คอลัมนิสต์

เลือดตำรวจ


24 กรกฎาคม 2026, 10:04 น.

เลือดตำรวจ

 

<เลือดตำรวจ>

 

 

<เลือด> นอกจากจะหล่อเลี้ยงร่างกายตนเองแล้ว ยังใช้ช่วยชีวิตคนอื่นได้อีกด้วย

 

คืนวันหนึ่งของปี พ.ศ. 2522 ที่ สน.ยานนาวา บก.น.ใต้ บช.น.

 

ผมมียศ ร.ต.ต. ตำแหน่ง รองสวส.ฯ ปฏิบัติหน้าที่เป็นนายร้อยตำรวจเวรสอบสวนคดีอาญา

 

เวลาประมาณสองทุ่มเศษ มีเหตุพยายามฆ่าที่ตรอกโรงน้ำแข็ง คนเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด ส่งไป รพ.เลิศสิน

 

 

ต่อมาอีกสักพักใหญ่ก็มีเหตุรถชนกันที่หน้าตลาดบางรัก มีคนได้รับบาดเจ็บสาหัสหนึ่งคน ถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.เลิศสินเช่นกัน

 

หมอ รพ.เลิศสิน คนหนึ่งได้โทรศัพท์มาที่ สน.ยานนาวา ขอพูดกับนายร้อยตำรวจเวร ผมจึงรับสาย

 

หมอพูดว่า

 

<ต้องผ่าตัดคนเจ็บทั้งสองคน ที่ถูกยิงและที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ รพ. ขาดเลือดสำรอง จึงขอรับการบริจาคด่วนที่สุดจากตำรวจ>

 

ผมคุยกับหมอเสร็จ วางสายโทรศัพท์ รีบวิทยุขอความร่วมมือไปยังตำรวจทุกนายใน สน.ยานนาวา รวมทั้ง สน. ต่าง ๆ แต่ไม่มีการตอบสนอง

 

 

คืนนั้น ช่วงเวลานั้น ฝนตกพรำ ๆ ผมตัดสินใจ ขี่รถจักรยานยนต์ส่วนตัว ฝ่าสายฝน ไปที่ รพ.เลิศสิน เสื้อผ้าเครื่องแบบเปียกปอน จนรู้สึกหนาว

 

ขอพบหมอที่โทรศัพท์ไปขอความร่วมมือบริจาคเลือด

 

ผมบอกหมอว่า

 

<ผมเลือดกรุ๊ปโอ มาขอบริจาคเลือดช่วยคนเจ็บ ผมวิทยุไปแล้ว เงียบครับ>

 

หมอยิ้มเล็กน้อย สั่งพยาบาลให้พาผมไปที่ห้องบริจาคโลหิต

 

ขณะที่กำลังบริจาคเลือด เลือดไหลตามสายยางลงสู่ถุงพลาสติกที่รองรับ

 

พยาบาลบอกว่า

 

<เลือดดี ไหลแรง ขอ 400 ซีซีนะคะ>

 

ผมยิ้ม ตอบว่า

 

<ได้ครับ>

 

เมื่อบริจาคเลือดเสร็จ พยาบาลให้ผมนั่งพักและดื่มโอวัลติน พร้อมกินขนมนิดหน่อย

 

สักครู่หนึ่งผมก็ขอตัวกลับ สน. ยานนาวา เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ

 

 

ก่อนออกเวรเที่ยงคืนคืนนั้น หมอที่โทรศัพท์มาขอรับการบริจาคเลือด และเป็นผู้ผ่าตัดผู้บาดเจ็บจากการถูกยิงและรถชนกัน ได้โทรศัพท์มาที่ สน.ยานนาวา ขอพูดกับผม โดยบอกว่า

 

<ขอบคุณนะครับที่มาบริจาคเลือดช่วยผู้บาดเจ็บ เลือดที่ให้มา ได้แบ่งให้ผู้บาดเจ็บคนละครึ่ง สามารถยืดอายุผู้บาดเจ็บได้ประมาณคนละหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้ตายหมดแล้วครับ>

 

พอฟังเสร็จ ผมอึ้งไปสักครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดกับหมอว่า

 

<ขอบคุณหมอเช่นกันครับ>

 

 

ผมบริจาคเลือด ตั้งแต่เป็น นรต. ปี 1 เรื่อยมา จนปัจจุบัน โดยบริจาคให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานกาชาดอีกหลายสิบครั้ง แล้วแต่โอกาสเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์

 

ผมได้รับเข็มผู้บริจาคโลหิตฯ พระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ

 

ผมภูมิใจกับอุดมคติตำรวจ ข้อที่ 2 <กรุณาปรานีต่อประชาชน>

 

ข้อที่ 6 <มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน>

 

ดังนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2544 ขณะที่เป็น ผกก.รร.ภ.9 ยะลา

 

นอกจากบริจาคเลือดแล้ว ผมยังได้บริจาคดวงตาของผม บริจาคร่างกายของผม ให้กับสภากาชาดไทย เพื่อเป็น<ครูใหญ่>ด้วยความภาคภูมิใจ

 

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด