การเมือง

เช่ารถเมล์ EV 1.5 หมื่นล้าน แล้วผู้โดยสารยังต้องรอนานไหม?


4 กุมภาพันธ์ 2026, 11:09 น.

 

เช่ารถเมล์ EV 1.5 หมื่นล้าน

แล้วผู้โดยสารยังต้องรอนานไหม?

 

ขสมก.เพิ่งเซ็นสัญญาเช่ารถเมล์ EV 1,520 คัน วงเงิน 14,905 ล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี เป้าหมายคือ ยกเลิกรถเมล์ร้อนทั้งหมด โดยจะทยอยรับรถช่วงมีนาคม-พฤษภาคม 2570 ฟังดูดีมาก รถใหม่ แอร์เย็น ไร้มลพิษ เทคโนโลยีทันสมัย

 

แต่ขอถามตรงๆ ถ้ายังต้องเผื่อเวลาเดินทางเป็นชั่วโมง เพราะไม่รู้ว่ารถจะมาเมื่อไหร่… คุณจะใช้รถเมล์ไหม? และ “คุณเคยรอรถเมล์นานที่สุดกี่นาที?”

 

1. “เช่า” ดีกว่า “ซื้อ” อย่างไร?

คำถามที่คนสงสัยกันทั้งเมืองคือ ทำไม ขสมก.เลือก “เช่า” ทั้งที่แพงกว่าซื้อ? ในอดีต ขสมก.เคยทั้งซื้อและเช่ารถเมล์มาแล้ว

 

ทุกครั้งที่มีโครงการเช่าหรือซื้อรถเมล์ใหม่ คำอธิบายจะเหมือนกันเสมอว่า “เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้โดยสาร” และ “เพื่อล้างหนี้สะสมของ ขสมก.”

 

แต่ความจริงคือ ผู้โดยสารยังต้องรอรถนานเหมือนเดิม ยังต้องเบียดเสียดแน่นขนัดในชั่วโมงเร่งด่วน และ ขสมก.ยังมีหนี้สะสมกว่า 2 แสนล้านบาท

 

คำถามง่ายๆ ที่ยังไม่มีคำตอบคือ ถ้าเปลี่ยนรถอย่างเดียว แต่ระบบเดินรถยังเหมือนเดิม หนี้จะหายไปได้อย่างไร?

 

2. รถเมล์ EV 1,520 คัน… “ความหวัง vs ความจริง”

ขสมก. ชี้แจงว่า การเช่ารถเมล์ EV ครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักคือ

(1) ยกระดับการให้บริการ ไม่ให้ประชาชนต้องใช้รถเมล์ร้อนอีก

(2) ลดมลพิษ โดยเฉพาะ PM2.5

(3) ลดต้นทุนเชื้อเพลิง

(4) ลดค่าซ่อมบำรุง

(5) นำไปสู่การล้างหนี้สะสม

 

ทั้งหมดนี้ “ฟังดูถูกต้อง” แต่สิ่งที่ประชาชนอยากรู้มากกว่าคือ รถ EV 1,520 คัน จะทำให้รายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นเท่าไร? รายจ่ายจริงลดลงแค่ไหน? และแผนล้างหนี้ 2 แสนล้าน มีกรอบเวลาชัดเจนหรือไม่?

 

หรือสุดท้ายจะเป็นแค่ “รถใหม่ แต่ปัญหาเก่า”?

 

3. สิ่งที่ผู้โดยสาร “รอคอยจริงๆ” ไม่ใช่แค่รถใหม่

รัฐทุ่มงบมหาศาลสร้างรถไฟฟ้า แต่ดูเหมือนจะลืมความจริงข้อหนึ่งไปว่า ไม่มีเมืองไหนในโลก ที่ระบบรถไฟฟ้าจะเวิร์ก ถ้าไม่มี “รถเมล์ที่มีประสิทธิภาพ” มารองรับ รถไฟฟ้ากับรถเมล์ต้องพึ่งพากัน ไม่ใช่แข่งขันกัน

 

รู้หรือไม่ว่า งบสร้างรถไฟฟ้า 1 กิโลเมตร ซื้อรถเมล์ได้หลายร้อยคัน และรถไฟฟ้าไม่สามารถเข้าถึงทุกซอย ทุกชุมชน แต่รถเมล์ทำได้… ถ้าวางระบบให้ดี

 

ด้วยเหตุนี้ การที่รัฐทุ่มเทงบประมาณกับการยกระดับคุณภาพการให้บริการของรถเมล์ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว แต่รัฐต้องรู้ว่าไม่ใช่แค่รถใหม่เท่านั้นที่เป็นความต้องการของผู้โดยสาร ยังมีสิ่งที่ผู้โดยสารคาดหวังอีกคือ

(1) ตั๋วร่วมรถเมล์-รถไฟฟ้า ราคาเป็นธรรม คนรายได้น้อยใช้ได้

(2) เส้นทางรถเมล์เชื่อมรถไฟฟ้าแบบไม่ต้องเดินไกล ไม่ต้องต่อหลายทอด

(3) รอรถไม่นาน และมาใกล้เคียงเวลา ไม่ใช่ 40 นาทีแล้วมา 3 คันติดกัน

(4) ป้ายรถเมล์บอกเวลารถแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่ยืนเดาอนาคต

(5) จัดตารางเดินรถให้พอกับความต้องการเดินทาง คนแก่ คนท้อง คนพิการ มีโอกาสได้นั่ง ไม่ใช่ยืนจนถึงปลายทาง

 

สิ่งเหล่านี้ ไม่ต้องใช้งบหมื่นล้าน แต่ต้องใช้ “การบริหารจัดการที่คิดจากหัวใจของคนใช้รถ”

 

4. บทสรุปที่อยากฝากถึง ขสมก.

ผมเห็นด้วย 100% กับการยกเลิกรถเมล์ร้อน และเปลี่ยนเป็นรถเมล์ EV ที่มีคุณภาพ แต่ขอพูดตรงๆ ว่า ถ้าไม่ปฏิรูปเส้นทาง ไม่จัดตารางเดินรถให้ตรงกับความต้องการเดินทาง ไม่ใช้เทคโนโลยีให้ผู้โดยสาร “รู้สึกได้” ว่าชีวิตดีขึ้น สุดท้าย รถ EV หมื่นห้าพันล้านก็อาจเป็นแค่ “เปลือกใหม่ ของระบบเก่า”

 

หวังจริงๆ ว่าวันหนึ่ง คนไทยจะเลือกขึ้นรถเมล์ ไม่ใช่เพราะไม่มีทางเลือก แต่เพราะรถเมล์ สะดวก ตรงเวลา และไว้ใจได้

 

และคำถามเดิม ที่ยังรอคำตอบคือ… “เช่ารถเมล์ EV 1.5 หมื่นล้าน แล้วผู้โดยสารจะยังต้องรอนานเหมือนเดิมไหม?”

 

ถ้าคุณเคยรอรถเมล์จนท้อ ช่วยคอมเมนต์ ช่วยแชร์ ให้เสียงของผู้โดยสารดังไปถึงคนที่มีอำนาจตัดสินใจ

 

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ป้ายกำกับ: ,

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดการเมือง

เรื่องล่าสุด