<ศปก.ตร.สน.>
วันที่ 17 ตุลาคม 2569
วันครบรอบ 28 ปี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
วันครบรอบ 25 ปี อาคาร 6 ชั้น ศฝร.ภ.9 จ.ยะลา
ขออนุญาตเล่าความหลัง ในชื่อเรื่อง
<กว่าจะมาเป็น ศปก.ตร.สน.>

ตอนที่ 1
<ลุยงานผ่านใจ>
วันที่ 10 กรกฎาคม 2544 ผมได้รับการแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งเป็น ผกก.รร.ภ.9 จ.ยะลา
<รร.ภ. โรงเรียนตำรวจภูธร ต่อมาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ศฝร.ภ. ศูนย์ฝึกอบรมโรงเรียนตำรวจภูธร>
เพื่อไปวางแผนก่อสร้างต่อเติมอาคาร 6 ชั้น ที่ผู้รับเหมาทิ้งงานไปปีเศษ ใช้งบประมาณไปแล้ว 75 ล้านบาท คงเหลือ 17.5 ล้านบาท และต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2544 เพราะครบกำหนดขยายเวลากรอบงบประมาณไปแล้ว ถ้าทำไม่ได้ ทำไม่เสร็จ ต้องส่งงบประมาณส่วนที่เหลือ กลับคืน
ผมรีบหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการจัดซื้อ การจัดจ้าง การประมูล และการใช้งบประมาณ ที่ถูกต้องตามกฎระเบียบจาก สว.การเงิน บช.ศ.,บช.สกบ. และกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณจนมีความมั่นใจในการปฏิบัติ จึงประสานงานกับนายกิตติ กิตติโชควัฒนา ผวจ.ยะลา ในฐานะ หน.ส่วนราชการส่วนภูมิภาค

ผวจ.หัวเราะบอกว่า <เหลือเวลาแค่สองเดือนเศษ จะทำทันหรือ>
ผมตอบยืนยันว่า<ทันครับ โดยจะขอให้ผู้ที่ประมูลงานได้ เอาอุปกรณ์เครื่องมือ และช่างทุกคน ทุกสาขา มาระดมงาน ส่วนผมพร้อมให้ตำรวจในหน่วยเป็นลูกมือตามถนัดแต่ละคน แบบร่วมด้วยช่วยกัน>
ผวจ.เห็นความมุ่งมั่นของผม จึงจัดให้มีการประมูลงานตามระบบราชการ
ผู้ประมูลงานได้เอาวัสดุอุปกรณ์ พร้อมช่าง และแรงงาน มาตามที่ผมบอกไป โดยมีตำรวจหลายนาย ทั้งชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวน ช่วยทำด้วยความตั้งใจ เร่งทำทั้งกลางวันกลางคืน จนกระทั่งโครงสร้างต่าง ๆ ของตัวอาคารเรียบร้อย

ขั้นตอนต่อไป เป็นการติดตั้งระบบอุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การทำงานที่ต้องใช้ไฟฟ้า ผมเดินตรวจดูสภาพสายไฟฟ้าในตัวอาคารทั้ง 6 ชั้น ซึ่งมีการติดตั้ง มีการรับมอบ ส่งมอบ ไปเรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้
สายไฟบางจุดเก่า บางจุดชำรุด จึงติดต่อไปที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ยะลา ขอเจ้าหน้าที่มาช่วยตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้ ผลการตรวจ พบเห็นอะไรที่มัน สุด ๆ จริง ๆ ขอสรุปให้ฟังสัก 3-4 ข้อ
1. สายไฟฟ้าทั้ง 6 ชั้น ไม่ได้มาตรฐาน ถ้าติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ แล้วเปิดใช้งานพร้อม ๆ กันแค่ชั้นเดียว ไฟช็อต อุปกรณ์พังแน่
2. สายไฟแรงต่ำ เส้นใหญ่จากหม้อแปลงไฟฟ้า ไม่ได้มาตรฐาน
ตาม 1-2 ผมขอความอนุเคราะห์จากผู้รับเหมาให้ดำเนินการให้นอกเหนือจากสัญญา
ผู้รับเหมามองหน้าผม ยิ้มๆ และพูดว่า<ไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท นะครับ>
ผมบอกว่า<ทำเถอะครับ ถ้าไม่ขาดทุน ขอบคุณครับ>
ผู้รับเหมามองหน้าผมแบบสบตา แล้วพูดเปรยเบา ๆ พอได้ยินว่า<จะไม่เหลือนะครับ>
ผมพูดดัง ๆ ทันที <ทำเลยครับ>
3. เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าบอกว่า <เสาไฟฟ้าหล่อปูนซีเมนต์ทุกต้น จะตอกตัวเลข ตัวอักษร เป็นร่องลึกลงไป เป็นรหัส มองด้วยตาเปล่าเห็นชัดเจน แต่ที่เห็น กลับมีปูนซีเมนต์โบกทับอยู่จึงลองกะเทาะปูนออกก็เห็นตัวเลขและตัวอักษร>
เจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามองหน้าผม ทำท่าครุ่นคิด เหมือนกำลังไตร่ตรอง แล้วพูดว่า
<มันเป็นชุดของเสาไฟฟ้า ที่กำลังตรวจสอบว่าอยู่ที่ไหน>
ผมรีบพูดขอร้องทันทีไม่งั้นเรื่องคงยาว และต้องมีคนรับผิดชอบแน่ ที่สำคัญ งานจะเสร็จไม่ทันตามกำหนดเวลา

แค่ 3 เรื่องที่ตรวจสอบ ก็หนักหนาแล้ว แต่ยังไม่จบ เอาอีกสักข้อที่สำคัญไม่แพ้กัน
4. กล่องควบคุมระบบลิฟท์หายไป ถึงแม้เดินไฟได้ ลิฟท์ก็ใช้การไม่ได้
ผมรีบตรวจสอบข้อมูลบริษัทที่ติดตั้งลิฟท์ และโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลกับ รร.ภ.1-8 และ รร.น. ปรากฏว่าเป็นบริษัทเดียวกัน
ตั้งสติ โทรศัพท์ประสานงานไปที่บริษัทเจ้าของลิฟท์ใน กทม. อธิบายเรื่องกล่องควบคุมระบบลิฟท์หายไป อยากได้กล่องใหม่ไปติดตั้ง
คำตอบของบริษัทฯ <อะไหล่ที่บริษัทฯ ไม่มี ถ้าต้องการต้องสั่งจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น>
ผมตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวพูดว่า<ช่วยสั่งและช่วยมาติดตั้งให้ด้วยได้มั้ยครับ ผมไม่ทราบว่าราคาเท่าไหร่ ไม่ทราบค่าใช้จ่ายในการขนย้าย รวมทั้งติดตั้งเท่าไหร่ แต่ขอพูดด้วยความจริงใจว่า ไม่มีเงิน ไม่มีงบประมาณ ในส่วนนี้เลย เพราะรับมอบกันไปแล้ว ขอความกรุณาครับ>
ผู้รับสายอาจจะงง ที่เจอคำพูดของผมแบบนั้น แต่เทวดาคงดลใจ เขาต่อสายให้ผมได้พูดกับผู้บริหารของบริษัทฯ
ผมไม่ได้พูดด้วยปาก แต่ผมใช้หัวใจพูด
ปาฏิหาริย์มีจริง ผู้บริหารบริษัทฯ ตกลงให้ความช่วยเหลือ สั่งของจากประเทศญี่ปุ่น ลงเรือมาเมืองไทย จากนั้นให้ช่างมาติดตั้งโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
ผมดูแลช่างอย่างดี ทำหนังสือขอบคุณบริษัทฯ ส่งไปด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ
ลืมบอกไป ราคากล่องควบคุมระบบลิฟท์ประมาณ 200,000 บาท ยังไม่รวมค่าขนส่งค่าติดตั้ง

ผมดูแล ตรวจสอบ การต่อเติม ปรับปรุงการก่อสร้างด้วยตนเอง
ไม่กลับบ้านพักต่างจังหวัด
ขออนุญาตไม่ไปร่วมงานสัมมนาและกิจกรรมบางอย่างของ บช.ศ. โดยส่งตัวแทนไป
การก่อสร้างต่อเติมอาคารแล้วเสร็จก่อนกำหนด 2-3 วัน อุปกรณ์ต่าง ๆ ใช้งานได้ดี
ผมไปขอบคุณ ผวจ. และขอความร่วมมือในการปรับภูมิทัศน์บริเวณรอบอาคารด้านนอก โดยผมขอเชิญผู้มีน้ำใจไปชมอาคารที่สร้างเสร็จผมจะอธิบายความเป็นมาเป็นไป<กว่าจะถึงวันนี้>ให้ทราบ
ผวจ. กรุณาให้ นายบุญสิทธิ์ สุวรรณรัตน์ รอง ผวจ.ยะลา เป็นผู้ประสานไปยังคหบดี และผู้มีน้ำใจ รวม 15 คน ไปชมอาคาร ในวันที่ 1 ตุลาคม 2544 เวลาประมาณ 08.00 น.

ผมกล่าวต้อนรับและบรรยายสรุป <เรียนท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ท่านผู้มากล้นด้วยน้ำใจที่เคารพ ผมได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ให้มาต่อเติมอาคารร้างหลังนี้ ภายในระยะเวลาที่จำกัด บัดนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว>
ผมหยุดพูดนิดหนึ่ง ส่งสายตาด้วยมิตรไมตรีไปยังทุกคนในที่นั้น ซึ่งฟังและมองมาที่ผมทุกคน แล้วพูดต่อ <แต่อาคารหลังนี้ ก็เปรียบเสมือนเรือสวยงามที่ลอยอยู่ท่ามกลางหินโสโครก ผมมีความคิดอยากจะปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบบริเวณตัวอาคาร ให้มีความสวยความงามเหมาะสมกับอาคารนี้>
ผมเริ่มเน้นเสียงและใส่ความรู้สึกจากใจเข้าไป พูดว่า <ที่สำคัญ ไม่ว่าผมหรือใครที่ย้ายมาอยู่ที่นี่ เมื่อจะย้ายจากที่นี่ไป ก็ไม่มีใครสามารถยกเอาอาคารหลังนี้ไปด้วยได้ มันจะตั้งอยู่ตรงนี้ตลอดไป เพราะมันคือสมบัติของพี่น้องชาวยะลาทุกคนครับ>
เสียงปรบมือระคนเสียงชื่นชมดังลั่นห้อง ผมยิ้ม ดีใจ พูดต่อไปว่า<เมื่ออาคารหลังนี้ เป็มสมบัติของพวกท่านชาวยะลาแล้ว เวลามีงาน มีกิจกรรมใด ๆ ทั้งการประชุม การสัมมนา การจัดงาน เรามีห้องหลายขนาด หลายแบบ มาขออนุญาตใช้ได้ตามความเหมาะสม ขอบคุณครับ>
เสียงปรบมือดังกึกก้องอีกครั้งหนึ่ง จนผมตะลึง และยิ่งตะลึงมากขึ้น เมื่อทุกคน ขอเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมปรับภูมิทัศน์ครั้งนี้ บริจาคเงินสด ๆ กองรวมกัน ประมาณ 250,000 บาท และบางคน จะเอาอุปกรณ์จักรกลหนัก จักรกลเบา เข้ามาช่วยทำ
นายบุญสิทธิ์ รองผวจ.ฯ มาขอจับมือ แล้วพูดว่า <เก่งมาก โดยเฉพาะการสามารถโน้มน้าวให้นายกเทศมนตรี กับอดีตนายกเทศมนตรี คู่ปรับทางการเมือง ร่วมบริจาคทั้งสองคนแบบเกทับกันด้วย>
ผมยกมือไหว้ขอบคุณท่าน ที่กรุณาประสานงานคหบดีและผู้มีน้ำใจให้มาร่วมบริจาค
สำหรับท่านนายกเทศมนตรีและอดีตนายกเทศมนตรี ผมขอรับการบริจาคเท่า ๆ กัน เพื่อรักษาเกียรติทั้งสองคน
ภูมิทัศน์ที่ปรับปรุงด้วยน้ำใจนั้น สวยสดงดงามเกินบรรยายจริง ๆ
ผมได้สั่งทำตราแผ่นดิน ฉลุลาย ขนาดกว้าง 2.3 เมตร ทำด้วยสแตนเลสแท้ ติดตั้งยอดสูงสุดของอาคารด้านหน้า และดาวเงินตำรวจ ทำด้วยสแตนเลสแท้ ขนาดกว้าง 2.3 เมตร ติดตั้งยอดสูงสุดของอาคารด้านหลัง
โดยมี หลวงพ่อฉิ้น เจ้าอาวาสวัดเมืองยะลา เจ้าคณะจังหวัดยะลา หนึ่งในเกจิอาจารย์ชื่อดัง ที่ร่วมพิธีปลุกเสกพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่านรุ่นแรก พ.ศ. 2497 เป็นผู้ประกอบพิธีมงคล
อยากบอกว่า น่าจะสวยที่สุด ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็น ฝีมือของช่าง จ.นครสวรรค์ ราคาอันละ 100,000 บาท รวม 200,000 บาท โดยไม่ได้ใช้งบของทางราชการแต่อย่างใด
แผ่นหินอ่อนสีดำหน้าลิฟท์ ผมติดตัวอักษรพระบรมราโชวาท
รู้รัก สามัคคี ไว้ด้านหนึ่ง
อุดมคติตำรวจ ไว้อีกด้านหนึ่ง

ผมตรวจสอบทุกห้องที่อยู่ภายในอาคาร พัฒนาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์
เช่นทำเป็นห้องซีมูเลเตอร์ <SIMULATOR> จำลองสถานการณ์ยิงปืน
ปรับแต่งพื้นที่ห้องว่างห้องหนึ่งของอาคารชั้นล่าง ให้สะอาด โอ่โถง สวยงาม
รวบรวมกรอบภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ที่ติดหรือวางอยู่ในที่ต่าง ๆ ของ รร.ภ.9 อาทิ
พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯทุกพระองค์
สมเด็จย่าฯ
สมเด็จพระพี่นางฯ
ทุกพระองค์เคยเสด็จมาที่ รร.ภ.9 เอาไปติดฝาผนังห้องในระดับสูง ด้วยความสมพระเกียรติ
โต๊ะ เก้าอี้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงนั่งทรงพระอักษร ได้จัดวางไว้อย่างเหมาะสม
ปากกาหมึกซึม ด้ามที่สมเด็จย่าทรงเขียน และลงพระนามาภิไธย ในสมุดตรวจเยี่ยมว่า
สังวาลย์
๕ ก.ค. ๐๗
จัดวางไว้บนผ้าแพรสีทองที่ปูอยู่บนพานทอง มีกล่องพลาสติกใสครอบ
สมุดตรวจเยี่ยมโบราณเล่มนี้ กระดาษเบาบางเป็นสีเหลืองซีด เริ่นต้นใช้มาตั้งแต่ยังเป็นโรงเรียนตำรวจหาดใหญ่
บางหน้ามีลายมือชื่ออดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ผู้มีชื่อเสียง เช่น พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์
บางหน้ามีคำนำหน้าชื่อผู้มาตรวจเยี่ยมว่า พระยา พระ ขุน หลวง ฯ
ผมจัดวางไว้บนผ้าแพรที่ปูอยู่บนพานทอง โดยเปิดสมุดตรวจเยี่ยม หน้าที่มีพระนามาภิไธยสมเด็จย่าไว้ แล้วทำกล่องพลาสติกใสครอบ มองจากด้านนอกครอบพลาสติก สามารถเห็นสมุดได้ชัดเจน

ทำป้ายชื่อติดหน้าห้อง ดูเด่นเป็นสง่าว่า ห้องศักดิ์สิทธิ์
พวงริบบิ้นที่ตัดในพิธีเปิดอาคารโดยประธานร่วม คือ นายกิตติ กิตติโชควัฒนา ผวจ.ยะลา, พล.ต.ต.ทวีเกียรติ สุวรรณทรรภ ผู้ช่วย ผบช.ศ.
ผมใช้พานทองรองรับริบบิ้นไว้ ไม่ให้ตกลงสู่พื้นดิน แล้วนำพานใส่ริบบิ้นนั้นไปวางไว้บนโต๊ะกลางห้องโถงทำกล่องพลาสติกครอบไว้
ติดตัวอักษรที่ขอบล่างกล่องว่า เป็นริบบิ้นที่ตัดในพิธีเปิดอาคาร โดยนายกิตติ กิตติโชควัฒนา ผวจ.ยะลา และ พล.ต.ต.ทวีเกียรติ สุวรรณทรรภ ผู้ช่วย ผบช.ศ. 17 ต.ต. 2544
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท
















