ฟ้องเอาผิด ม.157 ทำได้ ?!

หลังจาก ก.ตร. มีมติผ่านความเห็นชอบ โยกย้ายนายพลตำรวจวาระประจำปี เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย
จริงอยู่ !!
ตำแหน่งมีน้อยกว่าบุคคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ย่อมมีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง
การใชัหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด ตามอำนาจที่ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติบัญญัติไว้ จะสามารถลดความขัดแย้งการแต่งตั้งลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ดุลยพินิจจากผู้บังคับบัญชาเป็นที่ตั้ง
ดังนั้นเป็นธรรมดาที่จะมีผู้อกหักจากการแต่งตั้ง เตรียมพึ่งขอความเป็นธรรม นับจากนี้ไป เป็นอีกบริบทที่ต้องติดตาม

ลักษณะการกระทำความผิด ม.157 ในบริบทการแต่งตั้งตำรวจ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย หรือมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 มักเกิดขึ้นจากกรณีลักษณะเหล่านี้:
การฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย/กฎ ก.ตร.: หากกฎหมายหรือประกาศกำหนดขั้นตอน หลักเกณฑ์ หรือสัดส่วนการพิจารณาไว้อย่างชัดเจน (เช่น การเรียงลำดับอาวุโสตามสัดส่วนที่กฎหมายบังคับ) แต่ผู้มีอำนาจกลับจงใจข้ามขั้นตอน ไม่ปฏิบัติตาม หรือยกเหตุผลนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดมาใช้ในการพิจารณาแต่งตั้ง
การใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ (Abuse of Discretion): แม้ผู้มีอำนาจจะมี “ดุลพินิจ” ในการคัดเลือกบุคคล แต่ดุลพินิจนั้นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ความสุจริต และความสมเหตุสมผล หากใช้ดุลพินิจเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะ (เด็กเส้น, พวกพ้อง) หรือเป็นการกลั่นแกล้งบุคคลอื่นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็อาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการ (ก.ตร. หรือผู้มีอำนาจเสนอชื่อ): ในกระบวนการแต่งตั้งระดับสูง (เช่น ระดับ ผบ.ตร. หรือระดับรอง ผบ.ตร. ลงมา) ผู้มีหน้าที่เสนอชื่อและผู้ที่ร่วมลงมติเห็นชอบ หากรู้ว่าการแต่งตั้งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือไม่มีความชอบธรรม แต่ยังคงร่วมมือหรือยกมือสนับสนุน ก็อาจถูกดำเนินคดีในฐานะตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุนได้เช่นกัน 3. องค์ประกอบความผิดที่โจทก์หรือผู้กล่าวหาต้องพิสูจน์ หากมีการฟ้องร้องดำเนินคดีตามมาตรา 157 ในคดีแต่งตั้งตำรวจ ศาลหรือองค์กรตรวจสอบ (เช่น ป.ป.ช.) จะต้องพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้

1. ผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ในการเสนอชื่อ พิจารณา หรือลงมติแต่งตั้งตำรวจ
2. มีการกระทำที่ “มิชอบ” หรือ “ทุจริต” : เช่น ทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ขัดต่อ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน
3. เจตนาและความเสียหาย: ต้องพิสูจน์ได้ว่าทำลงไปโดยมีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด (เช่น นายตำรวจผู้มีอาวุโสและมีความสามารถสมควรได้รับการแต่งตั้งแต่ถูกข้ามชื่ออย่างไร้เหตุผล) หรือทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้
4. ผลกระทบและช่องทางในการตรวจสอบ
ทางอาญา: ผู้ได้รับความเสียหายโดยตรง (เช่น นายตำรวจที่ถูกข้ามอาวุโสโดยมิชอบ หรือพนักงานสอบสวน/ป.ป.ช.) สามารถยื่นฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือกล่าวโทษต่อ ป.ป.ช. ได้ เนื่องจากความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบถือเป็น ความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งไม่สามารถยอมความกันได้
ทางปกครอง: คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจถูกฟ้องเพิกถอนคำสั่งต่อศาลปกครองได้เช่นกัน เพื่อให้กระบวนการแต่งตั้งกลับมาถูกต้องตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ
หลังจากเดือนนี้ไป ต้องรอติดตาม จะมีคดีเหล่านี้ ปรากฎเข้าสู่ กพค.ตร. , ศาลปกครอง และศาลอาญา อย่างไรบ้าง ?!
ผลคดีจะเป็นอย่างไร ?!
ใคร ?? ต้องรับผิดชอบบ้าง !!
รอชม.

อิทธิเดช ลุย.
คอลัมน์คาดเชือก

















