หน้าร้อนนี้ อยู่อย่างไร ให้รอดปลอดภัย
หน้าร้อนปีนี้ คาดการณ์ว่าประเทศไทย จะร้อนกว่าปีที่ผ่านมา โดยในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน 2569 ประเทศไทยมีแนวโน้มอุณหภูมิพุ่งสูงได้มากถึง 45°C ซึ่งเป็นระดับที่การทำงานของร่างกายต้องระบายความร้อนหนักเกินกว่าปกติ
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังปัญหาสุขภาพที่มากับความร้อน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เพื่อป้องกันภาวะวูบ หน้ามืด หรือโรคลมแดด (Heatstroke) ที่อาจอันตรายถึงชีวิต โดยแนะ 8 แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในหน้าร้อน ดังนี้
- เช็กอุณหภูมิก่อนออกจากบ้าน:
- หากอุณหภูมิสูงกว่า 34°C ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง
- หากอุณหภูมิสูงกว่า 37°C ให้งดกิจกรรมกลางแจ้งทันที
- เลือกเครื่องแต่งกายที่เหมาะสม: สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดแน่นจนเกินไป เพื่อช่วยลดการสะสมความร้อนในร่างกาย
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: ควรดื่มน้ำบ่อยๆ ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ ทั้งนี้ให้สังเกต “สีปัสสาวะ” หากมีสีเข้มแสดงว่าร่างกายกำลังเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ
- วิธีรับมือเมื่อมีอาการเพลีย/หน้ามืด: หากรู้สึกอ่อนแรงหรือจะเป็นลม ให้รีบเข้าที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท ปรับอุณหภูมิร่างกายด้วยการดื่มน้ำและใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามข้อพับต่างๆ
- ระวังโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด: อากาศร้อนส่งผลให้หัวใจทำงานหนักและฉีดเลือดเร็วขึ้น ผู้ที่มีโรคประจำตัวหากมีความผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที
- ดูแลกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษ: ให้ความสำคัญกับการดูแล “ผู้สูงอายุ” และ “ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง” เนื่องจากร่างกายอาจปรับตัวต่อความร้อนได้ไม่ดีเท่าคนปกติ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มสุราในช่วงอากาศร้อนจะเร่งให้ร่างกายขาดน้ำ และทำให้หัวใจทำงานหนักจนเสี่ยงต่อภาวะช็อก
- ป้องกันรังสี UV: ทาครีมกันแดด สวมหมวก หรือกางร่มทุกครั้งที่จำเป็นต้องออกแดด
ทั้งนี้โปรดสังเกตตัวเองถึงสัญญาณอันตรายที่ห้ามมองข้าม คือ
– อาการหายใจผิดปกติ
– มีอาการชัก และ
– หมดสติ
อาการเหล่านี้ถือเป็นภาวะวิกฤตฉุกเฉิน (UCEP) หากพบผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าว ให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที เพื่อเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
ที่มา : Anti-Fake News Center Thailand/ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

















