<ทำไมไม่หนาว>

พ.ศ.2504 ผมเรียน รร.บ้านจอหอ
ชั้น ป.1 ไม่มีห้องเรียน นั่งเรียนกันบนพื้นทรายใต้ต้นฉำฉา ใช้ดินสอหิน กระดานชนวน มีผ้าเปียกคอยลบ
ใช้ใบมะม่วงบิดเป็นกรวย เพื่อรองน้ำก๊อกดื่ม
ถ้าเกิดมีฝนตก ก็วิ่งไปหลบฝนที่ชายคาชั้น ป.2
ขึ้น ป.2 จึงมีห้องเรียน
ผมเป็นหัวหน้าห้องมาตลอด ตั้งแต่ ป.1 ถึง ป.4

พ.ศ.2508 ไปสอบเข้าเรียน ป.5 รร.เมืองนครราชสีมา
เรียนจบชั้น ป.7 ได้เป็นประธานนักเรียน
พ.ศ.2511 สอบเข้าเรียนต่อชั้น ม.ศ.1 รร.ราชสีมาวิทยาลัย ได้ที่ 14 ห้อง 1/1
ก่อนเปิดภาคเรียน ม.ศ.1 ผมขึ้นรถโดยสารประจำทางที่ บขส.ในตัวเมือง จะไปทำงานกับลุงที่ปากช่องเพื่อเก็บเงินเป็นค่าเล่าเรียน
ช่วงนั้นเป็นฤดูหนาว ผมสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น เก่า ๆ บาง ๆ ข้างนอก ข้างในเป็นเสื้อกล้ามใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ถือถุงใส่เสื้อผ้าอีก 2-3 ชุด
อากาศเย็นจนถึงขั้นหนาวมาก ลมก็พัดแรง ผิวหนังผมแห้งแตกเป็นลายไปทั้งแขนทั้งขา
หน้าต่างรถ เป็นแบบไม้ยกขึ้นยกลง ประตูรถอยู่ทางฝั่งซ้าย เปิตโล่งทั้งด้านหน้าด้านหลัง
ผมนั่งที่ด้านหลังรถ เป็นเบาะแข็งวางอยู่บนไม้ยาว

มีผู้โดยสารหญิงสาวคนหนึ่ง อุ้มเด็กอ่อนแนบอก ขึ้นมานั่งเบาะหลังข้างผม
เด็กนั้นมีผ้าอ้อมห่อหุ้มลำตัว บนผ้าอ้อมเป็นรอยเปื้อนน้ำนมและสำรอกติดอยู่
หญิงสาวซึ่งคงเป็นแม่ เอาแก้มตัวเองแนบกับหน้าลูกคงจะให้ความอบอุ่น
ผมตัดสินใจถอดเสื้อแขนสั้นและถอดเสื้อกล้ามออก ใส่เสื้อแขนสั้นกลับเข้าไปใหม่
เอาเสื้อกล้ามยื่นให้หญิงคนนั้น และบอกว่า
<เอาห่อตัวเด็กนะครับ เพิ่งซักมา ไม่สกปรกหรอก>
หญิงผู้เป็นแม่เด็กมองหน้าผมยิ้มและพูดขอบคุณ
รับเสื้อกล้ามไปห่อพันตัวเด็กได้ 2-3 รอบ มองมาทางผมอีกครั้ง สายตาเปี่ยมแววสำนึกแล้วอุ้มเด็กน้อยแนบอกด้วยความทะนุถนอม

ในขณะที่รถจอดรับผู้โดยสารตามรายทาง จะมีลมกรรโชกแรงเข้ามาในรถ
ในขณะที่รถวิ่งไปตามถนน ลมจะกรรโชกแรงและต่อเนื่อง
มีความหนาวเย็นยะเยือก แผ่ซ่านไปทั่วทั้งรถ ผู้โดยสารบนรถต่างก็กระชับเสื้อกันหนาว กอดอกซุกมือทั้งสองข้าง หญิงผู้เป็นแม่ กอดเด็กแนบอกแน่น ก้มหน้าลงบังลมให้ลูกอีก
แต่ผมที่ใส่เสื้อเชิ้ตบางเบาเพียงตัวเดียว นุ่งกางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ กลับรู้สึกเย็นสบาย ไม่มีความรู้สึกหนาวเลย
เพราะความอบอุ่นแห่งการให้แผ่พลุ่งออกมาจากหัวใจนั่นเอง

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















