ภาพเก่าเล่าอดีต

“คมวาทะ” สำนวนโวหาร เชิงชั้น ศาสตร์และศิลป์ ของนักการเมือง “ภาคใต้”


25 กันยายน 2026, 14:37 น.

 

“คมวาทะ” สำนวนโวหาร เชิงชั้น ศาสตร์และศิลป์ ของนักการเมือง “ภาคใต้”

 

“การต่อสู้ทางการเมือง ทางภาคใต้ โดยเฉพาะ พัทลุง – ตรัง – นครศรีฯ – และสงขลา.. การปราศรัยเวทีใหญ่ ถือเป็นจุดชี้ขาด ที่ผู้คนแห่ไปฟัง สำนวนโวหาร การสัประยุทธ์ชิงชัย ด้วยวาทะกรรม คำคม เชือดเฉือนคู่ต่อสู้ อย่างดุเดือด มืดฟ้ามัวดิน !“

 

 

นักการเมืองสายใต้ อาศัย วัฒนธรรม นำทาง ขึ้นชื่อ การเป็นเจ้าบท เจ้ากลอน ใช้ภาษาถ้อยคำ คล้องจอง คารมคมคาย และ “อารมณ์ขัน”

 

การสื่อสารชีวิตประจำวัน คนใต้มักหยิบยก คำพังเพย ภาษิต หรือ คำกลอนมาสอนคุย สำนวนเชิงเปรียบเปรย อยู่เสมอ ทำให้เห็นภาพชัดเจน เข้าใจง่าย สนุกสนาน สะท้อนผ่านศิลปพื้นบ้าน ที่มีมาในอดีต “ใช้ภูมิปัญญา” คมวาทะ ซึ่งเป็นวรรณกรรมท้องถิ่น อย่างมีไหวพริบ ด้วย วรรคทองปฏิภาณที่ยอดเยี่ยมว่า “มาจากตรัง ไม่หนังก็โนราห์” สะท้อนความเป็นเจ้าบท เจ้ากลอน ในสายเลือด เป็น “ภูมิภาษา” เมืองใต้ อย่างแท้จริง !

 

เพราะส่วนใหญ่ ได้รับอิทธิพล จาก “หนังตะลุง – มโนราห์” เวลา มีการแข่งขัน ทางการเมือง เลือกผู้แทนราษฏร มักใช้ “คำขวัญ” เป็นแรงจูงใจ ให้ผู้คนจำได้ง่ายในการแนะนำตัว สมัย “มโนราห์เติม” ขวัญใจชาวตรัง ลงผู้แทนครั้งแรก แนะนำตัวว่า “ตัวผมชื่อเติม บ้านเดิมอยู่ตรัง เอ็นดูผมมั่ง พี่น้องทั้งหลาย”

 

 

จังหวัดพัทลุง “ร.ต. ถัด รัตนพันธ์” เป็นผู้แทนครั้งแรก แข่งขันกับ “ครูถัด พรหมมานพ” (ชื่อเดียวกัน) ใช้ใบปลิว จูงใจว่า “กินเลี้ยง ครูถัด ใส่บัตรนายร้อย”

 

เนื่องจาก ครูถัด เป็นคนกว้างขวาง มักรับแขก จัดงานเลี้ยงเสมอ “นายร้อยตรี ถัด รัตนพันธ์” อดีตกบฏ รศ. 130 เลยสกัด ด้วยคำคม จนติดปากชาวบ้าน ได้เป็นผู้แทนสมใจ (ร.ต.ถัด เป็นบิดา นักหนังสือพิมพ์ชื่อดัง แถมสิน รัตนพันธ์ นามปากกา ลัดดา ซุบซิบ ผู้ล่วงลับ/ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ )

 

ต่อมายุค “พล.ต.ท. พงษ์ศักดิ์ ประนุตนรพาล” อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 ขณะนั้น ลงผู้แทนพรรคกิจสังคม แข่งกับ “อาจารย์ ธีรศักดิ์ อัครบวร” พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้คำขวัญแบบเดียวกันว่า “กินเหล้าผู้การ เลือกอาจารย์ ธีรศักดิ์” ผ่านด่านฉลุย เป็นผู้แทนเมืองลุง.. (อ. ธีรศักดิ์ เป็นพี่ชายของ ดร.ประยูร อัครบวร อดีต ผู้นำนักศึกษา 19 )

 

 

ที่โด่งดัง ทั่วภาคใต้ในอดีต… จังหวัดตรัง “เลือกนายชวน ลูกแม่ถ้วน ขายพุงปลา” คำนี้ดังติดปากชาวตรัง มานานนักหนา.. แม้เลือกตั้งทุกครั้ง ผู้คนยังจำได้กับคำคม ของนายชวนที่ว่า “ใส่เสื้อทวี กินฟรีพิทักษ์ เลือกพรรคนายชวน” (ทวี สุระบาล – พิทักษ์ รังษีธรรม คู่แข่ง)… จนกระทั่ง “สมพงษ์ สระกวี” ลง สว.สงขลา ครั้งแรก ก็ใช้คำขวัญ จูงใจ ลักษณะใกล้เคียง นายชวน แนะนำตัวใบปิด “สมพงษ์ สระกวี ลูกแม่ค้านํ้าผึ้งแว่น” ชี้ให้เห็นว่า “เลือกลูกแม่ค้า” อาชีพสุจริต ดีกว่า “พ่อค้าไม้เถื่อน” ที่ดังสนั่น ทั่วภาคใต้ ขณะนั้น…

 

 

ยังมีอีกมากมาย ที่ใช้กลยุทธ์ สำนวน ให้ชาวบ้านจดจำง่าย ผู้คนติดปาก เข้าไปในหัว “เป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์” แห่งการใช้คำพูด เชิงเหน็บแนม เสียดสี และชื่นชมเปรียบเทียบ บ้างก็ตลก ขบขัน ซึ่ง ส่วนใหญ่ มักเป็นมุกของ “ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี” แห่งเมืองสงขลา เจ้าของฉายา “สามสี ภูเขาทอง (แดง)”… ขึ้นเวทีครั้งใด หนาแน่นด้วยเสียงหัวเราะ ตลอดเวลา ด้วยไหวพริบปฏิภาณ สำนวนที่เฉียบขาด แต่ร่าเริง มัดใจคนฟัง

 

ด้านจังหวัด นครศรีฯ “อ้ายดำ ลูกหมี” หรือ ปุโรหิต หมอผี เป็นฉายา ของ “สัมพันธ์ ทองสมัคร” ขุนพลสายใต้ มีลีลา หาเสียง ที่ชาวบ้าน ติดตามมากมายในอดีต อีกเช่นกัน… ยุคสมัยนั้น ยังไม่มีโชเซียล มีเดีย “เสน่ห์ และคารม คมคายบนเวทีปราศรัย” จึงถือเป็น อาวุธ สุดยอด ของผู้สมัคร ที่ชาวบ้านแห่ไปฟัง เชิงชั้นวรรณศิลป์ กันอย่างล้นหลาม

 

 

ย้อนไปถึง การต่อสู้ทางการเมือง ที่เป็นตำนาน ในจังหวัดพัทลุง ยุคอดีต ทีม “วีระ มุสิกพงศ์” ขุนพลปากกล้า แห่งพรรค แม่ธรณีบีบมวยผม ครั้งนั้น มีนายหนังตะลุง “พร้อม บุญยฤทธิ์” และ โอภาส รองเงิน ประกบซ้ายขวา ของ “ประชาธิปัตย์” ซึ่งเป็นยุคทอง เสาไฟฟ้า ขณะนั้น ทั้งสองแรงบวก ทำให้เวทีปราศรัยแทบแตก มีสีสันผู้คนมาฟังเชิงชั้นสำนวนโวหาร คับสนามหน้าศาลากลาง เรียกเสียงหัวเราะ และคะแนนถล่มทลาย

 

คู่ต่อสู้ โจมตี “วีระ ไข่มุกดำ” ว่าไม่ใช่เป็นคนพัทลุง แต่เป็นชาวระโนด “จังหวัดสงขลา” มาอาศัยเมืองลุง เป็นฐานที่มั่นทางการเมือง ชาวพัทลุง ต้องไม่เลือก ชาวระโนด มาเป็นผู้แทน เมืองลุง !

 

ร้อนถึง “หนังพร้อม” ออกมาโต้ว่า… คนจังหวัดไหนก็ได้ ถ้ามาสร้างความเจริญ รุ่งเรืองให้พื้นที่ ต้องควรสนับสนุน การนำเรื่อง “ชาติกำเนิด” มาโจมตีทางการเมือง สร้างความแตกแยก ไม่ควรกระทำ ยกตัวอย่าง “พระพุทธเจ้า” เกิดที่อินเดีย “แต่ทำไมคนไทย กราบไหว้ ยกย่องบูชา” ก็เพราะความดี บุญบารมีคุ้มครอง

 

 

มียุคหนึ่ง ที่ “หนังพร้อม” แยกตัวจาก “วีระ มุสิกพงศ์” ไปอยู่พรรคตรงกันข้าม หันมาโจมตี “วีระ” ว่าเป็นชาวระโนด จังหวัดสงขลา โดยยกตัวอย่างว่า…

 

“ผมเอาต้นสะตอ มาจากระโนด มาปลูกไว้ที่เมืองลุง” อุตส่าห์ รดนํ้าพรวนดิน ดูแลอย่างดี จนต้นสะตอ เติบใหญ่สูงขึ้น… มาวันนี้ลมแรง ดูท่าต้นสะตอ จะหักโค่น “ลงมาทับตน” จึงตัดสินใจ “โค่นเสีย !”

 

ฝ่าย “วีระ” ปราศรัย ตอบโต้ อธิบายว่า.. พี่น้องครับ ! “หนังพร้อม” อัศวิน ดอ เด็ก ก็เสมือน “ต้นมะขาม” ธรรมดาต้นหนึ่ง ชาวบ้านเดินผ่านไปมา ไม่สนใจ จนวันหนึ่ง นายวีระ “นำผ้าขาว” มาผูก พันรอบโคนต้นมะขาม จึงดูเข้มขลัง “ผู้คนเริ่มหันมากราบไหว้” คึกคัก… “วีระ” ตบท้ายว่า… วันนี้ ผมถอดผ้าขาว ออกจากโคนต้นมะขามแล้วครับ ! ชาวบ้านฮือฮา ชอบใจ

 

 

พัทลุง เป็นเอกลักษณ์ ของเมืองหนังโนรา นิยมใช้วาทะกรรม สำบัดสำนวน เชือดเฉือนคู่ต่อสู้ จึงดูเข้มข้น สะใจ คอการเมืองที่ตื่นตัว ทุกยุค ทุกสมัย

 

สำนวนชาวระโนด มีคำกลอนอยู่ท่อนหนึ่ง ใช้มาตลอดว่า…“บ้านผมหม้ายไหร้ มีไผ่กับโหนด อำเภอระโนด จังหวัดสงขล้า”…* (ต้นโหนด คือต้นตาล )

 

การเลือกตั้งหาดใหญ่ ที่ผ่านมา “นายจุรี นุ่มแก้ว” พรรคประชาธิปัตย์ ถูกคู่แข่งคนดัง “หมอสุภัทร” พรรคประชาชน โจมตีหนักหน่วง ว่า “เป็นชาวระโนด” เช่นกัน ไม่ใช่คนหาดใหญ่ ชาวหาดใหญ่ ไม่ควรเลือกเป็นผู้แทน สุดท้าย “นายจุรี” ชนะเลือกตั้ง เป็นผู้แทน จนบัดนี้…

 

 

(ท่านใดมี เกร็ดดีๆ ของผู้แทนยุคเก่า แนะนำมาเล่าได้ที่ “มหาราษฏร์” แบ่งปันกันแชร์ มีผู้ติดตาม แสนกว่าวิว ทุกวันครับ แม้ยังน้อย แต่หนักแน่นครับ )

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดภาพเก่าเล่าอดีต

เรื่องล่าสุด