คอลัมนิสต์

วันชาติไทย


25 มิถุนายน 2026, 11:07 น.

 

<วันชาติไทย>

 

อยู่ว่าง ๆ ตามประสาคนเกษียณอายุราชการ เลยจัดระเบียบสิ่งของเครื่องใช้ของตัวเองที่เคยมีอยู่ ตั้งแต่ช่วงรับราชการพบซองกระดาษสีน้ำตาล
ซองเล็กหนึ่งซอง ซองใหญ่หนึ่งซอง

 

ซองเล็ก จ่าหน้าซองถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี

 

ซองใหญ่ จ่าหน้าซองถึง พ.ต.อ.ไอยศูรย์ สิงหนาท

 

แล้วความทรงจำเก่า ๆ ในห้วงลึกแห่งความรักชาติรักประชาชน ก็หวนกลับมา

 

ผมย้ายจาก ผกก.รร.ภ.9 จ.ยะลา เป็น ผกก.สภ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2545 ด้วยเหตุผลพิเศษ

 

ใกล้ ๆ กับคำสั่งของฝ่ายปกครอง ที่แต่งตั้ง นอภ. ละหานทราย คนใหม่

 

วันที่ผมจะเดินทางจาก รร.ภ.9 นายกิตติ กิตติโชควัฒนา ผวจ.ยะลา พร้อมภริยา ลูก ๆ วัยรุ่นหญิงชายมุสลิม ที่ผมเคยฝึกอบรม รวมทั้งเพื่อนข้าราชการตำรวจ รร.ภ.9 หลายนาย มาส่งผม ที่อาคารหกชั้น รร.ภ.9 ด้วยน้ำตาคลอ ผมจำความรู้สึกวันนั้นได้ดีและไม่มีวันลืม

 

ที่ สภ.ละหานทราย วันแรกของการปฏิบัติหน้าที่

 

ผมเห็นรองเท้าแตะฟองน้ำ รองเท้าแตะที่ทำมาจากยางรถยนต์ หลายสิบคู่ วางเรียงรายอยู่ที่พื้นหน้าบันไดทางขึ้นโรงพัก

 

สอบถามตำรวจได้ความว่า เป็นรองเท้าแตะของชาวบ้านที่มาติดต่อราชการ เหตุที่ถอดรองเท้า เพราะชาวบ้านไม่กล้าใส่รองเท้าขึ้นสถานที่ราชการเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาช้านานแล้ว

 

ผมปฏิวัติทันที

 

<ให้ตำรวจทุกห้องที่มีชาวบ้านมาติดต่อราชการ รวมทั้งห้องสอบสวนด้วย ให้ตำรวจห้องนั้น ๆ พาชาวบ้านมาใส่รองเท้าของตัวเอง แล้วพาขึ้นไปที่ห้องใหม่ จำไว้ ตราบใดที่ตำรวจยังใส่รองเท้าทำงานเดินบนโรงพักได้ ชาวบ้านก็ต้องใส่รองเท้าเดินบนโรงพักได้ด้วย เช่นเดียวกัน อย่าให้ผมเห็นภาพอย่างนี้อีก>

 

สิ้นคำสั่งของผม ทันใดนั้น ความโกลาหลก็เกิดขึ้น ทั้งนายตำรวจสัญญาบัตร และชั้นประทวน พากันออกมาจากห้องพร้อม ๆ กับชาวบ้านที่มาติดต่อราชการ

 

ชาวบ้านชุลมุนวุ่นวาย พากันหารองเท้าแตะของตัวเอง ผมมองดู เห็นว่ามีใส่สลับคู่สลับข้างกันบ้าง บางคนพอได้รองเท้าแตะมา ก็ถือขึ้นไปบนโรงพักอีก ผมต้องให้ตำรวจไปบอกให้ใส่รองเท้าเดินบนโรงพักได้ ไม่ต้องเกรงใจ

 

ก็ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ! โรงพักสร้างจากเงินภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งนั้น

 

วันหนึ่ง ผมได้รับสมุดบันทึก THAILAND Executive Diary 2003 มา 1 เล่ม มีตรานูนและเครื่องหมายของส่วนราชการเกี่ยวกับรัฐบาลด้วย ด้านหลังสมุด มีวันชาติของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงธันวาคม

 

แต่ที่เอะใจ คือไม่มีวันชาติไทย

 

 

ผมไตร่ตรองจนตกผลึก จึงได้ทำหนังสือราชการ สถานีตำรวจภูธละหานทราย ที่ บร 0829/3912 ลงวันที่ 18 พ.ย. 2546 กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ส่งไปที่ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสอบถามเรื่อง ทำไมไม่มีวันชาติไทยในสมุดบันทึกที่ทำแจกจ่ายนั้น

 

ต่อมา สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้มีหนังสือจ่าหน้าซองถึง พ.ต.อ.ไอยศูรย์ สิงหนาท ผกก.สภ.ละหานทราย ที่ นร 0108/2174 ลงวันที่ 30 ม.ค. 2547 พิมพ์ด้วยกระดาษขาว มีครุฑนูนขึ้นมาตรงกลางบนหัวกระดาษ ลงนามโดย นายทินกร ภูวะปัจฉิม ผอ.สำนักงานสร้างเสริมเอกลักษณ์ของชาติ ปฏิบัติราชการแทน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้อความตอนท้ายว่า

 

<ได้ตีพิมพ์ไว้ในสมุดบันทึกฯ ประจำปี 2004 เรียบร้อยแล้ว>

 

พร้อมกันนี้ ได้ส่งสมุดบันทึกฯ มาให้ผม 1 เล่มด้วย

 

 

เกร็ดประวัติวันชาติไทย

 

แต่เดิม ถือเอาวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นวันชาติไทย

 

ต่อมาคณะรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาใหม่ โดยมี พล.ต.พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ถือวันพระราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย ประกาศ ณ วันที่ 21 พ.ค. 2503 และมีการออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 และ 4 ธ.ค. 2523 เวลา 07.30 น.

 

ประกาศปี 2503 ออกอากาศปี 2523  ห่างกันตั้ง 20 ปี นานจนคนจำไม่ได้ นี่คือประเทศไทย !

 

ถ้าถามผมว่า

 

<ทำไมต้องทำหนังสือถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ?>

 

ผมขอตอบว่า

 

<สาเหตุที่ผมทำหนังสือราชการถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ก็เพราะว่า สมุดบันทึกนี้ ออกโดยหน่วยงานในสังกัดทำเนียบรัฐบาล

 

ผมเข้าใจดีว่า มีคนรับผิดชอบเรื่องเหล่านี้อยู่ แต่ผมจำเป็นต้องสอบถามโดยตรงกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี

 

เพราะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าส่วนราชการที่ใหญ่ที่สุด และควรจะได้รับรู้ถึงความบกพร่องเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่กินใจ สำหรับวิญญูชนคนไทยทั่วไป

 

ผมมิได้มีเจตนาก้าวร้าวหรือล่วงเกิน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แต่อย่างใด

 

อีกทั้งรู้สึกดีใจ ที่ได้มีหนังสือตอบรับกลับมา ทำให้เห็นว่า รัฐบาล เอาใจใส่และใส่ใจในเสียงร้องและความรู้สึกของประชาชนทุกระดับชั้นอย่างแท้จริง>

 

เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นอนุสติหลักฐานทางเอกสารว่า

 

เราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร ประกอบอาชีพอะไร ก็มีสิทธิ์แสดงออกในการรักชาติเท่ากัน เหมือนกัน

 

เช่นผม แม้จะเป็นตำรวจตัวเล็ก ๆ ยศไม่สูง ตำแหน่งไม่ใหญ่

 

แต่หัวใจแห่งความรักชาติ รักประชาชน รับรองว่า ไม่น้อยกว่าผู้ใดในแผ่นดินนี้แน่นอน

 

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด