ภาพเก่าเล่าอดีต

เข้าป่า แล้วล้อมเมืองของนักรบแดนไพร


14 สิงหาคม 2026, 9:45 น.

 

บุคลิกที่นุ่มนวล ลีลาการพูดอ่อนโยน ขัดกับบทบาทในอดีตที่เคยเร่าร้อนรุนแรงคราเข้าป่าแล้วล้อมเมือง!

 

 

สหายชำนิ ศักดิเศรษฐ หนึ่งในหลายเสือเมืองคอน พรรคประชาธิปัตย์ผู้มีที่มาโลดโผนไม่เหมือนใคร เพราะขนาดชื่อของเขาเคยปรากฎเป็นตัวแดงหราอยู่ในแฟ้ม “ลับ” ปกปิด ของบันทึกฝ่ายข่าวกรองแห่งชาติกองทัพภาคที่ 4 มาแล้ว

 

เขาเคยยืนอยู่ตรงข้ามกับฝ่ายรัฐบาลมีแนวคิด “ประชาธิปไตย” รุนแรงเอาการเป็น ส.ส.จังหวัด นครศรีธรรมราช ครั้งแรกปี พ.ศ.2518 สังกัดสีเสื้อพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย เข้าไปทำหน้าที่ในรัฐสภาไม่ทันไรมีเหตุยุบสภาฯ และเกิดประวัติศาสตร์ วันที่ 6 ตุลามหาโหดขึ้น

 

คนนักเลงประชาธิปไตยอย่างเขาต้องระเห็จ ออกไปฟังเสียงนกเสียงกาในป่าใหญ่อยู่พักหนึ่ง!

 

เมื่อสัญญาณแห่งการเลือกตั้งทั่วไปสาดส่องเข้ามาขุนพล “ชำนิ” สามารถแหกด่านนำลูกทีมเข้าสภาได้ทั้งหมด ในเขต 3 จังหวัดนครศรีธรรมราชชูธงในนามพรรคพลังธรรม

 

ตั้งแต่นั้นเป็นดาวสภาที่จรัสแสงมาตลอด

 

 

เขากล่าวว่า “ผมกลับเข้ามาทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนพี่น้องอีกครั้งหนึ่งเพื่อทวงสิทธิอันชอบธรรมกลับคืนมา”

 

ชำนิ ศักดิเศรษฐ เกิดเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2490 เคยเป็นรองเลขาธิการพรรคเอกภาพ โฆษกคณะกรรมาธิการปกครอง รองโฆษกรัฐบาล ขณะนี้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 2 ดูแลรับผิดชอบ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, กรมการพัฒนาชุมชน.

 

การประปานครหลวง, กรมการปกครอง ในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น, ติดตามผลการปฏิบัติงานตามนโยบายของ รมว.มท.ในส่วนรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในความดูแลของ รมว.มท.

 

เล่ากันว่ายุคสมัยที่ท่าน มท.2 ระเห็จเข้าบำเข้าดง หลังจากเป็นนักกิจกรรมมหาวิทยาลัยรามคำแหงรุ่นแรก

 

 

จากการสะกดรอยทราบว่าได้เดินทางไปยัง 3 จังหวัดภาคเหนือ เขตงานจังหวัดน่าน, แพร่และเพชรบูรณ์ รวมทั้งรอยต่อของ “เขาค้อ” ซึ่งมีบรรดาสหายร่วมแนวทางรอคอยอยู่ก่อนแล้ว

 

เพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่กอดคอกลางไพรมีหลายคนเช่นเทิดภูมิ ใจดี, อาคม สุวรรณนพ, สมพงศ์ สระกวี, วิรัตน์ศักดิ์ จิริภาพพงศ์, ก้องเกียรติ คงคา, วิสา คัญทัพ, เสกสรรค์ ประเสริฐกุล, สมานเลือดวงศ์หัด..ฯลฯ…

ทั้งหมดแยกย้ายกันสมบุกสมบันอยู่กลางดงนับเวลาเป็นปี

สมัยที่ตัดสินใจคืนกลับสู่เมือง เพื่อเข้ามาต่อสู้ตามแนวทางประชาธิปไตยในสภานั้นมีขั้นตอนลึกลับซับซ้อนเหมือนหนังเจมส์บอนด์ เพราะสายงานวางแผนให้มีรถรับส่งเป็นทอดๆ

 

มีการปลอมตัว เปลี่ยนซื่อจัดตั้งกันเรียบร้อย

 

 

เย็นวันหนึ่งสายงานจัดตั้งกำหนดให้สหายชำนิ ชุ่มรออยู่ที่ท้ายหมู่บ้านเสรี หัวหมาก ยามโพล้เพล้สลัว ๆ รถเก๋งคันงาม ขับปราดไปจอดรออยู่ “สหายชำนิ” หันซ้ายแลขวาก่อนก้าวพรวดขึ้นไปนั่งบนรถอย่างมั่นใจ

 

ที่เบาะหลังปรากฏมีสุภาพบุรุษผมยาวใส่แว่นดำนั่งสงวนท่าทีเงียบเชียบอยู่ก่อนแล้ว

 

รถแล่นไปหลายก็โลเมตรบรรยากาศเงียบสงบต่างคนไม่จำนรรจาซึ่งกันและกันเพราะสายจัดตั้งกำชับห้ามทักกันเด็ดขาด

 

“สหายชำนิ” เหลือบมองกระจกหน้าหลายครั้งกระทั่งอดรนทนไม่ไหวค่อย ๆ ชะโงกหน้าหันไปกระซิบข้างหูสุภาพบุรุษผู้นั้นเบา ๆ ว่า

 

“ถึงเอ็งจะใส่วิก…ใส่แว่นดำ แต่กู จำสิวเม็ดเบ้อเริ่มของเอ็งได้ว่ะ”

 

สุภาพบุรุษคนดังกล่าวขมวดคิ้ว…สยายยิ้มเล็กน้อย ก่อนถอดแว่นถอดวิกออก…

 

ฮ่วย!! กลายเป็น มท.5 “สหายพินิจ จารุสมบัติ” (ฮา)

 

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดภาพเก่าเล่าอดีต

เรื่องล่าสุด