คอลัมนิสต์

ตำรวจกำลังจะถูกฟ้อง ล้มละลาย


31 พฤษภาคม 2026, 20:33 น.

 

<ตำรวจกำลังจะถูกฟ้อง>
<ล้มละลาย>

 

 

ในช่วงปี พ.ศ.2555 ขณะที่ผมดำรงตำแหน่งเป็น รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ

 

<ท่านครับ ผมขอปรึกษาครับ>

 

พ.ต.ท.ณรงค์ พิมพ์สุขสกุล รองผกก.ฝอ.ภ.จว.ชัยภูมิ เอ่ยขึ้นหลังจากเข้ามาในห้องทำงานผม

 

ผมมองหน้า เห็นแววตาวิตกกังวลอย่างเด่นชัด

 

จึงถามว่า

 

<มีอะไรว่ามา ณรงค์>

 

พ.ต.ท.ณรงค์ พูดเร็วปรื๋อเหมือนท่องจำมาก่อน

 

<ตำรวจเราหลายสิบคน กำลังจะถูกธนาคารออมสินฟ้องล้มละลายครับ>

 

ผมถามกลับไป

 

<เรื่องเป็นยังไงล่ะ>

 

 

พ.ต.ท.ณรงค์ อธิบายว่า

 

<คือตำรวจเราไปกู้เงินธนาคารออมสิน ขาดชำระหนี้ติดต่อกันหลายงวด ธนาคารทวงถามก็เพิกเฉย จนธนาคารต้องใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อฟ้องล้มละลายครับ>

 

ผมพูดเชิงถามไปในตัว

 

<ถ้าศาลตัดสินให้ล้มละลาย ก็ต้องถูกออกจากราชการ มิใช่หรือ>

 

พ.ต.ท.ณรงค์ ตอบสั้น ๆ

 

<ใช่ครับ>

 

ผมถามต่อเพราะสงสัย

 

<แล้วทำไมเขาถึงไม่ส่งล่ะ มีปัญหาหรือมีอะไรซับซ้อนมั้ย>

 

พ.ต.ท.ณรงค์ ขยายความว่า <ตำรวจพวกนี้และเกือบทุกคน กู้เงินสหกรณ์ กู้เงินธนาคาร ทั้งนั้นแหละครับ บางคนกู้มากกว่าหนึ่งธนาคาร แถมอีกหลาย ๆ คน ยังมีหนี้นอกระบบอีกครับ> ผมพยักหน้า พรางครุ่นคิด

 

<อืม เข้าใจละ เอาปัญหาเฉพาะหน้าก่อน เรื่องจะถูกฟ้องล้มลาย ธนาคารออมสินจะฟ้องเมื่อไหร่ พอมีเวลาพูดคุยมั้ย>

 

พ.ต.ท.ณรงค์ ตอบว่า

 

<ผมคุยกับผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาเมืองชัยภูมิ แล้ว บอกจะยื่นฟ้องตามคำสั่งของสำนักงานใหญ่ในสัปดาห์หน้า พอมีเวลา 3-4 วันครับ>

 

 

ผมบอก พ.ต.ท.ณรงค์ ให้ดำเนินการดังนี้

1. ตรวจสอบบัญชีเงินเดือนของตำรวจชุดนี้ทุกนาย ว่าหักค่าอะไรไปบ้าง เหลือเท่าไหร่
2. เรียกทั้งหมดมาประชุมในวันพรุ่งนี้
3. เอาสัญญาเงินกู้กับธนาคารออมสินมาด้วย
4. ผมต้องตรวจสอบข้อมูลฝ่ายเราก่อน จึงค่อยหาทางเจรจากับธนาคารออมสิน
5. หนี้สินนอกจากนี้ให้เขาเตรียมอธิบายพอรู้เรื่องก็พอ

 

พ.ต.ท.ณรงค์ รับทราบคำสั่ง ทำความเคารพ แล้วรีบออกจากห้องไป

 

ผมคิดถึงแนวทางที่จะเจรจากับธนาคารอยู่คนเดียวเงียบ ๆ

 

วันรุ่งขึ้น มีตำรวจที่เป็นลูกหนี้และกำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย มาร่วมประชุมเกือบร้อยนาย จากทุกโรงพัก รวมทั้งส่วนกลางของ ภ.จว. มีทั้งนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวน

 

เหตุผลหลัก ๆ ที่ไม่สามารถส่งเงินธนาคารได้ตามงวด เพราะมีภาระหนี้สินกับสหกรณ์ตำรวจ ซึ่งต้องถูกหักเงินเดือนตามระเบียบ  มีหนี้สินเงินกู้กับธนาคารอื่น และมีหนี้นอกระบบ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในครอบครัว และส่วนตัวที่ไม่อยากพูดถึง

 

 

ผมบอกว่า

 

<ปัญหาเฉพาะหน้าคือ การที่ธนาคารออมสินจะฟ้องล้มละลาย เมื่อศาลตัดสินแล้ว ถ้ามีความผิดตามฟ้องก็จะถูกให้ออกจากราชการตามระเบียบ>

 

ตำรวจในที่ประชุมทุกนาย ทำตาปริบ ๆ ก้มหน้าเงียบกันทั้งห้อง จนได้ยินเสียงถอนหายใจ แต่มีคนหนึ่งพูดขึ้นว่า

 

<นายครับ ช่วยพวกผมด้วยครับ จะให้ทำยังไงพวกผมยินดีทำตามคำสั่งทุกอย่างครับ>

 

ผมพูดว่า

 

<ใจเย็น ๆ นะ ผมก็คิดเรื่องนี้มาทั้งคืนพอมีแนวทาง อยู่ที่ธนาคารจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ เอางี้นะ ให้ รองฯ ณรงค์ ติดต่อธนาคาร บอกว่า ผม รองผู้การฯ จะขอเป็นตัวแทนตำรวจ เจรจาประนอมหนี้ ขอเชิญผู้จัดการพร้อมคณะมาประชุมร่วมกับตำรวจที่เป็นลูกหนี้ วันพรุ่งนี้ ที่นี่ ถ้าบ่ายเบี่ยงอย่างไรบอกมา ผมจะไปพบเอง>

 

ทุกคนเริ่มมีสีหน้าแช่มชื่น แบบมีความหวัง ส่วนผมเริ่มเครียด เพราะแบกภาระไว้เต็มที่

 

ตอนสายวันรุ่งขึ้น ผู้จัดการธนาคารออมสินพร้อมคณะ มาพบร่วมประชุมกับผมและตำรวจลูกหนี้

 

 

ผมยื่นข้อเสนอดังนี้

1. ขอพักการชำระดอกเบี้ยเป็นเวลา 1-2 ปี ส่งเฉพาะเงินต้น
2. ขอลดเพดานการส่งเงินต้นชำระหนี้ลง ให้อยู่ในสภาวะที่สามารถส่งได้จริงแต่ละราย เช่นเคยส่ง 2,000 บาท ก็เหลือ 1,000 บาท เคยส่ง 1,000 บาท ก็เหลือ 500 บาท เป็นต้น
3. ขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป เพราะส่งต้นน้อยลง
4. เจ้าหน้าที่การเงินของโรงพักและส่วนกลาง จะให้ลูกหนี้ทำบันทึกยินยอมให้หักเงินเดือนส่งธนาคารออมสิน ลูกหนี้ไม่ต้องไปส่งเองเหมือนก่อน เมื่อส่งแล้วเอาหลักฐานให้ลูกหนี้เก็บไว้ส่วนหนึ่ง

 

ผมอธิบายเพิ่มเติมว่า ฝ่ายการเงินของ ภ.จว.ชัยภูมิ ได้ตรวจสอบบัญชีเงินเดือนของตำรวจที่เป็นลูกหนี้แล้ว มีเงินพอให้หักตามข้อเสนอทุกราย และสามารถนำส่งได้ทุกเดือน ไม่ต้องกังวลว่าลูกหนี้จะขาดส่งเหมือนที่ผ่าน ๆ มา

 

และอีกประการหนึ่ง ตำรวจส่วนมากเป็นหนี้หลายธนาคาร ถ้าธนาคารอื่นมาประนอมหนี้ตามหลักการที่กล่าวมาก่อน ธนาคารออมสินก็อาจจะไม่ได้รับการชำระหนี้โดยการหักเงินเดือนได้

 

ผู้จัดการธนาคารออมสินรับข้อเสนอ โดยขอปรึกษากับผู้จัดการเขตของธนาคารออมสินก่อน

 

ผลสรุปเป็นที่น่าพอใจ ผู้จัดการเขตเห็นชอบด้วย และนำเสนอผู้จัดการภาค จนถึงสำงานใหญ่ของธนาคารออมสิน

 

ต่อมา ได้มีการทำสัญญาประนอมหนี้ ระหว่างธนาคารออมสินกับตำรวจลูกหนี้แต่ละราย ทุกคนมีสีหน้าแช่มชื่นอย่างเห็นได้ชัด

 

วันต่อมา ผู้จัดการธนาคารออมสินพร้อมคณะ พากันนำกระเช้าของขวัญชุดใหญ่ไปมอบให้กับ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ เพื่อขอบคุณ ทั้ง ๆ ที่ ผบก.ฯ ไม่ได้รู้อะไรในเรื่องนี้และไม่ได้ทำอะไรเลย

 

<ไม่มีใครคิดถึงผมที่เป็นคนทำ แห้วหวานจริง ๆ>

 

หลายเดือนต่อมา ในงานพบปะสังสรรค์เพื่อนรุ่นมัธยม ผู้ตรวจการธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมกับผมได้บอกผมว่า

 

<ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ได้เลื่อนตำแหน่งผู้จัดการภาค ขึ้นไปเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ด้วยผลงานประนอมหนี้ตำรวจที่ชัยภูมิ และยังได้สั่งให้ธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติอีกด้วย>

 

ฟังแล้วก็ปลื้ม

 

 

แม้ผมจะไม่ได้รับกระเช้าหรือของขวัญใด ๆ ไม่ได้รับความดีความชอบอะไร

 

แต่สิ่งที่ผมได้รับนั้น คือความสุขที่ยิ่งใหญ่ ที่ผมได้ช่วยลูกน้อง ตามหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา

 

ช่วยไม่ให้ถูกฟ้องล้มละลาย ช่วยไม่ให้ต้องถูกให้ออกจากราชการ

 

ผมได้เห็นรอยยิ้มของลูกน้อง ที่พากันเดินเข้ามาไหว้ขอบคุณ

 

และได้เห็นหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้โดยตรง เอาแนวคิดแก้ปัญหาในการประนอมหนี้ของผม ไปเป็นแนวทางปฏิบัติด้วย

 

ภูมิใจครับ

 

 

พล.ต.ตไอยศูรย์ สิงหนาท

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด