การเมือง

ยังจำได้ไหม? “ไฮเปอร์ลูป” รถไฟความเร็วสูงที่โลกยังไม่กล้านั่ง


2 กุมภาพันธ์ 2026, 11:38 น.

 

ยังจำได้ไหม? “ไฮเปอร์ลูป” 

รถไฟความเร็วสูงที่โลกยังไม่กล้านั่ง

 

 

ยังจำกันได้ไหม? เมื่อราว 5–6 ปีก่อน คำว่า “ไฮเปอร์ลูป (Hyperloop)” ดังสนั่นทั่วไทย ถึงขั้นมีคนพูดว่า “ไม่ต้องสร้างรถไฟความเร็วสูงแล้ว ใช้ไฮเปอร์ลูปทีเดียวจบ!”

 

คุยเสียใหญ่โตว่า ไฮเปอร์ลูปจะเปลี่ยนโลกการเดินทางของมนุษยชาติ แต่วันนี้… เงียบกริบ เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

 

แล้วเกิดอะไรขึ้นกับไฮเปอร์ลูป?

 

1. วิวัฒนาการรถไฟความเร็วสูง… “แบบที่ใช้งานได้จริง” กับ “แบบที่ยังอยู่ในฝัน”

 

รถไฟความเร็วสูงเริ่มต้นจาก “ชินคันเซ็น” ซึ่งคิดค้นโดยวิศวกรญี่ปุ่น เปิดใช้ครั้งแรกในโลกบนเส้นทางกรุงโตเกียว-โอซาก้า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2507 นี่คือเทคโนโลยีที่ “ไม่หวือหวา แต่เชื่อถือได้”

 

จากชินคันเซ็นตามด้วยแม็กเลฟหรือรถไฟความเร็วสูงแบบแรงแม่เหล็กยก (Magnetic Levitation หรือ Maglev) โดยใช้พลังงานแม่เหล็กยกรถไฟให้ลอยขึ้นเหนือรางและผลักให้วิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงโดยไม่มีการเสียดสีระหว่างล้อกับราง นี่คือเทคโนโลยีที่ “วิ่งไม่ใช้ล้อ บินไม่ใช้ปีก”

 

จนถึงวันนี้มีการนำแม็กเลฟมาใช้งานจริงเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น นั่นคือเส้นทางเชื่อมระหว่างสนามบินผู่ตง (สนามบินเซี่ยงไฮ้) กับย่านหลงหยางชานเมืองเซี่ยงไฮ้ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 430 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยเปิดใช้งานเมื่อปี 2547 เหตุที่แม็กเลฟไม่เป็นที่นิยมเพราะมีต้นทุนค่าก่อสร้างและค่าบำรุงรักษาสูงมาก

 

ต่อจากแม็กเลฟก็มาถึงไฮเปอร์ลูปหรือรถไฟความเร็วสูงวิ่งในท่อ คาดหวังว่าจะวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 1,200 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือเร็วกว่าเครื่องบินพาณิชย์ซึ่งมีความเร็วประมาณ 900 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไฮเปอร์ลูปเป็นการพัฒนาต่อยอดจากแม็กเลฟ พูดได้ว่าให้แม็กเลฟวิ่งในท่อแรงดันต่ำ (เกือบเป็นสุญญากาศ) ทำให้ไม่มีแรงเสียดทานที่ยานพาหนะซึ่งมีรูปร่างเหมือนแคปซูลทะยานไปข้างหน้าในท่อแรงดันต่ำได้ด้วยความเร็วสูง

 

2. แล้วไฮเปอร์ลูปหายไปไหน?

 

จนถึงวันนี้ทั่วโลกยังไม่มีไฮเปอร์ลูปที่เปิดให้ผู้โดยสารได้ใช้งานจริง เพราะติดปัญหาใหญ่หลายข้อ เช่น

(1) ต้นทุนค่าก่อสร้างและบำรุงรักษาสูง แต่กลับขนคนได้น้อยกว่ารถไฟความเร็วสูงทั่วไป

(2) ท่อไฮเปอร์ลูปอาจทรุดตัวไม่เท่ากัน ซึ่งจะทำให้ท่อร้าวหรือแตกหักได้ ถ้าอากาศไหลเข้าสู่ท่ออะไรจะเกิดขึ้น?

(3) หากมีแรงสั่นสะเทือนในท่อ จะมีผลต่อการทรงตัวของแคปซูลบรรทุกผู้โดยสารหรือไม่?

(4) ในกรณีมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น จะอพยพผู้โดยสารออกจากแคปซูลและจากท่อได้อย่างไร?

(5) ไม่มีห้องน้ำไว้ให้บริการ

(6) ผู้โดยสารไม่สามารถชมวิวทิวทัศน์ข้างทางได้

 

3. แล้วไทยควร “วางท่าที” กับไฮเปอร์ลูปอย่างไร?

 

บางคนมองว่า ถ้าไม่เริ่มติดตามหรือร่วมวิจัยตั้งแต่ตอนนี้ ไทยอาจตกขบวนเทคโนโลยีอนาคตเหมือนหลายอุตสาหกรรมที่ผ่านมา

 

อีกฝ่ายแย้งว่า ในเมื่อทั้งโลกยังไม่มีใครเปิดใช้งานจริง การเอาเงินภาษีไปผูกกับเทคโนโลยีที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ อาจเป็นความสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น

 

ทางสายกลางอาจเป็นไทยควรติดตามและเข้าร่วมการวิจัยในระดับองค์ความรู้ ส่งวิศวกรไปเรียนรู้ ทำ Sandbox ขนาดเล็กในเชิงทดลอง แต่ยังไม่ควรประกาศสร้างเชิงพาณิชย์

 

คำถามคือ แค่นี้พอแล้วหรือยัง หรือเราควร “กล้ากว่านี้” เพื่ออนาคต? 

 

แต่อย่าลืมว่าสุดท้ายแล้ว ประเทศไม่ได้ต้องการโครงการที่ “เร็วที่สุดในโลก” แต่ต้องการโครงการที่เหมาะสมและใช้งานได้จริง ไม่ทิ้งภาระไว้ให้คนรุ่นหลัง

 

4. สรุป

 

ในโลกอุดมคติไฮเปอร์ลูปคือเทคโนโลยีที่เร็ว เชื่อมเมืองได้ในพริบตาเดียว แต่ในโลกความจริงไฮเปอร์ลูปเป็นโครงการที่ยังไม่มีการใช้งานจริง ต้นทุนไม่ชัดเจน และยังมีอยู่ความเสี่ยงอยู่มาก

 

จึงเกิดคำถามว่า ไฮเปอร์ลูปควรถูกเก็บไว้ในห้องทดลอง หรือควรถูกผลักออกมาสู่แผนพัฒนาประเทศตั้งแต่วันนี้?

 

และอีกคำถามที่เลี่ยงไม่ได้คือ ถ้าวันหนึ่งมีพรรคการเมืองใดหยิบไฮเปอร์ลูปมาหาเสียง เราควรมองว่านี่คือ “วิสัยทัศน์ระยะยาว” หรือเป็นแค่ “โปรเจกต์ขายฝัน”?

 

คุณคิดอย่างไร? คอมเมนต์เชิงสร้างสรรค์ได้เต็มที่

 

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดการเมือง

เรื่องล่าสุด