คอลัมนิสต์

ไอ้เล็กเหล่


10 พฤษภาคม 2026, 12:52 น.

 

<ไอ้เล็กเหล่>

 

พ.ศ. 2524-2526 ผมมียศเป็น ร.ต.ท. ตำแหน่ง รอง สวส.สน.บางนา บก.น.ใต้ บช.น.

 

ช่วงหัวค่ำวันหนึ่ง ขณะเข้าเวรสอบสวนคดีอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่งเตรื่องแบบนายหนึ่ง จำสังกัดไม่ได้ มาแจ้งความร้องทุกข์ว่า <ขณะที่ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อกลับบ้านพักในซอยอุดมสุข โดยแต่งเครื่องแบบตำรวจ ได้ถูกชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ ใช้ท่อนไม้ฟาดลำตัวจนบาดเจ็บ รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ จากนั้นได้เข้ามาดึงเอาอาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 ที่พกอยู่ข้างเอวไป จากนั้นก็เอารถจักรยานยนต์ที่ล้มอยู่ตั้งขึ้น ขี่หลบหนีเข้าไปในซอยอุดมสุขด้านใน>

 

ขณะที่กำลังบันทึกปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เสียหาย ก็มีหญิงวัยกลางคนอีกคนหนึ่งมาที่ สน.บางนา และขอแจ้งความว่า <เมื่อสักครู่นี้ ขณะที่กำลังเดิน อยู่ริมถนน ในซอยอุดมสุข ถูกคนร้ายเป็นชาย รูปร่างสูงใหญ่ ตาเหล่ข้างหนึ่ง ขี่รถจักรยานยนต์มาใกล้ตัวแล้วใช้อาวุธปืนพกสั้น
จี้ชิงทรัพย์สินไปหลายรายการ>

 

ชุดสืบสวนที่มาร่วมฟังการสอบสวนพูดขึ้นมาว่า <นี่มันไอ้เล็กเหล่ คนเกเรในซอยอุดมสุขนี่>

 

ผมได้ยินดังนั้น ก็พูดขึ้นทันทีว่า <อุกอาจมาก มันกล้าตีตำรวจทั้งเครื่องแบบเพื่อแย่งปืนแย่งรถจักรยานยนต์ แล้วยังไปชิงทรัพย์ชาวบ้านต่ออีก ในเวลาใกล้ ๆ กัน เอาไว้ไม่ได้ จับตายแม่งเลย ผมรับทำคดีเอง>

 

สายสืบทั้งชุด รีบออกจากห้องสอบสวน จ.ส.ต.มนัส สายสืบรุ่นใหญ่หันมาพูดกับผมว่า <เชื่อมือผู้หมวดครับ>

 

ไอ้เล็กเหล่หายไปในความมืดมิดของราตรีนั้น

 

ผมออกหมายจับ ให้ชุดสืบสวนตรวจสอบประวัติ ตรวจค้นตามบ้านญาติพี่น้อง บ้านเพื่อนฝูงที่ไอ้เล็กเหล่รู้จักและวางสายไว้ทุกจุด ที่คิดว่าจะจับได้ ต้องจัดการมันให้ได้

 

เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า เกือบจะครบเดือน ก็ได้ข่าวจากสายคนหนึ่งว่า <ไอ้เล็กเหล่ ลอบกลับมาที่บ้านพักในซอยอุดมสุขช่วงกลางดึกคืนนี้>

 

ผมหูผึ่ง รีบแจ้งชุดสืบสวนตรวจสอบ ได้ความว่า บ้านไอ้เล็กเหล่ซึ่งเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว ปิดไฟมืดหมด ต่างจากบ้านหลังอื่น ๆ ในละแวกเดียวกัน
มองไม่เห็นการเคลื่อนไหว

 

ผมสั่งให้ชุดสืบสวนเฝ้าวางกำลังรอบบ้านไอ้เล็กเหล่ แล้วแจ้งชุดสายตรวจมาพบที่ สน. เพื่อวางแผน  ร.ต.ต.วิจิตร ด่านธำรงกูล รองสวป.ฯ เป็นหัวหน้าสายตรวจ

 

ดึกมากแล้ว ไม่สามารถติดต่อผู้บังคับบัญชาคนใดได้ จะไปขอหมายค้นก็คงไม่ทันการ

 

ผมนำกำลังสายตรวจไปสมทบกับชุดสืบสวน วางกำลังใหม่ล้อมบ้านเป็นมุมฉาก ป้องกันยิงใส่กันเอง กำลังบางส่วนให้เฝ้าจุดด้านนอก กันหลบหนี ผมอธิบายเพิ่มเติมว่า <การใช้อาวุธปืน ต้องฟังคำสั่งจากผม เว้นแต่เป็นการเผชิญหน้าและเป็นการป้องกันตัว ก็ให้ใช้อาวุธได้เลย เพราะไอ้เล็กเหล่มีอาวุธปืน หรือถ้าได้ยินเสียงปืนนัดแรกเมื่อไหร่ ยิงได้เลยไม่ต้องรอฟังคำสั่ง>

 

ฟ้าใกล้สว่าง ชาวบ้านเริ่มตื่นจากการพักผ่อน เสียงคนพูดจ้อกแจ้กจอแจ

 

ขืนช้าไปกว่านี้ คงไม่ได้การผมตัดสินใจถีบประตูบ้านไอ้เล็กเหล่เสียงดังโครม

 

ประตูบ้านเปิดอ้ากว้าง ไอ้เล็กเหล่ใส่กางเกงยีนส์ขายาว ไม่ใส่เสื้อ นอนอยู่กลางบ้าน มันทะลึ่งพรวดขึ้นยืน มือขวากำปืนดำมะเมื่อม มันกระโจนไปที่หน้าต่างบ้าน เปิดหน้าต่างก้าวขาจะข้ามออกไป แต่ยังหันหน้ามาทำท่าจะยิง

 

ผมหมอบลงกับพื้นตรงประตู ลั่นกระสุนนัดแรกทันที พร้อมกับตะโกนสั่ง <ยิงแม่งเลย>

 

เสียงกระสุนปืนของผม ของตำรวจชุดสืบสวน และของสายตรวจที่ตามเข้ามาในห้อง ดังหูดับตับแตก

 

ฝาบ้านพรุนไปหมด ทะลุไปถูกบ้านชาวบ้านก็มี เดชะบุญไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

 

ร่างไอ้เล็กเหล่ กองร่วงอยู่กับพื้นบ้าน ผมเข้าไปตรวจสอบเบื้องต้น มีกระสุนถูกตัวมัน 2 นัด หน้าท้องทะลุหลัง และฝังที่โหนกแก้ม

 

ผมให้ชุดสืบสวน กับชุดสายตรวจเฝ้าที่เกิดเหตุไว้ แล้วให้ตำรวจช่วยกันอุ้มไอ้เล็กเหล่ไปขึ้นรถสายตรวจเพื่อส่ง รพ.ตร.

 

ไอ้เล็กเหล่ยังไม่ตาย หายใจรวยริน

 

ตอนนั้น ชาวบ้านละแวกนั้น แตกตื่นกันใหญ่

 

ผมรีบโทรศัพท์รายงาน สวญ. สน.บางนา และผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และบอกด้วยว่าผมกำลังนำไอ้เล็กเหล่ ผู้ต้องหาไป รพ.ตร.

 

ด.ต.โกรพ ดิเรกศิลป์ พลขับมือเก๋า ให้ จ.ส.ต.ชาญชัย จีบภิญโญ ขับรถแทน

 

ด.ต.โกรพ มานั่งที่เก้าอี้ยาวกะบะหลัง ฝั่งตรงข้ามกับผม มือข้างหนึ่งกำผ้าเช็ดรถไว้แน่น ส่วนไอ้เล็กเหล่นอนกับพื้นรถเลือดไหลโทรม

 

ด.ต.โกรพ มองตาผม พูดว่า <หมวด เอายัง เอาเลยมั้ย>

 

ไอ้เล็กเหล่ พูดเบา ๆ ด้วยสัญชาตญานโจร <อย่าทำผมเลย ๆ>

 

ผมบอก ด.ต.โกรพ ว่า <ปล่อยไว้ยังงี้ ก่อนถึง รพ.ตร. ถ้าตายก็ตาย ถ้ารอดก็รอด>

 

พล.ต.ท.สุจินต์ อุทัยวัฒน์ อดีตครูบาอาจารย์ตำรวจ เคยสอนไว้ว่า ตำรวจอาชีพ ต้องมีครบทั้ง 5 บ. คือ บู๊ บุ๋น บุญ บาป บริการ

 

ถึง รพ.ตร. ไอ้เล็กเหล่ ยังไม่ตาย

 

ผมขาด บ. ตัวไหนไป

 

ยิ่งลงลึกรายละเอียดไป ก็ยิ่งเหมือนนวนิยาย

 

ที่ศาลอาญา ตอนผมขึ้นเบิกความชั้นศาลในฐานะพยานผู้สอบสวน ผมมองไปที่ไอ้เล็กเหล่

 

สังเกตุเห็นว่า ไอ้เล็กเหล่ก็มองหน้าผมอยู่ตลอดเวลา

 

พอผมสาบานตนเสร็จ จะเริ่มตอบคำถามอัยการโจทก์ ไอ้เล็กเหล่ได้ยกมือขึ้น

 

ผู้พิพากษาถามว่า <จำเลย ยกมือทำไม>

 

ไอ้เล็กเหล่ตอบว่า <ผมขอรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาครับ>

 

ทุกคนในห้องพิจารณา พากันงงไปหมด

 

ผมก็งง แต่คิดว่า <ไอ้เล็กเหล่คงสำนึกที่ผมไว้ชีวิตมัน>

 

ผมเบิกความต่อไป

 

คำพิพากษาของศาล ไอ้เล็กเหล่ ติดคุก

 

ไอ้เล็กเหล่เอ๋ย ถ้าไม่ตายในคุก มีโอกาสออกมาสู่โลกภายนอก ขอให้กลับเนื้อกลับตัวกลับใจ เป็นคนดีกับเขาบ้างนะ

 

ด้วยเจตนาดี

 

พล.ต.ตไอยศูรย์ สิงหนาท

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด