<วันชาติไทย>
อยู่ว่าง ๆ ตามประสาคนเกษียณอายุราชการ เลยจัดระเบียบสิ่งของเครื่องใช้ของตัวเองที่เคยมีอยู่ ตั้งแต่ช่วงรับราชการพบซองกระดาษสีน้ำตาล
ซองเล็กหนึ่งซอง ซองใหญ่หนึ่งซอง
ซองเล็ก จ่าหน้าซองถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
ซองใหญ่ จ่าหน้าซองถึง พ.ต.อ.ไอยศูรย์ สิงหนาท
แล้วความทรงจำเก่า ๆ ในห้วงลึกแห่งความรักชาติรักประชาชน ก็หวนกลับมา
ผมย้ายจาก ผกก.รร.ภ.9 จ.ยะลา เป็น ผกก.สภ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2545 ด้วยเหตุผลพิเศษ
ใกล้ ๆ กับคำสั่งของฝ่ายปกครอง ที่แต่งตั้ง นอภ. ละหานทราย คนใหม่
วันที่ผมจะเดินทางจาก รร.ภ.9 นายกิตติ กิตติโชควัฒนา ผวจ.ยะลา พร้อมภริยา ลูก ๆ วัยรุ่นหญิงชายมุสลิม ที่ผมเคยฝึกอบรม รวมทั้งเพื่อนข้าราชการตำรวจ รร.ภ.9 หลายนาย มาส่งผม ที่อาคารหกชั้น รร.ภ.9 ด้วยน้ำตาคลอ ผมจำความรู้สึกวันนั้นได้ดีและไม่มีวันลืม
ที่ สภ.ละหานทราย วันแรกของการปฏิบัติหน้าที่
ผมเห็นรองเท้าแตะฟองน้ำ รองเท้าแตะที่ทำมาจากยางรถยนต์ หลายสิบคู่ วางเรียงรายอยู่ที่พื้นหน้าบันไดทางขึ้นโรงพัก
สอบถามตำรวจได้ความว่า เป็นรองเท้าแตะของชาวบ้านที่มาติดต่อราชการ เหตุที่ถอดรองเท้า เพราะชาวบ้านไม่กล้าใส่รองเท้าขึ้นสถานที่ราชการเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาช้านานแล้ว
ผมปฏิวัติทันที
<ให้ตำรวจทุกห้องที่มีชาวบ้านมาติดต่อราชการ รวมทั้งห้องสอบสวนด้วย ให้ตำรวจห้องนั้น ๆ พาชาวบ้านมาใส่รองเท้าของตัวเอง แล้วพาขึ้นไปที่ห้องใหม่ จำไว้ ตราบใดที่ตำรวจยังใส่รองเท้าทำงานเดินบนโรงพักได้ ชาวบ้านก็ต้องใส่รองเท้าเดินบนโรงพักได้ด้วย เช่นเดียวกัน อย่าให้ผมเห็นภาพอย่างนี้อีก>
สิ้นคำสั่งของผม ทันใดนั้น ความโกลาหลก็เกิดขึ้น ทั้งนายตำรวจสัญญาบัตร และชั้นประทวน พากันออกมาจากห้องพร้อม ๆ กับชาวบ้านที่มาติดต่อราชการ
ชาวบ้านชุลมุนวุ่นวาย พากันหารองเท้าแตะของตัวเอง ผมมองดู เห็นว่ามีใส่สลับคู่สลับข้างกันบ้าง บางคนพอได้รองเท้าแตะมา ก็ถือขึ้นไปบนโรงพักอีก ผมต้องให้ตำรวจไปบอกให้ใส่รองเท้าเดินบนโรงพักได้ ไม่ต้องเกรงใจ
ก็ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ! โรงพักสร้างจากเงินภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งนั้น
วันหนึ่ง ผมได้รับสมุดบันทึก THAILAND Executive Diary 2003 มา 1 เล่ม มีตรานูนและเครื่องหมายของส่วนราชการเกี่ยวกับรัฐบาลด้วย ด้านหลังสมุด มีวันชาติของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงธันวาคม
แต่ที่เอะใจ คือไม่มีวันชาติไทย

ผมไตร่ตรองจนตกผลึก จึงได้ทำหนังสือราชการ สถานีตำรวจภูธละหานทราย ที่ บร 0829/3912 ลงวันที่ 18 พ.ย. 2546 กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ส่งไปที่ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสอบถามเรื่อง ทำไมไม่มีวันชาติไทยในสมุดบันทึกที่ทำแจกจ่ายนั้น
ต่อมา สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ได้มีหนังสือจ่าหน้าซองถึง พ.ต.อ.ไอยศูรย์ สิงหนาท ผกก.สภ.ละหานทราย ที่ นร 0108/2174 ลงวันที่ 30 ม.ค. 2547 พิมพ์ด้วยกระดาษขาว มีครุฑนูนขึ้นมาตรงกลางบนหัวกระดาษ ลงนามโดย นายทินกร ภูวะปัจฉิม ผอ.สำนักงานสร้างเสริมเอกลักษณ์ของชาติ ปฏิบัติราชการแทน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้อความตอนท้ายว่า
<ได้ตีพิมพ์ไว้ในสมุดบันทึกฯ ประจำปี 2004 เรียบร้อยแล้ว>
พร้อมกันนี้ ได้ส่งสมุดบันทึกฯ มาให้ผม 1 เล่มด้วย

เกร็ดประวัติวันชาติไทย
แต่เดิม ถือเอาวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นวันชาติไทย
ต่อมาคณะรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาใหม่ โดยมี พล.ต.พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ถือวันพระราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย ประกาศ ณ วันที่ 21 พ.ค. 2503 และมีการออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 และ 4 ธ.ค. 2523 เวลา 07.30 น.
ประกาศปี 2503 ออกอากาศปี 2523 ห่างกันตั้ง 20 ปี นานจนคนจำไม่ได้ นี่คือประเทศไทย !
ถ้าถามผมว่า
<ทำไมต้องทำหนังสือถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ?>
ผมขอตอบว่า
<สาเหตุที่ผมทำหนังสือราชการถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ก็เพราะว่า สมุดบันทึกนี้ ออกโดยหน่วยงานในสังกัดทำเนียบรัฐบาล
ผมเข้าใจดีว่า มีคนรับผิดชอบเรื่องเหล่านี้อยู่ แต่ผมจำเป็นต้องสอบถามโดยตรงกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี
เพราะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าส่วนราชการที่ใหญ่ที่สุด และควรจะได้รับรู้ถึงความบกพร่องเล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่กินใจ สำหรับวิญญูชนคนไทยทั่วไป
ผมมิได้มีเจตนาก้าวร้าวหรือล่วงเกิน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แต่อย่างใด
อีกทั้งรู้สึกดีใจ ที่ได้มีหนังสือตอบรับกลับมา ทำให้เห็นว่า รัฐบาล เอาใจใส่และใส่ใจในเสียงร้องและความรู้สึกของประชาชนทุกระดับชั้นอย่างแท้จริง>
เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นอนุสติหลักฐานทางเอกสารว่า
เราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร ประกอบอาชีพอะไร ก็มีสิทธิ์แสดงออกในการรักชาติเท่ากัน เหมือนกัน
เช่นผม แม้จะเป็นตำรวจตัวเล็ก ๆ ยศไม่สูง ตำแหน่งไม่ใหญ่
แต่หัวใจแห่งความรักชาติ รักประชาชน รับรองว่า ไม่น้อยกว่าผู้ใดในแผ่นดินนี้แน่นอน
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















