คอลัมนิสต์

คาดเชือก เทียบข้อกฎหมาย ‘แก้ว โหนฯ’ รอดยาก !!


25 มกราคม 2026, 22:42 น.

 

‘แก้ว โหนฯ’ รอดยาก

 

5 จุดตายที่ใช้พิสูจน์ “สมยอม” หรือ “ถูกล่วง ละเมิด”?! ในคดีเกี่ยวกับเพศที่เป็นเรื่องระหว่างคนสองคน

 

โดยเฉพาะเมื่อคู่กรณีเป็นผู้ใหญ่ทั้งคู่

 

มักเกิดคำถามว่า “เขาพูดไม่ตรงกัน แล้วศาลจะเชื่อใคร?”

 

คำตอบคือ กระบวนการยุติธรรมไม่ได้ดูแค่ “คำสาบาน” หรือ “น้ำตา” แต่ใช้วิธีการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานแบบ “จิ๊กซอว์” เพื่อดูภาพรวมว่าเหตุการณ์นั้นคือ ความยินยอม (Consent) หรือ การข่มขืนใจ โดยดูจาก ปัจจัยหลักดังนี้:

 

1. ความสัมพันธ์และการสนทนา “ก่อน” เกิดเหตุ (Pre-event Conduct) ​นี่คือจุดแรกที่พนักงานสอบสวนจะแกะรอยจาก Digital Footprint

 

สิ่งที่ดู

 

ประวัติแชทไลน์

 

Facebook

 

บันทึกการโทร

 

เกณฑ์พิจารณา: ถ้ามีการพูดคุยเชิงชู้สาว จีบกัน หยอกล้อกันมาตลอด หรือมีการตกลงนัดแนะไปในที่รโหฐาน จะถูกนำมาชั่งน้ำหนักว่าอาจจะมีแนวโน้มยินยอม

 

แต่ยังไม่ตัดสินชี้ขาด !!   

 

ถ้าความสัมพันธ์เป็นเรื่องงานล้วนๆ หรือฝ่ายหนึ่งปฏิเสธมาตลอดแต่ถูกตื๊อ หรือเพิ่งรู้จักกันในระยะสั้นมาก น้ำหนักความน่าเชื่อถือเรื่อง “ความรักใคร่ชอบพอ” จะลดลงทันที

 

2. พฤติการณ์ “ขณะ” เกิดเหตุและสภาพแวดล้อม (Circumstantial Evidence)

 

เมื่อไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ กฎหมายจะดูจากสภาพแวดล้อมและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

 

สิ่งที่ดู: ร่องรอยบาดแผล, สภาพเสื้อผ้า, เสียงบันทึก (ถ้ามี), กล้องหน้ารถ

 

เกณฑ์พิจารณา : ร่องรอยการต่อสู้ แผลฟกช้ำ เสื้อผ้าขาด เป็นหลักฐานชัดเจนที่สุดของการ “ไม่ยินยอม”

 

หากไม่มีแผล ไม่ได้แปลว่ายอมเสมอไป กฎหมายจะดูว่าผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ “ขัดขืนไม่ได้” หรือไม่ เช่น เมาขาดสติ (ดูผลตรวจเลือด), ถูกมอมยา, หรืออยู่ในที่ลับตาคนที่มีอาวุธข่มขู่

 

3. พฤติกรรม “หลัง” เกิดเหตุทันที (Post-event Behavior) ​ภาษากายและการกระทำหลังเกิดเหตุ คือสิ่งที่โกหกได้ยากที่สุดจุดหนึ่ง

 

สิ่งที่ดู: ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดถัดไป, การเดิน, สีหน้าท่าทาง

 

เกณฑ์พิจารณา: หากเดินจูงมือ กอดคอ หรือไปทานข้าวต่อด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใสตามปกติ จะเป็นข้อพิรุธที่ฝั่งจำเลยใช้ต่อสู้ว่า “สมยอม”

 

​หากมีอาการร้องไห้, วิ่งหนี, หวาดกลัว, เดินทิ้งระยะห่าง หรือพยายามขอความช่วยเหลือ จะเป็นหลักฐานสนับสนุนว่า “ไม่ยินยอม”

 

4. พยานบอกเล่าในระยะกระชั้นชิด (Fresh Complaint) ตามปกติศาลมักไม่ฟังพยานบอกเล่า (คนที่ฟังเขามาอีกที) แต่มีข้อยกเว้นสำคัญคือ “คำบอกกล่าวทันทีหลังเกิดเหตุ”

 

สิ่งที่ดู: ผู้เสียหายโทรหาใครคนแรก?เล่าให้ใครฟัง?  และเล่า “เมื่อไหร่”?

 

เกณฑ์พิจารณา: หากโทรฟ้องเพื่อน ฟ้องพ่อแม่ หรือแจ้งตำรวจ “ทันที” หรือในเวลาที่ใกล้เคียงมาก ขณะที่ยังตื่นตระหนกตกใจ คำให้การนี้จะมีน้ำหนักสูงมาก (เพราะไม่มีเวลาแต่งเรื่อง)

 

หากผ่านไปหลายวันหรือหลายเดือนค่อยมาเล่าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร น้ำหนักความน่าเชื่อถืออาจลดลง (เว้นแต่จะมีเหตุผลเรื่องความกลัวอิทธิพลมารองรับ)

 

5. ความสมเหตุสมผลของคำให้การ (Consistency)นี่คือไม้ตายของอัยการและศาลในการจับพิรุธ

 

สิ่งที่ดู: คำให้การในชั้นสอบสวน vs ชั้นศาล ตรงกันหรือไม่?!

 

เกณฑ์พิจารณา: ความจริงคือความจริง ผู้เสียหายที่พูดความจริง รายละเอียดหลักๆ (เช่น สถานที่, การกระทำ) จะต้องตรงกันเสมอ แม้เวลาจะผ่านไป

 

หากรายละเอียดขัดแย้งกับหลักฐานวิทยาศาสตร์ เช่น บอกว่าถูกกระทำในรถเวลานี้ แต่ GPS รถวิ่งอยู่อีกที่ หรือคำพูดกลับไปกลับมา จะทำให้พยานปากนั้นขาดความน่าเชื่อถือทันที

 

บทสรุป

ในทางกฎหมาย “ความยินยอม” ไม่ได้ดูแค่คำพูดว่า “ยอม/ไม่ยอม” แต่ดูที่ “การกระทำและเจตนาที่แสดงออก” ตลอดทั้งเหตุการณ์ ตั้งแต่ต้นจนจบ หากหลักฐานทั้ง 5 ข้อนี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า “ไม่สมัครใจ” ต่อให้อีกฝ่ายปฏิเสธ ก็ยากที่จะรอดพ้นจากกระบวนการยุติธรรม

 

ในส่วนผู้เสียหายรายนี้อายุ 18 ปี ยังไง?! ทนายดัง ‘แก้ว โหนฯ’

 

รอดยาก !!

 

อิทธิเดช ลุย.

คอลัมน์คาดเชือก

ป้ายกำกับ: 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด