สน.เพชรเกษม ผนึกกำลัง รวบหนุ่มพกปืนเถื่อน แถมตรวจพบหนีหมายจับสมคบยาเสพติด ผกก. ตบรางวัลทันที

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. ภายใต้การดำเนินการโดย พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม, พ.ต.ท.กมเลศ พูลสุขโข รอง ผกก.ป.สน.เพชรเกษม, พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์ รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม, พ.ต.ท.สุพัฒน์ พลหนองหลวง สวป.สน.เพชรเกษม และ พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปรามและฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ได้ดำเนินการจับกุม นายสุทัศน์ หรือดั้ม ฉลาดกิจ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 496 ซ.บางแค 7 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ ในข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน, พาอาวุธปืนติดตัวไป เมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุอันควร เสพยาเสพติดให้โทษ (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”
โดยจับกุมได้ที่บริเวณกลางซอยภายในชุมชนยิ้มประยูร(โรงถ่าน) ซ.บางแค 7 แยก 12 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ พร้อมของกลาง คือ
1. อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนไทยประดิษฐ์) จำนวน 1 กระบอก
2. เครื่องกระสุนปืนขนาด .22 แม็กนั้ม จำนวน 6 นัด
3. ซองกระสุนปืน (แม็กกาซีน) จำนวน 1 อัน
4. ผลการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ ของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ จำนวน 1 แผ่น

มีพฤติการณ์คือ ก่อนทำการจับกุมตัวผู้ต้องหานี้ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายไทยชื่อนายดั้ม ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งพักอยู่ภายในชุมชนยิ้มประยูร (โรงถ่าน) ซ.บางแค 7 แยก 12 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและชอบพกพาอาวุธปืนติดตัวอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งได้แจ้งตำหนิรูปพรรณของนายดั้มฯ ให้ทราบ และแจ้งว่าขณะนี้นายดั้ม ได้ขับรถยนต์ กะบะ 4 ประตู ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีดำ คันหมายเลขทะเบียน 1 ขณ 7514 กรุงเทพฯ มาจอดอยู่บริเวณในซอยดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อว่านายดั้ม น่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายโดยเฉพาะยาเสพติดและอาวุธปืนติดตัวอยู่ จึงได้รายงานให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ และได้รีบเดินทางไปยังที่ได้รับแจ้งเพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าว เมื่อไปถึงพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ มีตำหนิรูปพรรณยานพาหนะตรงกับที่สายลับแจ้ง และพบนายสุทัศน์ หรือดั้ม ฉลาดกิจ ผู้ต้องหา (ทราบชื่อและนามสกุลจริงภายหลัง) นั่งอยู่ตรงเบาะคนขับมีตำหนิรูปพรรณตรงกับที่สายลับแจ้งมา เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงอาการมีพิรุธต้องสงสัย จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอตรวจค้น โดยก่อนตรวจได้แสดงความบริสุทธิ์ให้นายสุทัศน์ ฯ ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว ร.ต.ท.พศวัต ตะโกนวน ได้สั่งการให้ ส.ต.ต.ณภัทร แก้วบรรจักร เป็นผู้ตรวจค้น ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เหลือยืนสังเกตการณ์อยู่โดยรอบมองเห็นการตรวจค้นได้อย่างชัดเจน ผลการตรวจค้นตัวนายสุทัศน์ฯ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่จากการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งนายสุทัศน์ เป็นนำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นรถยนต์พบ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก (ของกลางลำดับที่ 1) และเครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 แม็กนั้ม จำนวน 6 นัด (ของกลางลำดับที่ 2) และซองกระสุนปืน (แม็กกาซีน) จำนวน 1 อัน (ของกลางลำดับที่ 3) อยู่บริเวณใต้เบาะที่นั่งคนขับของรถคันดังกล่าว โดยมีเครื่องกระสุนปืน (ของกลางลำดับที่ 2) บรรจุอยู่ในแม็กกาซีน (ของกลางลำดับที่ 3) อยู่ในอาวุธปืนของกลางลำดับที่ 1 สอบถามนายสุทัศน์ ฯ ผู้ต้องหา รับว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าว อยู่ในความครอบครองของตนเองจริง แต่อาวุธปืนเป็นของนายเบิร์ด ทราบชื่อในภายหลังคือ นายธีรพล ชี่นภิรมย์ (ชี้ยืนยันภาพถ่ายทางทะเบียนราษฎร์) ซึ่งเป็นสามีเก่าของภรรยาตน ได้ทำการตรวจยึดของกลาง แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ แจ้งสิทธิ์ควบคุมตัวมา สน.เพชรเกษม แต่จากตรวจสอบประวัตินายสุทัศน์ฯ เคยมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดจึงได้สอบถามนายสุทัศน์ฯ รับว่าเสพยาเสพติดมาก่อนหน้านี้ด้วย จึงได้ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ปรากฏว่าผลเป็นบวก และจากนั้นได้ยินยอมให้เจ้าหน้าที่นำตัวไปตรวจหาสารเสพติดที่ รพ.ราชพิพัฒน์ เพื่อยืนยันผลอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผลปรากฏว่าพบสารเสพติดในปัสสาวะจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดให้นายสุทัศน์ ฯ ทราบอีกครั้งหนึ่ง แจ้งสิทธิ์ให้ทราบตามกฎหมาย ควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี

















