คอลัมนิสต์

เปิด–ปล่อย–เพิกเฉย: เมื่อ “ต่างชาติ​อยู่​ยาว” กลายเป็น​โจทย์​ความมั่นคง ที่​รัฐ​ยัง​จัด​ลำดับความสำคัญ​ไม่​ตรง​กับ​ประชาชน


17 กันยายน 2026, 18:48 น.

 

เปิด–ปล่อย–เพิกเฉย: เมื่อ “ต่างชาติอยู่ยาว” กลายเป็นโจทย์ความมั่นคง ที่รัยังจัดลำดับความสำคัญไม่ตรงกับประชาชน

 

 

ฉะเชิงเทรา / กรุงเทพฯ — สุสาน เล็ก ๆ บน ที่ดิน 15 ไร่ ที่ ต.เสม็ด ใต้ อ.บางคล้า ซึ่งใบอนุญาตหมดอายุตั้งแต่ปลายปี 2566 แต่ยังมีการนำศพชาวต่างชาติมาฝังต่อเนื่องถึงปี 2569 กำลังกลายเป็นภาพย่อของปัญหาใหญ่กว่านั้นมาก นั่นคือคำถามว่าประเทศไทยรู้จริงหรือไม่ว่าใครเข้ามาอยู่ ใครทำอะไร ใครถือครองอะไรแทนใคร และเมื่อคนเหล่านั้น “หาย ไป” ทางการรู้หรือไม่

 

ศพ 4 ร่าง หลุมเตรียมไว้อีก 6 และคำถามที่ไม่มีใครตอบ

วันที่ 11 กันยายน พล.ต.ต.พล พีร์ สุวรรณ ฉวี รัฐมนตรี ช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ลง พื้นที่ ตรวจ สุสาน ชาว ยิว แห่ง นี้ พบ ร่าง ผู้เสียชีวิต 4 ร่าง สาม ร่าง ฝัง แล้ว อีก หนึ่ง ร่าง ยังอยู่ ใน เต็นท์ รอ ฝัง ปี ที่ เสียชีวิต กระจาย อยู่ ใน ปี 2566, 2568 และ 2569 ทั้งที่ ใบอนุญาต จัดตั้ง สุสาน ซึ่ง ออก ใน ปี 2564 หมดอายุ ไป ตั้งแต่ ปี 2566 และ ไม่ ได้รับ การ ต่อ เพราะ ที่ดิน ถูก ขึ้นทะเบียน เป็น ทางหลวง ชนบท

 

ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากคดีสุสานเถื่อนทั่วไปคือคำพูดของ มท.2 เอง ที่ว่า “วันนี้เราไปพบ 4 ร่าง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าตายอย่างไร” ไม่มีการแจ้งตายต่อนายทะเบียนท้องถิ่น ขณะที่ทางจังหวัดชี้แจงอีกด้านว่ามีเอกสารจากกงสุลและใบมรณบัตรครบ ผู้ตายเป็นชาวอิสราเอล 2 ราย ฝรั่งเศส 1 ราย และ อังกฤษ 1 ราย ข้อมูลสองชุดนี้ยังไม่ถูกทำให้ตรงกันในที่สาธารณะ และนั่นคือช่องว่างที่ต้องจับตา

 

หลังการขุดย้ายศพทั้ง 4 ร่าง ออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบบล็อกปูนที่เตรียมไว้เป็นหลุมฝังศพอีก 6 หลุม ใต้เต็นท์ ชาวบ้านหนองโสนเรียกร้องให้รื้อ ทั้งหมด เพราะเกรงว่าจะมีการนำศพมาฝังเพิ่ม

 

ที่ดินแปลงนี้ถือครองโดยบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นชาวอิสราเอลซึ่งได้สัญชาติไทยแล้ว 3 คน และเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลว่าเข้าข่าย “นอมินี” ถือครองที่ดิน โรงแรม และ อสังหาริมทรัพย์ ในหลายจังหวัดหรือไม่ มท.2 ประกาศว่าหากพบความผิดจริงจะถอนสัญชาติและเชิญออกนอกประเทศ พร้อมสั่งกรมการปกครองสำรวจสุสานทั่วประเทศใหม่ทั้งหมด หลังพบว่าตัวเลขในระบบไม่ตรงกัน (รายงานว่ามี 1,200–1,600 แห่ง)

 

ในเชิงกฎหมาย ข้อหาที่รอการพิสูจน์มีอย่างน้อยสามประการ คือ ไม่ปฏิบัติตามกระบวนการเมื่อมีการเสียชีวิต เคลื่อนย้ายศพโดยไม่ผ่านทางราชการ และ ดำเนินกิจการสุสานโดยไม่มีใบอนุญาต แต่คำถามที่ใหญ่กว่าคือ ในประเทศที่ระบบทะเบียนราษฎรเข้มงวดกับคนไทยทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ทำไมชาวต่างชาติ 4 คน จึงสามารถตาย ถูกฝัง และเกือบถูกลืมได้โดยไม่มีใครในระบบราชการรับรู้

 

 

นอมินี: ตัวเลขที่ลดลง 81% กับความจริงที่ยังอยู่

รัฐบาลชูผลงานปราบนอมินีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในเดือนกันยายน ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานว่ายึดอายัดทรัพย์ ไปแล้ว 20,392 ล้าน บาทใน 102 คดี การจดทะเบียนบริษัทกลุ่มเสี่ยงในเดือนสิงหาคม 2569 ลดเหลือ 163 บริษัท จาก 894 บริษัท ในเดือนเดียวกันของปีก่อน หรือลดลง ร้อยละ 81.77 เฉพาะเกาะพะงันพบบริษัทเข้าข่ายผิดกฎหมาย 112 ราย ถือครองที่ดิน 124 แปลง และปฏิบัติการ “บูรณาการ ห้วยขวาง” ที่เริ่มเมื่อ 9 สิงหาคม ก็ไล่ตรวจโรงแรมและธุรกิจในย่านที่ชาวต่างชาติกระจุกตัว

 

ตัวเลขเหล่านี้น่าชื่นชม แต่ก็บอกอีกด้านหนึ่งว่า โครงสร้างนอมินีหยั่งรากลึกแค่ ไหน การที่บริษัทกลุ่มเสี่ยงยังจดทะเบียนใหม่ได้เดือนละ 163 แห่ง แม้ในช่วงกวาดล้างเข้ม แปลว่าผู้เล่นยังไม่หมดแรงจูงใจ และช่องทางในการเข้ามาก็ยังเปิดอยู่

 

ประตู ที่ เปิดกว้าง: ฟรี วีซ่า 60 วัน และ 8 ธุรกิจ ไม่ต้อง ขออนุญาต

ประตูบานแรกคือนโยบายยกเว้นวีซ่า 60 วัน ให้ 93 ประเทศ ที่ใช้มาตั้งแต่กลางปี 2567 กระทรวงการต่างประเทศเองยอมรับต่อ ครม. เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ว่ามีชาวต่างชาติบางส่วนใช้สิทธินี้แฝงตัวเข้ามาทำงานผิดกฎหมายและใช้ ไทยเป็นทางผ่านไปก่อคดีในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกระทบทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคง นายกรัฐมนตรีจึงตั้งคณะกรรมการนโยบายวีซ่าขึ้นมาทบทวน แต่จนถึงวันนี้ประชาชนยังไม่เห็นข้อสรุปที่เป็น รูปธรรม

 

ประตูบานที่สองเปิดในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เมื่อ ครม. อนุมัติแก้กฎกระทรวงภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ให้ต่างชาติทำ ธุรกิจ 8 ประเภทได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต ได้แก่ โทรคมนาคมแบบไม่มีโครงข่ายของตัวเอง บริหารการเงิน บริหารภายในเครือข่าย ค้ำประกัน หนี้ในเครือ ขุดเจาะปิโตรเลียม ให้กู้ยืมโดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ตัวแทนซื้อขายสัญญาล่วงหน้า และ ให้เช่าพื้นที่ติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์/เครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ และเมื่อต้นกันยายน รองนายกฯ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ลงนามในกฎกระทรวงแล้ว

 

รัฐบาลอธิบายว่าธุรกิจเหล่านี้มีกฎหมายเฉพาะและหน่วยงานกำกับอยู่แล้ว เช่น กสทช. ธปท. และ ก.ล.ต. จึงเป็นเพียงการลดความซ้ำซ้อน ไม่ใช่การเปิดเสรี แต่เสียงวิจารณ์ชี้ว่า สิ่งที่ปลดล็อกคือ “ทางด่วนของทุนใหญ่” ทั้งด้านการเงิน โครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารเครือข่ายข้ามชาติ ซึ่ง คนไทยทั่วไปแทบไม่ ได้ประโยชน์โดยตรง ขณะที่ SME ไทยที่ไม่มีทุนและเครือข่ายระดับสากลจะเจอการแข่งขันที่หนักขึ้น และยิ่งเปิดช่องให้ใช้บริษัทไทยเป็นฉากหน้าเพื่อเลี่ยงข้อจำกัดที่เหลืออยู่

 

ปืน: รัฐเร่งเรื่องที่ประชาชนไม่ได้ขอ ขณะเรื่องปากท้องรอ

ท่ามกลางปัญหาเหล่านี้ กฎหมายที่รัฐบาลเดินเครื่องเร็วที่สุดกลับเป็นกฎหมายอาวุธปืน หลังเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการ 7 มาตรการเร่งด่วนเมื่อ 11 สิงหาคม ระงับการออกใบ ป.3 และ ปืนสวัสดิการ ตรวจสอบใบ ป.3 ทั่วประเทศ และ จัดระเบียบ ป.4 ให้เสร็จใน 30 วัน และให้แก้กฎหมายภายใน 60 วัน ร่างที่มหาดไทยเปิดรับฟังความเห็นกำหนดให้ใบ ป.4 ซึ่งเดิมใช้ได้ตลอดชีพ ต้องต่ออายุทุก 3 ปี ต้องตรวจสุขภาพจิต จำกัดจำนวนปืนและกระสุน และมีนิรโทษกรรมปืนเถื่อน

 

ต้องยอมรับอย่างเป็นธรรมว่ากฎหมายนี้มีชนวนเหตุจริง ไม่ได้ลอยมาจากอากาศ แต่คำถามเรื่อง “ลำดับความสำคัญ” ก็ชอบธรรมไม่แพ้กัน ประเด็นนี้ไม่เคยเป็นนโยบายหาเสียง ไม่เคยเป็นข้อเรียกร้องของประชาชน และภาระตกอยู่กับผู้ถือปืนถูกกฎหมายกว่าหกล้านกระบอกที่ต้องเข้าสู่ระบบต่ออายุใหม่ ในขณะที่ปืนเถื่อนซึ่งเป็นต้นเหตุของอาชญากรรมส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนใดตั้งแต่แรก ขณะเดียวกันเรื่องที่ประชาชนเรียกร้องมาตลอด ทั้งค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน และเศรษฐกิจฐานราก กลับไม่มีมาตรการใดเดินเร็วเท่านี้ และการทบทวนฟรีวีซ่าที่กระทรวงการต่างประเทศเองบอกว่ากระทบความมั่นคง ก็ยังค้างอยู่ในคณะกรรมการ

 

ข้อกล่าวอ้างที่ยังไม่มีใครยืนยัน

ในโซเชียลมีเดียมีการกล่าวอ้างว่ามีการลักลอบส่งอาวุธที่ใช้ในการฝึกคอบร้าโกลด์ 2026 ไปให้กองกำลังกะเหรี่ยงตามแนวชายแดนด้าน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดยืนยันหรือปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว และการค้นหาจากสำนักข่าวหลักก็ยังไม่พบรายงานที่ตรวจสอบได้ สิ่งที่มีหลักฐานคือคดีค้าอาวุธสงครามให้กองกำลังชาติพันธุ์ในปีก่อนหน้า ซึ่งตำรวจยืนยันว่าไม่ใช่อาวุธของทางราชการ ประเด็นนี้จึงควรอยู่ในสถานะ “ต้อง ติดตาม” มากกว่าจะนำมาสรุปในทางใดทางหนึ่ง

 

บทวิเคราะห์: จุดต่อของภาพที่กระจัดกระจาย

เหตุการณ์แต่ละเรื่องเมื่อมองแยกกันอาจดูเป็นข่าวประจำวัน สุสานเถื่อนหนึ่งแห่ง กฎกระทรวงหนึ่งฉบับ ร่างกฎหมายปืนหนึ่งฉบับ แต่เมื่อวางเรียงกันจะเห็นรูปแบบเดียวกันคือ ประตูขาเข้าเปิดกว้าง ระบบติดตามระหว่างอยู่หละหลวม และรัฐเลือกเร่งรัดในเรื่องที่ประชาชนไม่ได้ร้องขอ

 

ประสบการณ์ในหลายพื้นที่ ทั้ง ภูเก็ต พะงัน เชียงใหม่ และ ปาย แสดงให้เห็นว่าเมื่อชุมชนต่างชาติที่อยู่ยาวเติบโตโดยไม่อยู่ในระบบปัญหาจะ ไล่ตามมาเป็นลำดับ ตั้งแต่การแย่งอาชีพและที่ดิน การไม่เคารพกฎหมายและวิถีของเจ้าของถิ่น ความขัดแย้งกับคนท้องถิ่น และในที่สุดคือความรุนแรงทุกขั้นเกิดขึ้นแล้วในระดับเล็ก คำถามคือรัฐจะรอให้มันเกิดขึ้นในระดับใหญ่หรือไม่

 

มีผู้ตั้งข้อสังเกตไปไกลกว่านั้นว่า การจำกัดอาวุธในมือประชาชนในจังหวะที่อำนาจรัฐควบคุมพื้นที่ได้น้อยลง คือการทำให้ประเทศอ่อนแอลงโดยตั้งใจ บทวิเคราะห์นี้ไม่มีหลักฐานที่จะสรุปเจตนาเช่นนั้น และไม่เห็นว่าจำเป็นต้องสรุป เพราะแม้ไม่มีเจตนา ผลลัพธ์ก็เหมือนกัน ประเทศที่ไม่รู้ว่าใครอยู่ในบ้านตัวเอง ไม่รู้ว่าใครถือครองที่ดินแทนใคร และไม่รู้แม้กระทั่งว่าใครตายในแผ่นดินตัวเอง คือประเทศที่อธิปไตยถูกกัดกร่อนทีละน้อยโดยไม่ต้องมีใครยกกองทัพเข้ามา

 

ทางป้องกันที่ทำได้ทันที

สิ่งที่ประชาชนควรจับตาและเรียกร้องมีไม่กี่ข้อแต่ต้องทำจริง

 

เรื่องแรกคือคดีสุสานฉะเชิงเทราต้องเดินถึงศาล ไม่ใช่จบที่การย้ายศพ ต้องมีคำตอบสาธารณะว่า 4 คนนี้ตายอย่างไร ใครเป็นผู้แจ้ง และ ใครอนุญาตให้ฝัง รวมทั้งผลการขยายผลเรื่องนอมินีของบริษัทเจ้าของที่ดิน

 

เรื่องที่สองคือการทบทวนฟรีวีซ่า 60 วัน ต้องมีข้อสรุปภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน พร้อมระบบเชื่อมข้อมูล ตม. สรรพากร และ แรงงาน เพื่อให้คนที่อยู่เกิน 180 วัน ในหนึ่งปีต้องเข้าสู่ระบบภาษีตามที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว

 

เรื่องที่สามคือการปราบนอมินีต้องขยายจากการยึดทรัพย์ไปสู่การเอาผิดคนไทยที่รับเป็นฉากหน้าอย่างจริงจัง และเปิดเผยข้อมูลรายจังหวัดให้ชุมชนตรวจสอบได้เอง

 

และเรื่องสุดท้าย รัฐบาลควรตอบคำถามเรื่องลำดับความสำคัญให้ชัด หากทุ่มทรัพยากรได้เท่านี้กับกฎหมายปืนใน 60 วัน ก็ควรทำได้เท่ากันกับเรื่องที่ประชาชนรอมานานกว่านั้นมาก

 

การป้องกันที่ดีที่สุดไม่ใช่การปิดประเทศ แต่คือการรู้ว่าใครเข้ามา ทำอะไร และออก ไปเมื่อไร ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐทุกรัฐพึงรู้เกี่ยวกับแผ่นดินของตนเอง

 

แหล่งข้อมูล

  • มท.2 ลุยตรวจสุสานยิวฉะเชิงเทรา พบ 4 ศพ ฝังจริง ไร้ใบอนุญาตขยายผลนอมินี — MGR Online, https://mgronline.com/local/detail/

9690000089044

  • มท.2 รื้อ ใหญ่ จี้แปดริ้วสรุปปมสุสานยิวใน 2 วัน ลุยรื้อระบบสุสานทั่วประเทศ — MGR Online, https://mgronline.com/local/detail/

9690000089212

  • สรุปปมสุสานยิวฉะเชิงเทรา พบ 4 ร่าง ชี้เหตุไม่ต่อใบอนุญาตปี 66 — เดลินิวส์, https://www.dailynews.co.th/news/6187017/
  • ผงะพบ 6 บล็อกหลุมใต้เต็นท์สุสานยิวหนองโสน หลังขุด 4 ศพ — Sondhitalk, https://sondhitalk.com/detail/9690000090737
  • นอมินี กวาดล้างทุนเทา ยึดทรัพย์ 2 หมื่น ล้าน — The Reporter Asia, https://thereporter.asia/2026/09/nominee-crackdown-seize-20-billion/
  • กต. ชง ครม. รื้อฟรีวีซ่า 60 วัน หลังพบต่างชาติแฝงตัวทำงานผิดกฎหมาย — ไทยรัฐ, https://www.thairath.co.th/news/politic/2913425
  • ครม.อนุมัติ แก้ กม.ธุรกิจคนต่างด้าว ต่างชาติ ลงทุน 8 ธุรกิจ ไม่ต้องขออนุญาต — Thai PBS, https://www.thaipbs.or.th/news/content/505825
  • “ศุภ จี” เปิดทางทุนต่างชาติ 7 ธุรกิจ ไม่ต้องขออนุญาต สุดท้ายคนไทยได้อะไร — MGR Online, https://mgronline.com/politics/detail/

9690000085641

  • นายกฯ สั่งเข้มปืนทั้งระบบ หยุดออกใบ ป.3 ให้ต่ออายุใบ ป.4 ทุก 3 ปี — Thai PBS, https://www.thaipbs.or.th/news/content/509345
  • มหาดไทยเปิดรับฟังความเห็น ร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ รื้อใหญ่เกณฑ์ ป.3-ป.4 — Nation TV, https://www.nationtv.tv/news/politics/378981615
  • จับแก๊งค้าอาวุธสงคราม ส่งชนกลุ่มน้อยยันไม่ใช่ปืนหลวง — ไทยรัฐ, https://www.thairath.co.th/news/crime/2854660

 

พุทธพันธะ

/////

ขอบคุณภาพจาก : Thai PBS

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด