<ห้วยราช 1>
ตอนที่ 1

ผมดำรงตำแหน่งเป็น รอง สวส., รองสว.จร., รอง สวป., รอง สว.ทพ. รวมเป็น รอง สว. 11 ปี จึงได้เป็น สว.
ตำแหน่งแรกคือ สวส.สภ.เมืองบุรีรัมย์
ภ.จว.บุรีรัมย์ มี รอง ผบก.เป็น หน.ภ.จว. 1 คน
ผกก. เป็น รอง หน.ภ.จว. 2 คน
สวญ. และ สว. เป็น หัวหน้าสภ.
เหมือนกันทุก ภ.จว.
ในการประชุมข้าราชการตำรวจ ภ.จว.บุรีรัมย์ ครั้งแรก ของผม หน.สภ. และ สว. งานต่าง ๆ ทุกคนมาประชุม
ผมได้เสนอขอเปลี่ยนสัญญาณเรียกขานตำรวจสายตรวจ จากคำว่า <พิทักษ์> เป็นชื่ออื่นแทน
สายตาทุกคู่มองมาที่ผมด้วยความรู้สึกหลากหลาย เพราะสัญญาณเรียกขานว่า <พิทักษ์> นี้ใช้กันมานานหลายปีแล้ว

ผมอธิบายว่า
<พิทักษ์> คือสัญญาณเรียกขานของ <ตร.> เช่น อ.ตร.สัญญาณเรียกขานว่า พิทักษ์ 1
ปรากฎว่าทุกคนถึงบางอ้อ เข้าใจ และเห็นชอบตามข้อเสนอ
ในที่สุด ที่ประชุมก็มีมติเปลี่ยนเป็น <อินทรี>
เพื่อให้เกียรติ พล.ต.ท.บุญทิน วงศ์รักมิตร ผบช.ภ.2 <ปัจจุบัน ภ.3> ฉายาท่านคือ <อินทรีอีสาน>

ผมเป็นสารวัตรใหม่ไฟแรง ทั้งรับแจ้งความร้องทุกข์และสืบสวนจับกุมด้วยตนเอง
เจอแจ็คพ็อต คดี <แชร์> หรือข้อหาแบบเป็นทางการว่า <การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน> ผู้ต้องหาชื่อนางโพะ
พฤติกรรมคือ รับฝากเงิน และรับฝากทองคำ
สมมติว่า ฝากเงินจำนวน 1,000 บาท หรือรับฝากทองคำ หนัก 1 บาท ภายใน 7 วัน จะได้เงินหรือทองคำเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว
เป็นแบบลักษณะแชร์ลูกโซ่ทั่วไป เอาเงินหรือทองของคนที่ลงทุนทีหลัง มาจ่ายคนที่ลงทุนก่อนนี้
นอกจากนั้น นางโพะ ยังตั้งตนเป็นหมอวิเศษ รักษาโรคได้ทุกโรค

จากการตรวจค้นและตรวจสอบทรัพย์สิน มีเงินสด เป็นธนบัตรรัฐบาลไทยชนิดต่าง ๆ อยู่ใต้ที่นอนนางโพะ ประมาณ 70,000 บาทเศษ
มีบัญชีเงินฝากธนาคารหลายแห่ง มีเงินหมุนเวียนจำนวนมากทุกบัญชี มีทั้งรถยนต์กะบะ และรถจักรยานยนต์ใหม่
ส่วนบ้านญาติ ๆ นางโพะ ก็เพิ่งซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่อีกบ้านละคันสองคัน
ที่สะดุดใจคือ พบแผ่นกระดาษ มีชื่อของข้าราชการนักกฎหมายใหญ่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ อยู่ในสมุดจดรายการของนางโพะ ด้วย
นางโพะถูกควบคุมตัวที่ห้องควบคุม สภ.เมืองบุรีรัมย์ มีกลุ่มมวลชน นัยว่ายังเชื่อถือนางโพะอยู่ ไปเฝ้าบริเวณหน้าโรงพัก กว่า 300 คน
จะเอานางโพะไปสอบสวนหรือพิมพ์มือ กลุ่มมวลชนก็จะแห่กันไปบนโรงพัก ทำให้สอบสวนไม่ได้ พิมพ์มือไม่ได้
ผมต้องใช้ยุทธวิธี ในคืนที่สอง เวลาประมาณ 03.00 น.เศษ ผมไปที่ สภ.เมือง กลุ่มมวลชนที่พากันเฝ้าหน้าโรงพัก หลับกันหมดแล้ว
ผมบอกสิบเวร ให้นำตัว นางโพะ ออกมาจากห้องควบคุมเงียบ ๆ พาขึ้นไปที่ห้องทำงานของผม ชั้นสอง ให้สิบเวรนั่งอยู่ด้วย ให้ยาม สภ. ทำหน้าที่แทนสิบเวรที่ชั้นล่าง
ผมสอบสวนนางโพะด้วยตนเอง ให้การรับสารภาพ มีรายละเอียดพร้อมพยานหลักฐานชัดเจน
วันต่อมา มีคนของนักการเมืองใหญ่ มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ถูกผู้ใหญ่กว่าใช้มา ติดต่อเพื่อจะขอประกันตัวนางโพะ
แต่ผมได้คัดค้าน ด้วยเหตุผลตามกฎหมาย และพูดด้วยว่า <ผู้เสียหายเป็นชาวบ้านยากจนหลายร้อยคน ทำไมไม่มีใครคิดช่วยเหลือดูแล กลับคิดแต่จะช่วยเหลือ ผู้ต้องหาที่หลอกลวงผู้อื่นเพียงคนเดียว>

ผู้มาติดต่อเหล่านั้น คงเห็นว่ายื่นประกันไปก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร พอรู้ว่าผมคัดค้าน และฟัง คำพูดผมก็ถอยกลับหมด ไม่มีใครยื่นประกันแต่อย่างใด
ผลหรือครับ
ผมถูก หน.ภ.จว.เรียกตัวไปพบและพูดว่า
<คุณใหญ่นักหรือ ? แน่มาจากไหน ? ถ้าไม่ให้ประกันก็เสนอขึ้นมา ผมเซ็นเอง>
จากนั้น ก็มีคนมายื่นขอประกันตัวนางโพะ อีก ผมยังมีความเห็นคัดค้านตามข้อกฎหมาย เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ก็สุดแท้แต่ดุลยพินิจของผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจ
ต่อมา สภาจังหวัดบุรีรัมย์ จัดการประชุม และบรรจุวาระหนึ่ง ให้ผมไปชี้แจงรายละเอียดเรื่องการจับกุมและสอบสวนนางโพะ

ก่อนถึงวาระของผม มีข้าราชการนักกฎหมายใหญ่ คนที่มีเบอร์โทรศัพท์ในแผ่นกระดาษในสมุดจดรายการของนางโพะ และนายตำรวจ คนสนิทของ หน.ภ.จว. เดินมานั่งข้างผม พากันกระซิบกระซาบว่า <สารวัตรใจเย็น ๆ นะ>
ผมตอบคำถามของสมาชิกสภาจังหวัด แบบตรงไปตรงมา แต่…ไม่ฟาดฟันใคร เพราะไม่ใช่นิสัย
คิดแต่เพียงว่า กรรมใดใครก่อ ก็รับไป
ผมมาทราบภายหลังว่า <นางโพะ> คือ <คนของหัวคะแนนใหญ่คนหนึ่ง>
ต่อมา มีข่าวลือหนาหูว่า จะมีการตั้ง กิ่ง อ. แห่งใหม่ และจะมีการตั้ง สภ.กิ่ง อ.
สารวัตรไอยศูรย์ จะโดนย้ายจาก สภ.เมือง ไปอยู่ที่ สภ.กิ่ง อ. แห่งใหม่นั้น
จบตอนที่ 1
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















