บพข. จับมือ EA ประกาศผลรางวัล ‘Up the Phase. Upgrade the World’ ต่อยอด Bio-PCM สารเปลี่ยนสถานะจากน้ำมันปาล์ม สู่นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ร่วมกับ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) โดยบริษัท กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช จำกัด หรือ (GTR) ประกาศผลผู้ชนะเลิศและผู้ได้รับรางวัลในโครงการประกวด “Up the Phase. Upgrade the World สารเปลี่ยนสถานะสู่นวัตกรรมเปลี่ยนโลกอนาคต” หลังคัดเลือกผู้สมัคร 107 ทีมทั่วประเทศ จนเหลือ 10 ทีมสุดท้ายที่คว้ารางวัลรวมกว่า 200,000 บาท เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม Beyond The River ชั้น 57 อาคาร One City Centre โดยได้รับเกียรติจาก นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในการมอบรางวัล
Bio-PCM (Bio-Phase Change Material) เป็นสารเปลี่ยนสถานะจากวัตถุดิบชีวภาพ เช่น ปาล์มน้ำมันดิบ ซึ่ง EA ได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย เทคโนโลยีนี้พัฒนาโดยนักวิจัยไทยของ EA และมีคุณสมบัติกักเก็บและปลดปล่อยความร้อนเพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิ การแข่งขันแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Bio-PCM Frontier Tech สำหรับงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ และ Next Gen Visionary สำหรับความคิดสร้างสรรค์ มุ่งเปิดทางให้นักวิจัยและนักสร้างสรรค์นำ Bio-PCM ฝีมือนักวิจัยไทยไปพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต พร้อมเพิ่มโอกาสให้งานวิจัยได้รับการทดสอบกับผู้ใช้และต่อยอดเชิงพาณิชย์

ผลการประกวดแบ่งเป็น 2 ประเภท โดย “BioTemp 22 (ENP@R17)” ของนายปราการ สวัสดี ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภท Bio-PCM Frontier Tech จากการพัฒนากล่องควบคุมอุณหภูมิสำหรับขนส่งเกล็ดเลือด ส่วน “Evi-PCM Block นวัตกรรมล็อกอุณหภูมิพิทักษ์พยานหลักฐานทางสิ่งแวดล้อม” ของนางสาวชลลดา ไม้หอม ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภท Next Gen Visionary จากแนวคิดกล่องขนส่งที่ใช้ตลับ Bio-PCM ช่วยรักษาสภาพตัวอย่างระหว่างนำส่งไปยังห้องปฏิบัติการ
ผลงาน “BioTemp 22 (ENP@R17)” ใช้ Bio-PCM ที่ทำงานใกล้อุณหภูมิ 22 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาอุณหภูมิของเกล็ดเลือดระหว่างขนส่งให้อยู่ในช่วง 20–24 องศาเซลเซียส พร้อมระบบแสดงผลและบันทึกข้อมูลอุณหภูมิย้อนหลัง ตัวกล่องใช้ซ้ำได้และไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อทำความเย็นระหว่างขนส่ง โดยได้ทดลองและนำไปใช้งานจริงที่โรงพยาบาลตากสินแล้ว
ส่วน “Evi-PCM Block” เป็นแนวคิดกล่องขนส่งที่ใช้ตลับ Bio-PCM ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะกับตัวอย่างแต่ละชนิด เพื่อรักษาสภาพตัวอย่างระหว่างนำส่งจากพื้นที่เกิดเหตุไปยังห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงไฟฟ้าได้ไม่สะดวก แนวคิดดังกล่าวสามารถพัฒนาต่อเพื่อสนับสนุนการเก็บรักษาพยานหลักฐานสำหรับตรวจสอบปัญหามลพิษและการกระทำผิดด้านสิ่งแวดล้อม

นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า การขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน การเชื่อมงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม และการต่อยอดจุดแข็งของประเทศสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูง ผลงาน Bio-PCM ที่มีศักยภาพควรได้รับการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรด้านการวิจัย การผลิต และการตลาด รวมถึงทดสอบประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่า เพื่อยกระดับเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน และเสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ด้าน ดร.อัญชัญ ชมภูพวง รองผู้อำนวยการ บพข. ซึ่งได้รับมอบหมายจาก รศ.ดร.กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการ บพข. ให้เป็นตัวแทนร่วมงานประกาศรางวัล กล่าวว่า “บพข. มุ่งเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ความร่วมมือกับ EA โดย GTR ในการต่อยอด Bio-PCM สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG ที่เพิ่มมูลค่าทรัพยากรชีวภาพ ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดย บพข. มุ่งหวังให้ผลงานที่มีศักยภาพได้พัฒนาร่วมกับพันธมิตรและทดสอบกับผู้ใช้งานจริง เพื่อสร้างความพร้อมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์”

นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Bio-PCM เกิดจากการต่อยอดความรู้และประสบการณ์ของ EA ในธุรกิจไบโอดีเซล สู่การศึกษาวิจัยสารโอลีโอเคมีคัลส์จากวัตถุดิบธรรมชาติ โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน จนทีมวิจัยไทยของ GTR สามารถพัฒนาเป็นวัสดุชีวภาพสำหรับบริหารจัดการอุณหภูมิ สะท้อนความมุ่งมั่นของ EA ในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าทรัพยากรภายในประเทศ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมไทย”
การประกวดครั้งนี้ได้เปิดให้เห็นศักยภาพของ Bio-PCM ผ่านไอเดียที่หลากหลาย ก้าวต่อไปคือการพาผลงานเหล่านี้ออกจากเวทีประกวด ไปสู่การพัฒนาต้นแบบ การทดสอบกับผู้ใช้งาน และการต่อยอดร่วมกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นวัตกรรมที่เริ่มต้นจากความคิดสร้างสรรค์สามารถเกิดขึ้นจริงและสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนและสังคม


















