<คนไหว้โทรศัพท์>
ในยุคโลกไร้พรมแดน ยุคดิจิตอล ยุคเทคโนโลยี เอาเป็นว่ายุคปัจจุบันนี้นี่แหละ
โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือที่เรียกกันว่นว่า โทรศัพท์มือถือ นับว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการดำรงชีพ จนแทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5
มีกันแทบทุกคน ทุกอาชีพ ทุกสถานะ คนละเครื่องสองเครื่อง ทั้ง ๆ ที่ราคาเครื่องแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น ก็ไม่ได้ถูก ๆ
การใช้ประโยชน์จากโทรศัพท์ก็แล้วแต่ความประสงค์แต่ละคน เช่นใช้โทร.ออก รับสาย ถ่ายภาพ เล่นไลน์ เล่นเกม และบันทึกข้อความ เป็นอาทิ
ผมก็ใช้โทรศัพท์แบบนั้น ยกเว้นเล่นเกม ผมชอบบันทึกเรื่องราว ประสบการณ์ของตัวเองไว้กันลืมเมื่อเวลาเนิ่นนานไป
ไม่อยากใช้คำว่า กันลืมเมื่อแก่
ผมเคยเป็น สว. เดี่ยว เป็น ผกก.หน.สภ. หลายแห่ง มีลูกน้องแห่งละนับร้อยนาย
ผมมีนิสัยบางอย่าง ที่ลูกน้องบางนายแอบนินทาว่า ผมเป็นคนแปลก ๆ
คือบางครั้งหลังจากโทร.เสร็จ ผมก็เอาโทรศัพท์ในมือข้างที่โทร. ยกขึ้นประกบกับมืออีกข้างหนึ่งแล้วทำท่าไหว้ด้วยความเคารพ
ไม่ว่าผมจะแต่งเครื่องแบบ หรือชุดลำลอง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ทำงาน ในห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ริมถนน หรือในรถยนต์ที่ลูกน้องขับให้
ผมก็ทำเช่นนั้นมาตลอด
จนกระทั่ง ด.ต.กิตติพล โพธิ์อ่อน หนึ่งในพลขับ อดรนทนไม่ไหว ต้องเอ่ยปากถามผมว่า <ท่านครับ บางครั้งผมเห็นท่านพูดโทรศัพท์เสร็จ แล้วท่านก็ยกมือไหว้พร้อมกับเครื่องโทรศัพท์ ท่านไหว้อะไรครับ ไหว้ทำไม ตอนท่านทำแล้วมีคนมองมา ผมยังรู้สึกอาย ๆ เลยครับ>
ผมยิ้มและตอบไปว่า <ต้องบอกก่อนนะว่า ผมไม่ได้บ้า ที่ผมยกมือไหว้โทรศัพท์ ก็เป็นบางครั้งเท่านั้น เป็นตอนที่ผมพูดคุยกับแม่ของผม และคำพูดสุดท้ายของแม่คือ ให้พรผม <โชคดีนะลูก แม่ขอให้ลูกโชคดี> ผมจึงยกมือไหว้รับพรจากแม่>
ด.ต.กิตติพล ฟังเสร็จ ยิ้มเห็นฟันขาว ยกมือไหว้ผม กล่าวขอโทษที่เข้าใจผมผิด
ผมพูดต่อว่า <การไหว้พ่อ ไหว้แม่ ไหว้ผู้มีพระคุณเช่นครูอาจารย์ ไม่จำเป็นต้องไหว้ต่อหน้าท่าน แม้ได้พูดคุยทางโทรศัพท์ หรือคิดถึงก็ยกมือไหว้ท่านได้ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ เกิดจากใจ>
ผมพูดอีกว่า <ตอนที่ผมบริจาคโลหิต ขณะที่เลือดเริ่มไหลจากแขนที่มีเข็มเจาะไปสู่ถุงที่รองรับ มืออีกข้างที่ว่างอยู่ ผมก็โทร.ไปหาแม่ทันที <พ่อถึงแก่กรรม> เพื่อให้แม่อนุโมทนาบุญ เสียงแม่อนุโมทนาบุญมาตามสายและอวยพรให้โชคดี ต้องอายใครไหมล่ะที่ทำเช่นนี้>
ด.ต.กิตติพล ยิ้มแล้วพูดว่า <ผมขออนุโมทนาบุญกับสิ่งที่ท่านทำด้วยครับ ผมภูมิใจ ที่เป็นลูกน้องท่านครับ>
ผมคิดในใจ <ผมก็ดีใจ ที่มีลูกน้องอย่างนี้>
ในพุทธประวัติ พระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวาเป็นผู้เลิศด้วยปัญญาทุกครั้งก่อนจำวัด <นอน> พระสารีบุตร จะยกมือไหว้ บางวันก็ไหว้ไปทางทิศนี้ บางวันก็ไหว้ไปทางทิศนั้น แล้วจึงจะจำวัด
บรรดาพระภิกษุสงฆ์ พากันซุบซิบนินทาว่า <เป็นถึงพระอรหันต์ เป็นถึงพระอัครสาวกเบื้องขวา เป็นถึงผู้ที่เลิศด้วยปัญญา ทำไม ก่อนจำวัด ยังไหว้เทวดา ผีสาง นางไม้อีก>
เมื่อเสียงเล่าลือเริ่มหนาหูขึ้น พระพุทธองค์จึงทรงให้พระสารีบุตรอธิบาย
พระสารีบุตรบอกว่า <ก่อนจำวัด ได้ยกมือไหว้ 1 ครั้งนั้น ไม่ได้ไหว้เทวดา ไม่ได้ไหว้ผีสาง นางไม้ แต่ไหว้ไปยังทิศที่พระอัสชิอยู่ เพราะพระอัสชิ
เป็นผู้มีพระคุณ เป็นพระอาจารย์องค์แรกที่สอนธรรมะให้>
เมื่อพระสารีบุตรอธิบายจบ บรรดาพระภิกษุสงฆ์ ได้เปล่งเสียงเสียงสาธุการขึ้นพร้อมกัน
ลูกที่กตัญญูต่อพ่อแม่ ศิษย์ที่กตัญญูต่อครูบาอาจารย์
ท่านคิดว่า เป็นคนเช่นใด
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















