Shopee ประเทศไทย ณ สำนักงานใหญ่ Shopee ประเทศสิงคโปร์ กรมฯ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการ GI ไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดสิงคโปร์และตลาดสำคัญอื่นๆ ในอาเซียน ซึ่งจากการหารือพบว่า ตลาด E-commerce ในอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงและนิยมสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ โดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีเรื่องราวน่าสนใจและมีคุณภาพสูง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหาร สินค้าเกษตรและสินค้าพรีเมียม

 

 

ทั้งนี้ กรมฯ และ Shopee ยังได้หารือถึงแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการ GI ไทยในการขยายการจำหน่ายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศผ่านโปรแกรม Shopee International Platform (SIP) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะช่วยให้ร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Shopee ประเทศไทย สามารถขยายการมองเห็นสินค้าไปยังผู้ใช้งานแพลตฟอร์มในต่างประเทศได้ โดยผู้ประกอบการยังคงบริหารจัดการร้านค้าได้ด้วยระบบปกติที่ใช้ภายในประเทศ ขณะที่ Shopee จะเป็นผู้สนับสนุนด้านการจัดการคำสั่งซื้อและจัดส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อในประเทศปลายทาง ปัจจุบันโปรแกรมดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงสินค้าไปยังประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ซึ่งทาง Shopee เตรียมจะขยายการบริการไปยังประเทศไทยและเวียดนามในระยะถัดไป ทั้งนี้ กรมฯ เห็นว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนและอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศของผู้ประกอบการ GI ไทย โดยกรมฯ มีแผนจะทำงานร่วมกับ Shopee เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ GI ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางดังกล่าวในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น

 

จากนั้น อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาและคณะ ได้พบหารือกับผู้บริหารและทีมงาน TikTok Singapore นำโดยคุณชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ สำนักงาน TikTok ประเทศสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการคุ้มครองและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์ม โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยยกระดับมาตรการคัดกรองสินค้าและควบคุมดูแลร้านค้าบนแพลตฟอร์มอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเสนอขายสินค้าผิดกฎหมายหรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ และสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่โปร่งใส ปลอดภัย และเป็นธรรม

 

 

นอกจากนี้ กรมฯ และ TikTok ยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้แพลตฟอร์มและพฤติกรรมของผู้บริโภคในสิงคโปร์ โดย TikTok เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมีฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีศักยภาพในการทำตลาดการค้ายุคใหม่ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหาร สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งนอกจากการสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอทั่วไปแล้ว TikTok ยังมีเครื่องมือสื่อสารหลากหลาย ทั้ง Short Video, LIVE Shopping และ Product Showcase รวมทั้งการทำตลาดร่วมกับ Creator และ Influencer ในรูปแบบ LIVE Commerce ที่จะช่วยนำเสนอสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

 

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้ประโยชน์จากช่องทางดิจิทัลควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการค้าในตลาดจริง เป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำสินค้า GI ไทยมาเปิดตลาดที่ประเทศสิงคโปร์ในครั้งนี้ กรมฯ ได้ส่งเสริมโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการ GI อย่างครบวงจร ทั้งการนำเสนอและจำหน่ายสินค้าแก่ผู้บริโภคโดยตรง การเจรจาจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าและผู้นำเข้าสินค้า ตลอดจนการขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce และ Social Commerce ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ความต้องการของตลาดและผู้บริโภคอย่างแท้จริง เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาสินค้าให้พร้อมสำหรับการส่งออกในอนาคต

 

 

ด้านคุณรสพร ปัญญาทวีโชติ ผู้ประกอบการ GI ทุเรียนป่าละอู จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสินค้า GI ที่ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า การได้สัมผัสตลาดจริงทำให้เห็นทั้งโอกาส การแข่งขัน และแนวทางพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญในการเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเต็มตัว โดยการร่วมกิจกรรมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาครั้งนี้ได้นำไปสู่โอกาสทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับคำสั่งซื้อทุเรียนจากผู้จัดจำหน่ายในสิงคโปร์ ซึ่งมีความต้องการประมาณ 100 ลูกต่อสัปดาห์ พร้อมขอบคุณกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่มอบโอกาสครั้งสำคัญให้กับผู้ประกอบการ GI ไทย ทั้งยังให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยตนจะนำประสบการณ์และข้อมูลที่ได้รับกลับไปพัฒนาสินค้าและเตรียมความพร้อมสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อพาสินค้า GI จากประเทศไทยไปแข่งขันในระดับนานาชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ

 

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าส่งเสริมสินค้า GI ของไทยให้สอดรับกับบริบทการค้ายุคใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งใช้ประโยชน์จากศักยภาพของตลาดดิจิทัลและเทคโนโลยีในการสร้างการรับรู้ สื่อสารคุณค่า และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้า GI ไทย ควบคู่กับการยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้า พร้อมขยายโอกาสทางการค้าไปยังตลาดต่างประเทศ และสร้างรายได้กลับสู่ผู้ประกอบการและชุมชนผู้ผลิตอย่างยั่งยืนต่อไป

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดข่าวประชาสัมพันธ์

เรื่องล่าสุด