ราชกิจจาฯ ประกาศคุมเข้ม “ห้ามตุลาการใช้สื่อสังคมออนไลน์วิจารณ์คดี”
๒๗ เมษายน ๒๕๖๙ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบราชการศาลปกครอง ว่าด้วยเรื่องการดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยใจความระบุ…
โดยที่เป็นการสมควรมีระเบียบราชการศาลปกครองว่าด้วยการดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง เพื่อให้การดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศาลปกครองเป็นไปด้วยความเหมาะสม อยู่ภายใต้กรอบของจริยธรรมตุลาการศาลปกครอง และไม่กระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนและการดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐ และข้อ ๔ และข้อ ๖ (๕) ของระเบียบ ก.ศป.
ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ประธานศาลปกครองสูงสุดและอธิบตีศาลปกครองชั้นต้น และการบริหารงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๔ ประธานศาลปกครองสูงสุดออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบราชการศาลปกครอง ว่าด้วยการดำรงตนในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๙”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
“สื่อสังคมออนไลน์” หมายความว่า สื่อดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือหรือสื่อกลางให้บุคคลทั่วไป กลุ่มบุคคลมีส่วนร่วมสร้าง กระจาย แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารหรือความคิดเห็นต่าง ๆ ผ่านช่องทางการสื่อสารระหว่างกันในเครือข่ายทางสังคมบนเว็บไซต์หรือโปรแกรมประยกต์บนสื่อใด ๆ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้ใช้สามารถสื่อสารหรือเผยแพร่เนื้อหาได้ในปัจจุบัน รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ทุกประเภทที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต
ข้อ ๔ ข้าราชการตุลาการศาลปกครองต้องใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วยความระมัดระวังมีความสุภาพ สำรวมกิริยามารยาท งดเว้นการใช้ถ้อยคำหยาบคาย การโต้เถียง การดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทผู้อื่น การสร้างความเกลียดชัง การระราน ตลอดจนการใช้ข้อความ เสียง การลงภาพนิ่ง
หรือภาพเคลื่อนไหว หรือการกระทำใดที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนต่อศาลปกครอง หรือฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
ข้อ ๕ ข้าราชการตุลาการศาลปกครองต้องงดเว้นการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในเวลาราชการ อันอาจจะทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่าไม่อุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ราชการ
ข้อ ๖ ห้ามมิให้ข้าราชการตุลาการศาลปกครองใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการดำเนินการต่าง ๆ วิพากษ์วิจารณ์ เผยแพร่ข้อมูล หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ที่มีลักษณะไม่เหมาะสม อันอาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของตุลาการศาลปกครอง รวมถึงในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) การเผยแพร่ข้อความ เสียง ภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหวของตนเองหรือของบุคคอื่นซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดี
(๒) การเผยแพร่ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวในขณะสวมเสื้อครุยข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ซึ่งมิได้ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ ก.บ.ศป. ว่าด้วยเสื้อครยข้าราชการตุลาการศาลปกครองและส่วนประกอบของเสื้อครุยข้าราชการตุลาการศาลปกครอง หรือในลักษณะที่ไม่สำรวมกิริยามามารยาทซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน
(๓) การให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคู่กรณี การกล่าวถึงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย หรือพยานหลักฐานใด ๆ ของคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา
(๔) การวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นแก่คู่กรณีหรือบคคลภายนอกเกี่ยวกับประเด็นที่อาจจะเข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาล เว้นแต่เป็นการดำเนินการของข้าราชการตุลาการศาลปกครองผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในงานของศาลปกครองหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้รับผิดชอบในราชการของศาลตามที่กฎหมายหรือระเบียบกำหนด
(๕) การแผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวกับงานคดี ผลของคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีก่อนที่จะได้ลงทะเบียนในสารบบคำพิพากษา และก่อนที่ศาลจะได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น รวมทั้งเอกสารในสำนวนคดี
(๖) การวิพากษ์วิจารณ์งานคดีในลักษณะที่อาจกระทบกระเทือนต่อเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการและภาพลักษณ์ของศาลปกครอง
(๗) การแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ การเผยแพร่ข้อมูลอันอาจสร้างความแตกแยกทางความคิดหรือความเกลียดชังของบุคคลในสังคมหรือในหมู่ข้าราชการศาลปกครอง พนักงานราชการหรือลูกจ้างสำนักงานศาลปกครอง หรืออาจกระทบต่อความเป็นกลางและความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนรวมทั้งในลักษณะที่แสดงออกซึ่งอคติหรือจุดยืนทางการเมือง
(๘) การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะที่เป็นการโอ้อวดถึงการปฏิบัติหน้าที่หรือตำแหน่งหน้าที่ราชการ
(๙) การใช้หรืออ้างถึงตำแหน่งหน้าที่ของตนในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประโยชน์ทางการค้าของตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
ข้อ ๗ ข้าราชการตุลาการศาลปกครองต้องระมัดระวังมีให้บุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นใช้หรืออ้างถึงตำแหน่งหน้าที่ของตนในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือประโยชน์อื่นใดของตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
ข้อ ๘ ข้าราชการตุลาการศาลปกครองต้องไม่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ อันมีลักษณะเป็นการจัดหาทุนหรือรายได้ ซึ่งอาจจะกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของตุลาการศาลปกครอง
ข้อ ๙ ข้าราชการตุลาการศาลปกครองซึ่งเป็นผู้จัดการและดูแลบัญชี (admim) ของกลุ่มสื่อสังคมออนไลน์ของตนต้องจัดการดูแลมีให้มีการกระทำการ ดังต่อไปนี้
(๑) การกระทำอันมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ ถึงข้อ ๖
(๒) การกระทำที่มีลักษณะเป็นการประกอบอาชีพ วิชาชีพ หรือประกอบกิจการใด อันอาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของตุลาการศาลปกครอง
(๓) การกระทำที่เป็นการแสวงประโยชน์อันมีลักษณะเป็นตัวเงิน รายได้ หรือประโยชน์อื่นใดอันเกิดจากการเป็นผู้จัดการและดูแลบัญชี (admin) ของกลุ่มลุ่มสื่อสังคมออนไลน์ของตน
ข้อ ๑๐ การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ข้าราชการตุลาการศาลปกครองผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในงานของศาลปกครองตามประกาศ ก.ศป. เรื่อง วินัยแห่งการเป็นตุลาการศาลปกครองดำเนินการตามระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยการสอบสวนและสิทธิของข้าราชการตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือกระทำผิดวินัย
ข้อ ๑๑ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้กับให้มีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙




















