<ไม่กลัวแล้ว>
ระหว่างรับราชการ เราใช้ชีวิตในการทำงานด้วยความสุข เราใช้ชีวิตส่วนตัวด้วยความสนุกสนาน
เมื่อเกษียณจากราชการ เราปลดภาระหน้าที่ มีแต่ชีวิตส่วนตัว รู้สึกสะดวกสบาย อยากทำอะไรก็ทำ อยากกินอะไรก็กิน อยากไปเที่ยวไหนก็ไป
เราไปงานแต่งลูกเพื่อน ไปเยี่ยมเพื่อนที่เจ็บไข้ได้ป่วย ไปงานศพคุณพ่อคุณแม่เพื่อน และบางครั้งไปงานศพเพื่อน
ไปงานศพเมื่อไหร่ ความรู้สึกตรึงเครียดเริ่มสะสม
อีกไม่นาน
คงถึงคราวที่เพื่อน ๆ ทำแบบเรา คือมาเยี่ยมเรายามเจ็บไข้ได้ป่วย และมางานฌาปณกิจเรา
เริ่มกลัว เริ่มวิตกกังวล เริ่มรู้ว่า ชีวิตกำลังเดินทางไปสู่สังสารวัฏแห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย
เริ่มรู้สึกรักตัวเอง อยากมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อยากมีอายุยืนยาว
เริ่มออกกำลังกาย กินอาหารดี มีสุขภาพจิตดี ไปเที่ยว ไปสังสรรค์
ทุกวันสวดมนต์ไหว้พระ หลักธรรมะที่ยึดถือ คือกฎแห่งกรรม
เดี๋ยวนี้ไม่กลัวแล้ว รับมือได้แล้ว เพราะธรรมะทำให้ เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมพร้อม รับมือได้กับทุกสถานการณ์
ทุกอย่างย่อมเป็นไปตาม ธรรมชาติที่มันควรจะเป็น
ขอฝากไว้ยามนี้ว่า
@ อย่าได้เป็นคนดีเฉพาะงานเลี้ยงส่ง
<ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ระหว่างที่ท่านรับราชการอยู่ที่นี่ ท่านได้สร้างคุณงามความดีเอาไว้มากมาย
: ยามเมื่อท่านจะย้ายไป
: ยามเมื่อท่านเกษียณอายุไป
………
@ อย่าได้เป็นคนดีเฉพาะงานศพ
<ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ท่านผู้วายชนม์เป็นคนดีเหลือเกิน ท่านได้สร้างคุณูปการยิ่งใหญ่เอาไว้ แก่ส่วนราชการและส่วนรวม
: พวกเรารู้สึกเสียดาย
: อยากให้ท่านอยู่เป็นที่พึ่ง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ต่อไปนาน ๆ
@ จงเป็นคนดี เมื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือเมื่อทำงาน ไม่ต้องรอเป็นคนดีเมื่อเกษียณหรือย้าย
@ จงเป็นคนดี เมื่อยังมีชีวิตอยู่
ไม่ต้องรอเป็นคนดีเมื่อตาย
ทำดี ดีจริง ๆ
ทำชั่ว ชั่วจริง ๆ
ส่งผลเมื่อไหร่
ไม่รู้จริง ๆ
แต่กฎแห่งกรรม
ตามไปจริง ๆ
กฎแห่งกรรม
ยุติธรรมสม่ำเสมอ จริง ๆ
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















