คอลัมนิสต์

ฟ้องเอาผิด ม.157 ทำได้ ?!


30 สิงหาคม 2026, 16:54 น.

 

ฟ้องเอาผิด ม.157 ทำได้ ?!

 

 

หลังจาก ก.ตร. มีมติผ่านความเห็นชอบ โยกย้ายนายพลตำรวจวาระประจำปี เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย

 

จริงอยู่ !!

 

ตำแหน่งมีน้อยกว่าบุคคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ย่อมมีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง

 

การใชัหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด ตามอำนาจที่ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติบัญญัติไว้ จะสามารถลดความขัดแย้งการแต่งตั้งลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ดุลยพินิจจากผู้บังคับบัญชาเป็นที่ตั้ง

 

ดังนั้นเป็นธรรมดาที่จะมีผู้อกหักจากการแต่งตั้ง เตรียมพึ่งขอความเป็นธรรม นับจากนี้ไป เป็นอีกบริบทที่ต้องติดตาม

 

 

ลักษณะการกระทำความผิด ม.157 ในบริบทการแต่งตั้งตำรวจ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย หรือมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 มักเกิดขึ้นจากกรณีลักษณะเหล่านี้:  

 

การฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย/กฎ ก.ตร.: หากกฎหมายหรือประกาศกำหนดขั้นตอน หลักเกณฑ์ หรือสัดส่วนการพิจารณาไว้อย่างชัดเจน (เช่น การเรียงลำดับอาวุโสตามสัดส่วนที่กฎหมายบังคับ) แต่ผู้มีอำนาจกลับจงใจข้ามขั้นตอน ไม่ปฏิบัติตาม หรือยกเหตุผลนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดมาใช้ในการพิจารณาแต่งตั้ง  

 

การใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ (Abuse of Discretion): แม้ผู้มีอำนาจจะมี “ดุลพินิจ” ในการคัดเลือกบุคคล แต่ดุลพินิจนั้นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ความสุจริต และความสมเหตุสมผล หากใช้ดุลพินิจเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะ (เด็กเส้น, พวกพ้อง) หรือเป็นการกลั่นแกล้งบุคคลอื่นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็อาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

 

การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการ (ก.ตร. หรือผู้มีอำนาจเสนอชื่อ): ในกระบวนการแต่งตั้งระดับสูง (เช่น ระดับ ผบ.ตร. หรือระดับรอง ผบ.ตร. ลงมา) ผู้มีหน้าที่เสนอชื่อและผู้ที่ร่วมลงมติเห็นชอบ หากรู้ว่าการแต่งตั้งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือไม่มีความชอบธรรม แต่ยังคงร่วมมือหรือยกมือสนับสนุน ก็อาจถูกดำเนินคดีในฐานะตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุนได้เช่นกัน  3. องค์ประกอบความผิดที่โจทก์หรือผู้กล่าวหาต้องพิสูจน์ หากมีการฟ้องร้องดำเนินคดีตามมาตรา 157 ในคดีแต่งตั้งตำรวจ ศาลหรือองค์กรตรวจสอบ (เช่น ป.ป.ช.) จะต้องพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้ 

 

 

1. ผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ในการเสนอชื่อ พิจารณา หรือลงมติแต่งตั้งตำรวจ  

 

2. มีการกระทำที่ “มิชอบ” หรือ “ทุจริต” : เช่น ทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ขัดต่อ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน

 

3. เจตนาและความเสียหาย: ต้องพิสูจน์ได้ว่าทำลงไปโดยมีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด (เช่น นายตำรวจผู้มีอาวุโสและมีความสามารถสมควรได้รับการแต่งตั้งแต่ถูกข้ามชื่ออย่างไร้เหตุผล) หรือทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้  

 

4. ผลกระทบและช่องทางในการตรวจสอบ

 

ทางอาญา: ผู้ได้รับความเสียหายโดยตรง (เช่น นายตำรวจที่ถูกข้ามอาวุโสโดยมิชอบ หรือพนักงานสอบสวน/ป.ป.ช.) สามารถยื่นฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือกล่าวโทษต่อ ป.ป.ช. ได้ เนื่องจากความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบถือเป็น ความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งไม่สามารถยอมความกันได้  

 

ทางปกครอง: คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจถูกฟ้องเพิกถอนคำสั่งต่อศาลปกครองได้เช่นกัน เพื่อให้กระบวนการแต่งตั้งกลับมาถูกต้องตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ

 

หลังจากเดือนนี้ไป ต้องรอติดตาม จะมีคดีเหล่านี้ ปรากฎเข้าสู่ กพค.ตร. , ศาลปกครอง และศาลอาญา อย่างไรบ้าง ?!

 

ผลคดีจะเป็นอย่างไร ?!

 

ใคร ?? ต้องรับผิดชอบบ้าง !!

 

รอชม.

 

 

อิทธิเดช ลุย.

คอลัมน์คาดเชือก

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด