คอลัมนิสต์

คนไหว้โทรศัพท์


8 พฤษภาคม 2026, 12:18 น.

 

<คนไหว้โทรศัพท์>

 

ในยุคโลกไร้พรมแดน ยุคดิจิตอล ยุคเทคโนโลยี เอาเป็นว่ายุคปัจจุบันนี้นี่แหละ

 

โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือที่เรียกกันว่นว่า โทรศัพท์มือถือ นับว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการดำรงชีพ จนแทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5

 

มีกันแทบทุกคน ทุกอาชีพ ทุกสถานะ คนละเครื่องสองเครื่อง ทั้ง ๆ ที่ราคาเครื่องแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น ก็ไม่ได้ถูก ๆ

 

การใช้ประโยชน์จากโทรศัพท์ก็แล้วแต่ความประสงค์แต่ละคน เช่นใช้โทร.ออก รับสาย ถ่ายภาพ เล่นไลน์ เล่นเกม และบันทึกข้อความ เป็นอาทิ

 

ผมก็ใช้โทรศัพท์แบบนั้น ยกเว้นเล่นเกม ผมชอบบันทึกเรื่องราว ประสบการณ์ของตัวเองไว้กันลืมเมื่อเวลาเนิ่นนานไป

 

ไม่อยากใช้คำว่า กันลืมเมื่อแก่

 

ผมเคยเป็น สว. เดี่ยว เป็น ผกก.หน.สภ. หลายแห่ง มีลูกน้องแห่งละนับร้อยนาย

 

ผมมีนิสัยบางอย่าง ที่ลูกน้องบางนายแอบนินทาว่า ผมเป็นคนแปลก ๆ

 

คือบางครั้งหลังจากโทร.เสร็จ ผมก็เอาโทรศัพท์ในมือข้างที่โทร. ยกขึ้นประกบกับมืออีกข้างหนึ่งแล้วทำท่าไหว้ด้วยความเคารพ

 

ไม่ว่าผมจะแต่งเครื่องแบบ หรือชุดลำลอง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ทำงาน ในห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ริมถนน หรือในรถยนต์ที่ลูกน้องขับให้
ผมก็ทำเช่นนั้นมาตลอด

 

จนกระทั่ง ด.ต.กิตติพล โพธิ์อ่อน หนึ่งในพลขับ อดรนทนไม่ไหว ต้องเอ่ยปากถามผมว่า <ท่านครับ บางครั้งผมเห็นท่านพูดโทรศัพท์เสร็จ แล้วท่านก็ยกมือไหว้พร้อมกับเครื่องโทรศัพท์ ท่านไหว้อะไรครับ ไหว้ทำไม ตอนท่านทำแล้วมีคนมองมา ผมยังรู้สึกอาย ๆ เลยครับ>

 

ผมยิ้มและตอบไปว่า <ต้องบอกก่อนนะว่า ผมไม่ได้บ้า ที่ผมยกมือไหว้โทรศัพท์ ก็เป็นบางครั้งเท่านั้น เป็นตอนที่ผมพูดคุยกับแม่ของผม และคำพูดสุดท้ายของแม่คือ ให้พรผม <โชคดีนะลูก แม่ขอให้ลูกโชคดี> ผมจึงยกมือไหว้รับพรจากแม่>

 

ด.ต.กิตติพล ฟังเสร็จ ยิ้มเห็นฟันขาว ยกมือไหว้ผม กล่าวขอโทษที่เข้าใจผมผิด

 

ผมพูดต่อว่า <การไหว้พ่อ ไหว้แม่ ไหว้ผู้มีพระคุณเช่นครูอาจารย์ ไม่จำเป็นต้องไหว้ต่อหน้าท่าน แม้ได้พูดคุยทางโทรศัพท์ หรือคิดถึงก็ยกมือไหว้ท่านได้ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ เกิดจากใจ>

 

ผมพูดอีกว่า <ตอนที่ผมบริจาคโลหิต ขณะที่เลือดเริ่มไหลจากแขนที่มีเข็มเจาะไปสู่ถุงที่รองรับ มืออีกข้างที่ว่างอยู่ ผมก็โทร.ไปหาแม่ทันที <พ่อถึงแก่กรรม> เพื่อให้แม่อนุโมทนาบุญ เสียงแม่อนุโมทนาบุญมาตามสายและอวยพรให้โชคดี ต้องอายใครไหมล่ะที่ทำเช่นนี้>

 

ด.ต.กิตติพล ยิ้มแล้วพูดว่า <ผมขออนุโมทนาบุญกับสิ่งที่ท่านทำด้วยครับ ผมภูมิใจ ที่เป็นลูกน้องท่านครับ>

 

ผมคิดในใจ <ผมก็ดีใจ ที่มีลูกน้องอย่างนี้>

 

ในพุทธประวัติ พระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวาเป็นผู้เลิศด้วยปัญญาทุกครั้งก่อนจำวัด <นอน> พระสารีบุตร จะยกมือไหว้ บางวันก็ไหว้ไปทางทิศนี้ บางวันก็ไหว้ไปทางทิศนั้น แล้วจึงจะจำวัด

 

บรรดาพระภิกษุสงฆ์ พากันซุบซิบนินทาว่า <เป็นถึงพระอรหันต์ เป็นถึงพระอัครสาวกเบื้องขวา เป็นถึงผู้ที่เลิศด้วยปัญญา ทำไม ก่อนจำวัด ยังไหว้เทวดา ผีสาง นางไม้อีก>

 

เมื่อเสียงเล่าลือเริ่มหนาหูขึ้น พระพุทธองค์จึงทรงให้พระสารีบุตรอธิบาย

 

พระสารีบุตรบอกว่า <ก่อนจำวัด ได้ยกมือไหว้ 1 ครั้งนั้น ไม่ได้ไหว้เทวดา ไม่ได้ไหว้ผีสาง นางไม้ แต่ไหว้ไปยังทิศที่พระอัสชิอยู่ เพราะพระอัสชิ
เป็นผู้มีพระคุณ เป็นพระอาจารย์องค์แรกที่สอนธรรมะให้>

 

เมื่อพระสารีบุตรอธิบายจบ บรรดาพระภิกษุสงฆ์ ได้เปล่งเสียงเสียงสาธุการขึ้นพร้อมกัน

 

ลูกที่กตัญญูต่อพ่อแม่ ศิษย์ที่กตัญญูต่อครูบาอาจารย์

 

ท่านคิดว่า เป็นคนเช่นใด

 

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด