การเมือง

“วัชระ” ยื่นศาลภาษีอากรฯ ค้าน “ทักษิณ” เบรกยึดทรัพย์ 1.5 หมื่นล้าน แฉแผนประวิงคดีรอหมดอายุความ


15 ตุลาคม 2026, 18:10 น.

 

“วัชระ” ยื่นศาลภาษีอากรฯ ค้าน “ทักษิณ” เบรกยึดทรัพย์ 1.5 หมื่นล้าน แฉแผนประวิงคดีรอหมดอายุความ

 


“วัชระ เพชรทอง” ยื่นหนังสือถึงอธิบดีศาลภาษีอากรกลาง คัดค้านคำร้อง “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ขอคุ้มครองชั่วคราวระงับกรมสรรพากรยึดอายัดทรัพย์ 1.5 หมื่นล้าน จี้ศาลสั่งยกคำร้อง งัดคำพิพากษาศาลฎีกาแฉพฤติกรรมขาดคุณธรรมภาษี ซัดจงใจเตะถ่วงคดีรอหมดอายุความต้นปี 2570

 

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงอธิบดีศาลภาษีอากรกลาง ขอให้ศาลใช้ดุลพินิจยกคำร้องของนายทักษิณ ชินวัตร กรณีขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้กรมสรรพากรยึด อายัด และนำทรัพย์สินมูลค่า 15,883.9 ล้านบาทไปขายทอดตลาดเพื่อบังคับคดีภาษีอากร

 

สืบเนื่องจากศาลภาษีอากรกลางได้สั่งรับคำร้องของนายทักษิณเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา โดยนายทักษิณอ้างว่าการบังคับคดีของกรมสรรพากรซ้ำซ้อนกับการยึดทรัพย์ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง คดีหมายเลขแดงที่ อม. 1/2553 และศาลได้นัดไต่สวนคำร้องในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 รวมถึงนัดชี้สองสถานและสืบพยานในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569

 

นายวัชระชี้แจงในหนังสือคัดค้านว่า มูลความแห่งคดีทั้งสองกรณีเป็นคนละส่วนกัน คดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองเป็นผลจากการขัด พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 ส่วนคดีล่าสุดเป็นกรณีหนี้ภาษีอากรตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6890/2568 ซึ่งเกิดจากการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการขายหลักทรัพย์ โดยมีการนำเงินได้เข้ามาในประเทศและผู้มีภาระภาษีพำนักในไทยเกิน 183 วัน

 

นายวัชระระบุว่า การยื่นคำร้องของนายทักษิณเป็นการใช้สิทธิโดยมีเจตนามิชอบเพื่อประวิงคดี เนื่องจากคดีภาษีดังกล่าวจะขาดอายุความในช่วงต้นปี 2570 หากปล่อยให้กระบวนการล่าช้าและยังมีข้อโต้แย้ง กรมสรรพากรจะไม่สามารถนำคดีไปฟ้องล้มละลายได้ทัน ซึ่งจะทำให้นายทักษิณหลุดพ้นจากหนี้ภาษีอากรทั้งหมด

 

นอกจากนี้ นายวัชระยังอ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6890/2568 ซึ่งระบุพฤติการณ์ของนายทักษิณว่า มีการปกปิดการถือหุ้น บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่นส์ โดยให้บุคคลอื่นถือหุ้นแทนเพื่อเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง ศาลชี้ชัดว่าเป็นการกระทำที่ขาดคุณธรรมทางภาษี วางแผนทำธุรกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงการจัดเก็บภาษีของรัฐ ซึ่งเป็นธุรกรรมที่ไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจและมิชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรง ศาลจึงไม่มีเหตุให้งดหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแต่อย่างใด

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดการเมือง

เรื่องล่าสุด