รัฐบาลเดินหน้าเชิงรุก ยกระดับบริการสุขภาพผู้ประกันตน “แรงงาน–สาธารณสุข” ผนึกกำลัง ไฟเขียว Telemedicine ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ลดค่าใช้จ่าย–เพิ่มการเข้าถึงบริการอย่างมีประสิทธิภาพ
วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เร่งขับเคลื่อนนโยบายยกระดับระบบสาธารณสุขและการคุ้มครองแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดคณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการประกันสังคม ได้เห็นชอบมาตรการสนับสนุนค่าบริการทางการแพทย์ผ่านระบบทางไกล (Telemedicine) สำหรับผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการปรับระบบบริการสุขภาพให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน โดยเฉพาะผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รัฐบาลจึงเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษา โดยผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการปรึกษาแพทย์และติดตามอาการผ่านระบบ Telemedicine ได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังสถานพยาบาล
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดอัตราค่าบริการ Telemedicine สำหรับผู้ป่วยนอกที่เป็นผู้ประกันตนโรคเรื้อรัง ในอัตรา 65 บาทต่อครั้ง เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยสถานพยาบาลต้องมีระบบที่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และสามารถเบิกค่าบริการจากสำนักงานประกันสังคมได้โดยตรง ซึ่งผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่าย โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2569
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ติดตามสถานการณ์ด้านยาและเวชภัณฑ์อย่างใกล้ชิด โดยองค์การเภสัชกรรมยืนยันว่ามีการสำรองยาและวัตถุดิบที่จำเป็นเพียงพอ รองรับการรักษาผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในทุกสถานการณ์
“สิ่งที่ผู้ประกันตนจะได้รับจากมาตรการนี้ คือ ความสะดวกในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลที่มากขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการรักษาให้ทันสมัย ปลอดภัย และมี

















