<บ้านเพื่อน>
ดูข่าวดูรายการในโทรทัศน์ เห็นว่ามีนักกฎหมายชื่อดังทั้งพนักงานอัยการ ทั้งทนายความ ทั้งนายพลตำรวจหนุ่ม ได้ให้ข้อคิด คำแนะนำ วิธีการ
เพื่อให้ผู้เดือดร้อนที่ปรึกษาและผู้ที่สนใจได้นำไปเป็นแนวทางปฏิบัติ
เป็นสิ่งที่ดีมาก เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะขอชมเชยจากใจ
ช่วงปี พ.ศ. 2540 ผมเป็น รองผกก.รร.น.<โรงเรียนตำรวจนครบาล>ตั้งอยู่ที่เขตบางเขน กทม. ต่อมาย้ายไปอยู่ที่ ศาลายา นฐ.

ผมชอบและสนใจพระเครื่อง ลูกน้องจึงได้แนะนำให้รู้จักเซียนพระชื่อดังคนหนึ่ง ส. ท่าพระจันทร์ อายุอานามเท่ากันกับผม
พูดคุยกันถูกคอจึงคบกันเป็นเพื่อน
ทุกวันช่วงสาย ๆ ก่อนที่ ส. จะไปศูนย์พระเครื่อง ที่ห้างสรรพสินค้า พันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน เพื่อทำธุรกิจ ส. จะแวะมาคุยกับผม
วันนั้นก็เช่นกัน แต่วันนั้นรู้สึกจะแปลกไปกว่าวันอื่น ๆ ส. มีสีหน้าเศร้าหมองผิดปกติ ผมจึงถามไถ่ ได้ความว่า
<บ้านพักที่ ส. อาศัยอยู่นั้น เป็นทาวเฮ้าสองชั้น อยู่ในหมู่บ้านแถวบางเขน ส. เอาบ้านเข้าธนาคาร เพื่อเอาเงินไปทำธุรกิจ ต่อมาขาดส่งค่าบ้านให้ธนาคารหลายงวด จนธนาคารมีหนังสือเตือนอายัดบ้านขายบ้านเพื่อหักหนี้มีคนซื้อไปเรียบร้อยแล้ว ส. จะต้องขนทรัพย์สินออกจากบ้าน ไปหาที่อยู่ใหม่>

ผมฟังจบ จึงถาม ส. ว่า
<ธนาคารอะไรผมจะไปคุยกับผู้จัดการธนาคารเผื่อจะมีทางออก>
ส. บอกว่า
<หมดทางแล้วละเพราะขายทอดตลาดแล้วมีคนซื้อไปแล้ว>
ผมบอกว่า
<ยังไงก็ขอไปคุยดูก่อน>
ส. จึงบอกชื่อธนาคาร สาขาบางเขน
วันต่อมาผมแต่งเครื่องแบบตำรวจไปขอพบผู้จัดการธนาคาร
ผมบอกผู้จัดการไปว่า
<ผมชื่อ พ.ต.ท.ไอยศูรย์ สิงหนาท เป็น รองผกก.รร.น. ผมเป็นเพื่อนกับ ส. ที่ธนาคารยึดบ้านและขายทอดตลาดไปแล้วผมอยากจะขอคุยกับคนที่ซื้อบ้านไป ต่อหน้าผู้จัดการ เขาจะได้สบายใจว่าไม่ได้ถูกมิจฉาชีพหลอกลวง>

ผู้จัดการธนาคารบอกว่า
<บอกไม่ได้ครับว่าใครซื้อไปเป็นความลับของลูกค้า>
ผมยิ้ม ใจเย็น พูดกับผู้จัดการว่า
<ผมรู้ว่าเป็นความลับของลูกค้าแต่ผมมา เพราะอยากพูดต่อรองซื้อขายบ้านกับเขาใหม่ ถ้าเขายอมพูด ก็พูดต่อหน้าผู้จัดการ ถ้าเขาไม่ยอมพูด
ก็สุดแท้แต่เขาผมอยากช่วย ส. เพื่อนผมครับ>
ผู้จัดการ คงเห็นความตั้งใจ ความจริงใจ ที่ผมแสดงออกจึงให้ชื่อและเบอร์โทร. ผู้ที่ซื้อบ้านไป เป็นผู้ชาย
ผมขออนุญาตโทร.ติดต่อ ต่อหน้าผู้จัดการ

<สวัสดีครับ ผมชื่อ พ.ต.ท.ไอยศูรย์ สิงหนาท เป็น รองผกก.รร.น. ผมเป็นเพื่อนกับ ส. เจ้าของบ้านคนเดิมที่ธนาคารยึดไปขายทอดตลาดแล้วคุณได้ซื้อไป ตอนนี้ผมอยู่ที่ธนาคารผมขออนุญาตคุยต่อหน้าผู้จัดการธนาคารได้ไหมครับ>
ผู้ซื้อบ้านไปพูดว่า
<ได้ครับมีอะไรหรือครับ>
ผมบอกว่า
<ผมรู้จักกับ ส. มานานหลายปีเคยไปเยี่ยมที่บ้านทาวเฮ้านี้ด้วยเขาไม่เคยบอกให้ผมรู้เลยว่าเอาบ้านจำนองธนาคารและขาดผ่อนส่งมาบอกก็หลังจากถูกธนาคารยึดไป จนขายทอดตลาดแล้วผมจึงอยากขอพูดคุยกับคุณสักหน่อยครับ>
ผู้ซื้อบ้านถามผมว่า
<จะคุยเรื่องอะไรครับ>
ผมบอกว่า
<เอาตรง ๆ เลยนะครับถ้าคุณซื้อไป เพื่อขายต่อผมจะขอซื้อคืนขอในราคาเดิมนะครับผมอยากช่วยเขาจะให้ ส. กับครอบครัวอยู่บ้านหลังนี้ต่อไป แต่ถ้าคุณซื้อไปเพื่ออยู่อาศัยและไม่ต้องการขายคืนก็ไม่เป็นไรถือว่าคุณโชคดีที่ได้บ้านดี ราคาถูกไว้ แล้วแต่คุณตัดสินใจนะผมรอฟังคำตอบอยู่ต่อหน้าผู้จัดการธนาคารครับ>
ผู้ซื้อบ้านเงียบไปสักครู่หนึ่ง ก็พูดขึ้นว่า
<ก็คิดว่า จะเอาไปขายต่อ>
นิ่งไปสักอึดใจ ก็พูดขึ้นมาว่า
<ถ้าผมขายคืนให้ผมขอเงินสดนะครับ>
ผบตอบทันที
<ได้ครับผมจะกู้ธนาคารที่นี่แหละคุณเอาโฉนดบ้านพร้อมที่ดินมาให้ผมผมจะได้ใช้เป็นหลักประกันในการกู้เงินธนาคารแล้วคุณเอาเงินสดไป>
หลังจากนั้น เรื่องทั้งหมด ลงเอยแบบนี้

<ส.> ได้บ้านพร้อมที่ดินกลับคืนดีใจจนน้ำตาไหลนองหน้า
<ผู้ซื้อบ้าน> ได้เงินเต็มจำนวนกลับคืนไป และยังพูดว่า
<ไม่ค่อยเห็น เพื่อนที่รักกัน ดูแลกันขนาดนี้>
<ผม> กลายเป็นลูกหนี้ธนาคาร ยอดประมาณ 960,000 บาท
ในการผ่อนส่งชำระหนี้ธนาคารผมถูกหักเงินเดือนตามสัญญา
โดย ส. ส่งเงินตามยอดที่ผมส่งธนาคารเข้าบัญชีผม
น่าจะ 15 ปีมั้ง จึงเป็นไททั้ง ส. ทั้งผม
คำกล่าวจากคนเก่าคนแก่ว่า
<ถ้าไม่อยากเป็นหนี้อย่าเซ็นค้ำประกัน>
ก็จริงอยู่แต่ถ้ารู้ว่าเพื่อนเดือดร้อนก็ขอเป็นเด็กดื้อแล้วกัน

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















