หยุดความขัดแย้งและเกลียดชัง
ในวันนี้ ก็ผ่านพ้นการลงคะแนนเลือกตั้ง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และลงประชามติการแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อ 8 ก.พ. 69 เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร ก็ถือว่าเป็นวิถีทางตามระบอบ ประชาธิปไตยของเรา
การประท้วงและตรวจสอบความโปร่งใส ถือเป็นสิทธิที่ทุกฝ่ายสามารถจะยื่นให้ตรวจสอบหรือแก้ไขได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้มี คือการโจมตีกันในทำนองว่า ผู้ที่ไม่ได้เลือกหรือสนับสนุนพรรคเดียวกับเรา เป็นพวกที่ขายสิทธิ์ขายเสียง หรือไม่มีความรู้ไม่เข้าใจในเรื่องการเมือง
ในระบอบประชาธิปไตย ต้องยอมรับว่าทุกคนมี 1 สิทธิ 1 เสียง เท่ากันหมด ไม่ว่าจะเป็นคนที่จบ ป.4 หรือจบปริญญาเอกหลายใบ ก็ถือว่ามี 1 เสียงเท่ากัน วันลงคะแนนเลือกตั้ง จึงเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ ที่เสียงของประชาชนเท่าเทียมกัน ดังนั้นเมื่อผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว ผลจะเป็นเช่นไร ก็ขอให้ทำใจยอมรับ และรอเวลาที่จะได้ลงคะแนนเลือกตั้งครั้งใหม่
ในการจัดตั้งรัฐบาล ก็เป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่จะสรรหาและลงมติว่าผู้ใดสมควรจะเป็นประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรี โดยผู้ที่ได้รับเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ก็จะได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรีต่อไป
บรรยากาศทางการเมือง จึงไม่ควรมีการขยายความเห็นต่าง ให้เป็นความขัดแย้งและเกลียดชัง จนฝังรากลึกลงเป็นบาดแผลในสังคม ในฐานะของประชาชน เราก็เฝ้าติดตามขบวนการต่างๆ ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส บริสุทธิ์ และยุติธรรม ตามกติกาของระบอบประชาธิปไตยต่อไป

















