คอลัมนิสต์

ผู้กองยอดรัก


25 มิถุนายน 2026, 18:43 น.

 

<ผู้กองยอดรัก>

 

 

ไม่ใช่นวนิยายขายดีที่คนอ่าน ยิ้มไปด้วยความสุข

 

ไม่ใช่หนังสนุกกุ๊กกิ๊กที่ทหารเกณฑ์หนุ่ม ไปหลงรักผู้กองสาวแสนสวย

 

แต่มันเป็นเรื่องเกิดขึ้นจริง ๆ ที่ผู้หญิงคนหนึ่งประทับใจผู้กองตำรวจ ผู้กองยอดรักของเธอ อย่างไม่รู้ลืม

 

ช่วงปี พ.ศ. 2530 พล.ต.ท.บุญทิน วงศ์รักมิตร ผบช.ภ.2 <ปัจจุบันคือ ภ.3> ได้ทำเรื่องถึง ตร. เอาผมย้ายจาก สน.พญาไท ไปอยู่ ผ.ทะเบียนพล ภ.2 เพื่อช่วยงานด้านการสอบสวน

 

 

ปี พ.ศ. 2531-2532 ย้ายไปเป็น รอง สวป.สภ.เมืองนครราชสีมา สวญ.ฯ ให้ทำหน้าที่ตรวจสำนวนการสอบสวนและเอกสารราชการ

 

ผมขอเข้าเวร หน.สายตรวจวันเสาร์หนึ่งวัน เพื่อให้สมกับตำแหน่งที่แต่งตั้ง พักวันอาทิตย์วันเดียว

 

ทุกครั้ง ก่อนที่จะออกเวรสายตรวจประมาณ 30 นาที ผมจะเรียกรวมพลและตั้งรูปขบวน ให้รถ จยย.นำหน้า รถยนต์สายตรวจอยู่ช่วงกลาง และปิดท้ายด้วย รถ จยย. เปิดไฟวับวาบ ไม่เปิดเสียงไซเรน วิ่งตามถนนสายหลักรอบเมืองบ้าง ในเมืองบ้าง โชว์ศักยภาพให้ชาวบ้านชาวเมืองได้เห็น เพื่อสร้างความอบอุ่นใจ

 

 

ผมนั่งรถยนต์สายตรวจด้านหน้าซ้ายมือพลขับ เปิดกระจกยิ้มให้ชาวบ้านชาวเมืองตลอดเส้นทาง

 

ช่วงแรก ๆ ชาวบ้านชาวเมืองตื่นตาตื่นใจกันใหญ่ คิดว่ามีเหตุอะไร ออกมายืนดูกันเป็นแถว

 

ในที่สุดก็กลายเป็นภาพแห่งความคุ้นเคย ชาวบ้านชาวเมืองส่งยิ้มกลับมา บางคนโบกมือให้ด้วย

 

วันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่หน้าห้อง สวญ.ฯ มีผู้หญิงสาววัยประมาณยี่สิบปีปลาย ๆ ไม่เกินสามสิบปี มายืนร้องเพลงเสียงเจื้อยแจ้วอยู่หน้า สภ.เมืองฯ มีคนยืนมองดูอยู่กลุ่มใหญ่ รวมทั้งตำรวจด้วย

 

ผมบอกให้นายสิบตำรวจเวรไปบอกให้เธอไปร้องที่อื่น เธอเดินออกจากหน้า สภ.เมืองฯ ไป สักครู่หนึ่งก็เดินกลับมาใหม่ ร้องเพลงอีก กลุ่มคนที่ยืนดูพากันยิ้มชอบใจ

 

ผมบอกนายสิบตำรวจเวรอีกครั้ง ให้ไปบอกเธอไปร้องที่อื่น เธอก็เดินออกจากหน้า สภ.เมืองฯ ไป แล้วก็ย้อนกลับมายืนร้องเพลงที่เดิมอีกครั้ง

 

 

ผมตำหนินายสิบตำรวจเวรว่า

 

<เรื่องแค่นี้ก็ทำไม่ได้>

 

ผมลุกจากที่นั่งหน้าห้อง สวญ.ฯ ไปบอกหญิงนักร้องด้วยตัวเอง

 

<คุณ ที่นี่คือโรงพักตำรวจ ไม่ใช่ที่ร้องเพลง ถ้าอยากร้อง ก็ไปร้องที่อื่นนะ>

 

ได้ผล เธอหยุดร้องเพลง แต่มองหน้าผมแบบพินิจพิจารณา มุมปากปรากฎรอยยิ้มน้อย ๆ และเธอได้พูดขึ้นว่า

 

 

<ผู้กองจ๊ะ ผู้กองจ๋า ผู้กองยอดรัก จำได้มั้ย ครั้งหนึ่งที่พญาไท>

 

หัวใจผมตกวูบ ตกใจกับคำพูดของเธอ คิดไม่ออกบอกไม่ถูกว่า อะไรคือ ครั้งหนึ่งที่พญาไท

 

แล้วทำไมเธอถึงรู้ว่า ผมเคยอยู่ สน.พญาไท

 

สายตานายสิบตำรวจเวร และตำรวจนายอื่น ๆ ที่มายืนดูเหตุการณ์ มองมาที่ผมด้วยความสงสัย

 

สายตาสื่อมวลชนกลุ่มใญ่มองมาที่ผม ด้วยความอยากรู้

 

สายตาคนที่มุงดู ต่างมองมาที่ผม

 

ผมจำไม่ได้ว่า ผมมองใคร แต่จำความรู้สึกได้ว่า เคว้งคว้าง เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

 

หญิงสาวคนนั้น ยังคงมองหน้าผม อีกอึดใจหนึ่ง เธอก็พูดอีกว่า

 

<ฉันเคยตกรถ ฉันไปที่โรงพักพญาไทเพื่อขอให้ตำรวจช่วย

 

ตำรวจพาฉันไปเจอผู้กอง ผู้กองยังให้ฉันไปกินข้าวแกงข้างโรงพัก ให้เงินฉันอีกร้อยหนึ่ง แล้วให้ตำรวจเอาฉันไปส่งขึ้นรถที่หมอชิต ฉันยังจำได้>

 

สายตาทุกคน ทุกคู่ ที่เคยมองผมด้วยความรู้สึกสงสัยต่าง ๆ ได้แปรเปลี่ยนไป เป็นสายตาแห่งความชื่นชม

 

ผมยิ้มออก และพูดกับหญิงสาวคนนั้นว่า

 

<ขอบใจมากที่ยังจำกันได้ กลับบ้านนะ เดี๋ยวคนทางบ้านจะเป็นห่วง จะให้รถยนต์สายตรวจไปส่งนะ>

 

เธอยิ้มและพูดเบา ๆ พอได้ยินว่า

 

<ขอบคุณค่ะ>

 

แล้วเธอก็เดินออกจากหน้าโรงพักไป

 

ผมให้ตำรวจสายตรวจไปบอกเธอว่า

 

<ตำรวจจะเอารถไปส่ง>

 

แต่เธอบอกว่า

 

<จะกลับเอง>

 

ผมมองตามเงาหลังของเธอไป ด้วยความรู้สึกปิติอย่างพิสดาร

 

คิดในใจว่า เธอคงมีปัญหาทางจิต คงถูกคนรังเกียจ คงถูกคนดูถูกเหยียดหยาม

 

แต่ก็ยังมีสติระลึกได้ในบางส่วน โดยเฉพาะในส่วนที่ คนที่ทำดีกับเธอ คนที่มีน้ำใจกับเธอ เธอไม่เคยลืม

 

เหมือนเรื่องเก่าที่ สน.พญาไท แต่เป็นเรื่องใหม่ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เรื่องนี้ที่เธอไม่เคยลืม

 

 

<หมายเหตุ>

คำว่า <ตกรถ> เป็นภาษาพูดของคนโคราช คนภาคอีสานบางจังหวัด หมายถึง ไม่มีเงินค่ารถโดยสาร

 

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด