สืบเพชรเกษมกวาดล้างอาวุธปืน ก่อนคืนหมาหอน ตัดวงจรก่อเหตุรุนแรง

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. อำนวยการจับกุมโดย พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์ รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม และชุดสืบสวน สน.เพชรเกษม ได้ทำการจับกุมนายทัศรุจน์ หรือแมน อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 3 ตำบลคลองเขิน อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัสบางแค แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ในข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควร” พร้อมของกลาง คือ
1. อาวุธปืนพกสั้น(ไทยประดิษฐ์) จำนวน 1 กระบอก (ปืนแบลงค์กันดังแปลง)
2. ซองบรรจุกระสุนปืน(แม็กกาซีน) จำนวน 2 แม็ก
3. เครื่องกระสุนปืน (อยู่ในกล่องบรรจุเครื่องกระสุนปืน) แยกเป็นดังนี้
3.1 ขนาด .380 ACP จำนวน 31 นัด
3.2 ขนาด .380 Auto จำนวน 1 นัด
4. ซองปืนหนังพกใน สีดำ จำนวน 1 ซอง
โดยมีพฤติการณ์ คือ ก่อนทำการจับกุมตัวผู้ต้องหานี้ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) ว่าจะมีการซื้อขายอาวุธปืน ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัสบางแค แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ เป็นชายไทย ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง อายุประมาณ 30 ปี รูปร่างสูงใหญ่ประมาณ 180 ซม. ไว้ผมสั้น ใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่น ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เทา ซึ่งเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อประชาชนใกล้เคียงหรือบุคคลอื่นทั่วไป จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบ
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายแต่งกายนอกเครื่องแบบ เมื่อไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุ พบ รถยนต์กระบะคันดังกล่าวตรงตามที่สายลับแจ้งจอดอยู่ จึงได้ไปตรวจสอบพบ นายทัศรุจน์ หรือแมน (ทราบชื่อ-สกุลจริงภายหลัง) นั่งอยูที่เบาะหน้าข้างขวาฝั่งคนขับรถยนต์ดังกล่าว ซึ่งตำหนิรูปพรรณตรงตามที่สายลับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงบัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อนายทัศรุจน์ฯ เห็นและทราบว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ได้แสดงอาการมีพิรุธต้องสงสัย เชื่อว่าน่าจะมีสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยการกระทำความผิด หรือได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิดซุกซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งความประสงค์ขอทำการตรวจค้น โดยก่อนตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ นายทัศรุจน์ฯ ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงได้ทำการตรวจค้น
โดย ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ฯ ได้สั่งการ ให้ จ.ส.ต.ฉัตรมงคงฯ เป็นผู้ทำการตรวจค้นส่วนที่เหลือยืนสังเกตการณ์อยู่บริเวณรอบข้าง ผลการตรวจค้นตัวพบ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่จากตรวจค้นรถยนต์กระบะ ซึ่งนายทัศรุจน์ฯ รับว่าเป็นรถของตนและได้ขับขี่มา ปรากฏว่าพบอาวุธปืนอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์จำนวน 1 กระบอกและเครื่องกระสุนปืน รวมจำนวน 32 นัด และของกลางอื่นๆ (ปรากฏตามรายการของกลางและสถานที่พบของกลาง) วางอยู่ที่บนเบาะนั่งโดยสารด้านหลังข้างซ้ายของรถยนต์กระบะของนายทัศรุจน์ฯ สอบถามนายทัศรุจน์ฯ รับว่าอาวุธดังกล่าวเป็นของตนจริง ซึ่งซื้อมาจากเพื่อนชื่อยาไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง แถวย่านบางใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบ ซึ่งผู้ต้องหาทราบและเข้าใจดีแล้ว ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

















