ป.ป.ส. เปิดยุทธการ “พิฆาตยาเสพติด” บุกทลายเครือข่าย “หนูเฉิน” สนธิกำลัง 8 จุด ยึดกระเป๋าเงินคริปโตฯ ตัดวงจรฟอกเงินมูลค่ากว่า 34 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. นำโดย พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และนายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด บูรณาการความร่วมมือกับ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.), ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย, หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35.), กองกำลังผาเมือง และตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เปิดปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายสำคัญรวม 8 จุด ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติของนายฐปนันทน์ หรือหนูเฉิน โดยเน้นย้ำการสกัดกั้นกลุ่มที่ทำหน้าที่รับโอนและแปรสภาพสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) ของเครือข่าย

จากการสนธิกำลังตรวจค้นทั้ง 8 จุด เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินสำคัญได้แก่
– กระเป๋าเงินดิจิทัล (Crypto Wallet) อายัดได้ 1 วอลเล็ต มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท
– บัญชีธนาคาร อายัดบัญชีของผู้เกี่ยวข้องจำนวน 11 บัญชี มูลค่ารวมประมาณ 4.6 ล้านบาท
– ทรัพย์สินอื่นๆ ได้แก่ ตรวจยึดเงินสด, ทองคำแท่ง, ทองรูปพรรณ, รถยนต์ 3 คัน และโฉนดที่ดิน 14 แปลง

รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดและอายัดได้ในปฏิบัติการครั้งนี้กว่า 34.3 ล้านบาท ทั้งนี้ ข้อมูลจากการสืบสวนเชิงลึกยังพบความเชื่อมโยงที่สำคัญกับกรณีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สายตรวจยึดเงินสดจำนวน 23 ล้านบาท จากชายชาวเมียนมาขณะพยายามขนข้ามด่านพรมแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก โดยผู้ต้องหาในเครือข่ายที่ถูกจับกุมได้ให้การรับสารภาพว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นของเครือข่ายหนูเฉินที่เกิดจากการแปรสภาพเงินสกุลดิจิทัลผ่านบัญชีธนาคารในประเทศไทย แล้วถอนออกมาเป็นเงินสดเพื่อเตรียมขนข้ามพรมแดนไปฝั่งเมียนมา ซึ่งถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางการฟอกเงิน

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ปฏิบัติการนี้เป็นการขยายผลครั้งที่ 3 จากการจับกุมนายหนูเฉิน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถยึดทรัพย์สินไปแล้วรวมกว่า 75 ล้านบาท โดยเครือข่ายได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการฟอกเงินมาใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการตัดวงจรยาเสพติดในทุกมิติ โดยได้รับนโยบายเร่งด่วนจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ มุ่งเน้นการปราบปรามเชิงรุกเพื่อลดความรุนแรงของภัยยาเสพติด รวมถึงการกำจัดเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด สอดรับกับแนวทางของ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่กำชับให้ผลการปราบปรามต้องเป็นรูปธรรม ทั้งการดำเนินการทางคดี ทรัพย์สิน และเส้นทางการเงิน

เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาศักยภาพของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ให้มีความพร้อมและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการเงินรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมและครบถ้วนที่สุด มุ่งเป้าหมายไปที่การดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนและผู้สั่งการรายสำคัญ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทุกระดับอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย เพื่อตัดวงจรการฟอกเงินและเครือข่ายยาเสพติดให้หมดสิ้นไป


















