“พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ” ตอบพี่น้อง เพื่อนตำรวจ เรื่อง Police การตรวจสัมพันธ์ และคืนเวลา ให้ตำรวจ

ตอบพี่น้องตำรวจเรื่อง Police 4.0 การตรวจสัมพันธ์ และการคืนเวลาให้ตำรวจ
ผมได้รับคำถามจากตำรวจท่านหนึ่งผ่านเพจเพื่อนตำรวจ ขอบคุณที่ถามกันตรง ๆ ครับ ขออนุญาตเรียกว่า “น้อง” นะครับ ผมอยู่ในเครื่องแบบมาหลายปีแล้ว พูดง่าย ๆ ก็คืออายุมากแล้วครับ 555
คำถามนี้ย้ำกับผมว่า การลงไปพบปะพูดคุยกับพี่ เพื่อน และน้องตำรวจที่สถานียังจำเป็น แม้ว่าเราจะประชุมชี้แจงกับผู้บังคับบัญชาระดับกองบัญชาการ ส่งข้อความในกลุ่มไลน์ และออกหนังสือสั่งการแล้ว แต่ถ้าคนที่ต้องเข้าเวรจริงยังมีข้อสงสัย ผมก็มีหน้าที่อธิบายให้ชัด และรับฟังด้วยว่าเมื่อนำไปทำแล้วติดขัดตรงไหน
1. ระบบ Police 4.0 มีปัญหา ทำไมไม่แก้ให้เรียบร้อยก่อน
Police 4.0 เป็นระบบบันทึกและรายงานผลการปฏิบัติงานป้องกันปราบปราม ตั้งแต่สายตรวจไปจนถึงหัวหน้าสถานี ภารกิจออกตรวจมีอยู่เดิมครับ สิ่งที่เปลี่ยนคือวิธีบันทึกและรายงานผล
สมัยผมเป็นสายตรวจ จุดตรวจบังคับแต่ละแห่งมีสมุดให้ลงชื่อ แยกเป็นสองชุดสำหรับวันคู่กับวันคี่ พอพ้นเที่ยงคืน สายตรวจผลัดบ่ายก็ต้องไปเปลี่ยนสมุด ระบบ Police 4.0 เริ่มทดลองใช้ในช่วงปี 2562 และเริ่มใช้พร้อมกันในช่วงปี 2564 เพื่อให้รายงานและตรวจสอบผลได้สะดวกขึ้น ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังจัดสรรงบประมาณดูแลระบบอยู่ครับ
เรื่องที่น้องสะท้อนว่าออกตรวจแล้วระบบล่มหรือบันทึกไม่ได้ ผมรับทราบและติดตามการแก้ไขกับสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทศ.) อยู่ ผมได้กำชับให้ปรับปรุงระบบ และสั่งการไว้แล้วว่า หากบันทึกในระบบไม่ได้ ให้บันทึกการปฏิบัติด้วยวิธีอื่น เช่น ส่งรายงานไว้ในกลุ่มไลน์ของสถานี เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ การไม่พบข้อมูลในระบบเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ออกตรวจครับ
ผมเห็นด้วยว่าระบบต้องได้รับการแก้ไข ระหว่างที่แก้ ให้ใช้ช่องทางสำรองเมื่อระบบขัดข้อง เพื่อให้งานเดินต่อและคนที่ออกตรวจจริงมีหลักฐานยืนยันการปฏิบัติ การหยุดใช้ทั้งระบบแล้วกลับไปใช้สมุดกับกระดาษ จะเพิ่มภาระให้คนหน้างานอีกครับ

2. เวรอำนวยการต้องออกตรวจหลังเที่ยงคืนถึงตีห้าหรือไม่
หนังสือวิทยุลงวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ข้อ 2.5 เป็นข้อแนะนำเรื่องการออกตรวจสัมพันธ์ของเวรอำนวยการ สำหรับสถานีที่มีความเป็นเมืองระดับสูง ให้พิจารณาออกตรวจในช่วง 20.00–02.00 น. ส่วนสถานีที่มีความเป็นเมืองระดับต่ำ ให้พิจารณาในช่วง 18.00–24.00 น.(ซึ่งมาจากการวิเคราะห์เวลาการเกิดอาชญากรรม เวลาที่ประชาชนทั่วไปเลิกงานและออกมาใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับในเขตชุมชนเมืองส่วนใหญ่จะมีร้านอาหาร สถานบริการ ที่มีผู้มาใช้บริการถึงเวลาเที่ยงคืนหรือดึกกว่านั้น) สำหรับพื้นที่อ่อนไหวด้านความมั่นคงหรือมีสถานการณ์เฉพาะ ให้พิจารณาตามสภาพพื้นที่ และพิจารณางดปฏิบัติในจุดหรือช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของกำลังพล
ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นกรอบให้เลือกเวลาออกตรวจตามความเหมาะสมครับ ไม่มีข้อกำหนดให้ทุกสถานีออกตรวจตลอดระยะเวลาที่แนะนำ และไม่เคยมีคำสั่งให้ทุกสถานีออกตรวจตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตีห้า
ที่น้องบอกว่าให้กำลังใจลูกน้องได้ทุกเวลา ผมเห็นด้วยครับ ประโยชน์ของการตรวจสัมพันธ์คือหัวหน้าได้พบคนที่กำลังเข้าเวร เห็นสภาพการทำงานจริง และรู้ว่าจะช่วยเขาตรงไหน การที่ผู้บังคับบัญชาระดับสารวัตรขึ้นไปลงพื้นที่ในช่วงเวลาเกิดเหตุบ่อยครั้ง ยังช่วยเสริมการป้องกันเหตุและสนับสนุนสายตรวจเมื่อมีเหตุจำเป็นด้วยครับ
และจากรายงานผลการออกตรวจคืนวันที่ 5 ต่อเช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน ผมเห็นว่าผู้บังคับบัญชาบางแห่งออกไปพบสายตรวจหลังเที่ยงคืน ผมจึงส่งข้อความชื่นชมและให้กำลังใจครับ ส่วนห้วงเวลาที่ระบุในข้อความ เป็นช่วงที่ระบบรวบรวมผล ไม่ใช่กรอบเวลาที่กำหนดให้ทุกสถานีปฏิบัติ
สำหรับผู้บังคับบัญชาระดับสารวัตรขึ้นไป ในการตรวจสัมพันธ์ (ไม่มีฟังก์ชันนี้ให้บันทึกในระบบ 4.0) ผมไม่ได้กำหนดวงรอบตายตัว โดยให้พิจารณาตามภารกิจและสภาพพื้นที่ ส่วนเวรอำนวยการที่ออกตรวจ แล้วรายงานการตรวจสัมพันธ์เพียงหนึ่งจุด ก็ถือว่าผ่านตัวชี้วัดเรื่องนี้แล้วครับ
ขอให้ผู้บังคับบัญชาโดยเฉพาะในระดับสถานีตำรวจ ต้องอ่านหนังสือสั่งการทุกเรื่องให้ครบถ้วน และช่วยชี้แจงกำลังพลให้เข้าใจตรงกัน หากพื้นที่ใดได้รับการถ่ายทอดต่างจากนี้ ส่งรายละเอียดมาสอบถามได้ครับ จะได้ตรวจสอบและชี้แจงให้ตรงจุด

3. ต้องตั้งจุดตรวจหรือปิดล้อมตรวจค้นทุกวันเสาร์–อาทิตย์หรือไม่
ผมไม่ได้กำหนดให้ทุกสถานีตั้งจุดตรวจหรือปิดล้อมตรวจค้นทุกวันเสาร์–อาทิตย์ครับ งานตำรวจย่อมมีบ้างที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในวันหยุด เพราะอาชญากรรมเกิดได้ทุกวันทุกเวลา พวกเรามักพูดกันว่า “ตำรวจเป็นตำรวจ 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์” ประโยคนี้ยังหมายถึงหน่วยต้องจัดเวรหมุนเวียนให้มีคนพร้อมดูแลประชาชนทุกช่วงเวลา และแน่นอนครับต้องให้มีเวลาพักผ่อนที่เหมาะสมด้วย
4. แล้วเรื่องคืนเวลาให้ตำรวจล่ะ
สิ่งที่ผมกำชับอยู่ในกรอบการบริหารงานป้องกันปราบปรามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ปฏิบัติในช่วงเข้าเวรเป็นหลัก และตามหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชางานป้องกันปราบปรามตั้งแต่ระดับสารวัตรขึ้นไป ซึ่งมีหน้าที่จัดงาน ดูแลกำลังพล กำกับดูแล และลงไปสนับสนุนผู้ปฏิบัติ
การปฏิบัติงานของระดับสารวัตรต้องดูจากตารางงานจริงครับ ถ้าคนหนึ่งมีภารกิจเช้าต้องไปประชุมหรือทำภารกิจอื่น ท่านก็อาจจะเลือกตรวจเวลาที่เหมาะสมไม่ดึกเกินไป หรืองดการปฏิบัติ(ซึ่งในทางปฏิบัติจริงทุกท่านก็บริหารเวลาตัวเองในลักษณะนี้อยู่แล้ว)
ผมอยากให้งานป้องกันปราบปรามเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน และอยากให้พี่น้องตำรวจมีแรงทำงานนี้ได้ในระยะยาว ถ้าสิ่งที่ผมสื่อสารยังไม่ชัด ผมมีหน้าที่อธิบาย ถ้าแผนที่วางไว้ติดข้อจำกัดหน้างาน ขอให้ส่งตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงมาได้ครับ ทั้งเรื่องระบบ การจัดเวร กำลังพล หรือปัญหาอื่นๆ จะได้แก้กันตรงจุด
ขอบคุณพี่น้องตำรวจทุกนายที่ตั้งใจทำหน้าที่ดูแลประชาชนในทุกผลัดครับ
“จริง เร็ว ชัด มีระบบ เพื่อประชาชน”
















